
วัฒนธรรมการป้องกันภัยพิบัติ
30 เม.ย. 2557
เล่าสู่กันฟัง : 'วัฒนธรรมการป้องกันภัยพิบัติ' บทเรียนจากแดนปลาดิบสู่ไทย : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์
การประกาศลาออกจากตำแหน่ง ของนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ นายชอง ฮง วอน ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบ ต่อกรณีภัยพิบัติเรือเฟอร์รี่เซโวลอับปาง นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจของคนทั้งโลกในความรับผิดชอบ ทั้งที่ตัวนายกฯ ไม่ได้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบโดยตรง นี่เป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมจากภัยพิบัติ เป็นอุทาหรณ์ที่ไม่ว่าภัยพิบัติจะเกิดขึ้นในรูปแบบใดย่อมสร้างความสูญเสีย ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ที่สำคัญภัยพิบัติมักเกิดขึ้นอย่างฉับไว
วันนี้ผมจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับ “วัฒนธรรมการป้องกันภัยพิบัติ” มาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งผมได้มีโอกาสเปิดอ่าน ผลงานวิจัย เรื่องแนวทางการให้ความรู้เพื่อสร้างความตระหนัก ในการเตรียมพร้อมกับภัยพิบัติในประเทศญี่ปุ่น ของ ผศ.ดร.นรีนุช ดำรงชัย คณะทำงานของปัญญาสมาพันธ์เพื่อการวิจัยความเห็นสาธารณะแห่งประเทศไทย ทำให้ผมอยากหยิบยกมาเป็นตัวอย่างดีๆ มาสร้างเกราะป้องกันภัยพิบัติ หรือไว้เป็นยุทธศาสตร์ระดับประเทศของเมืองไทย
ญี่ปุ่นมีที่ตั้งทางภูมิประเทศที่ต้องประสบกับภัยพิบัติหลากหลายรูปแบบ อาทิ ภูเขาไฟระเบิด หิมะถล่ม ลมพายุ และสึนามิ โดยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ญี่ปุ่นต้องเผชิญภัยพิบัติครั้งใหญ่กว่า 15 ครั้ง แต่ด้วยวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมีเข้าใจปรับตัวและพยายามเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ ทำให้ผ่านพ้นวิกฤติต่างๆ มาได้ ด้วยแนวทางการจัดการภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (Community-Based Disaster Risk Management: CBDRM) ด้วยกลยุทธ์ดังนี้
1.ให้ความสําคัญกับการสร้างประเทศ และชุมชนด้านโครงสร้าง เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ 2.เสริมสร้างศักยภาพในการพยากรณ์ และแจ้งเตือนภัยพิบัติล่วงหน้า พร้อมวิเคราะห์ความเสี่ยง 3.ปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัย การป้องกันภัยอย่างยั่งยืนทุกๆ ระดับของสังคม 4.ลดความเสี่ยงที่มาจากปัจจัยภายในของสังคม 5.เสริมสร้างการเตรียมความพร้อม เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีศักยภาพ
การพยายาม“จดจํา” สถานการณ์เลวร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น พร้อมกับ“เรียนรู้” จากเหตุการณ์ต่างๆ ของญี่ปุ่นเหล่านั้น นําไปสู่การ “แก้ไขและพัฒนา” องค์ความรู้ที่ได้ ตลอดจน “รักษาและถ่ายทอด” ให้คงอยู่ เพื่อนําไปสู่ สังคมที่เข้มแข็งต่อภัยพิบัติ มี 5 กลยุทธ์ดังนี้ 1.สร้างวีรบุรุษ จากเรื่องราวจริงในอดีต ถ่ายทอดสู่ตําราเรียน แปลออกเป็น 8 ภาษา สร้างความตระหนักต่อความร้ายแรงของภัยพิบัติ และปลูกฝังการมีจิตสาธารณะ 2.เก็บ อนุรักษ์และทะนุบํารุง สถานที่ วัตถุสิ่งของ เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมและเรียนรู้ 3.การจัดเทศกาลหรืองานประเพณี เป็นประจําทุกปี 4.จัดทำข้อมูลความเสียหาย นำไปติดตั้งบริเวณสถานที่ที่เคยประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติในอดีต และ 5. จิตสาธารณะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่ช่วยให้การบริหารจัดการภัยพิบัติสำเร็จ
“วัฒนธรรมการป้องกันภัยพิบัติ” ที่ผมได้นำมาเล่าสู่กันฟัง หากสร้างให้เกิดขึ้นในประเทศไทยได้ ผมว่าเราแทบจะไม่เห็นภาพผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติเลยหรือถ้ามีก็น้อยมาก
--------------------------
(เล่าสู่กันฟัง : 'วัฒนธรรมการป้องกันภัยพิบัติ' บทเรียนจากแดนปลาดิบสู่ไทย : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์)



