ข่าว

'ล้มได้ ลุกเป็น'ก่อเกิดแรงบันดาลใจ

'ล้มได้ ลุกเป็น'ก่อเกิดแรงบันดาลใจ

29 เม.ย. 2557

ไลฟ์สไตล์ : 'ล้มได้ ลุกเป็น' ก่อเกิดแรงบันดาลใจ

 
                       จากความล้มเหลวทางการเงินของนักธุรกิจชื่อดัง ที่เคยถูกท้าทายความเชื่อมั่นและความศรัทธา จนกระทั่งได้พิสูจน์แล้วว่าเมื่อล้มแล้วต้องทำอย่าไร ถึงจะลุกขึ้นอีกครั้งอย่างเต็มภาคภูมิ เป็นที่มาให้ "หนุ่ม" สุทธิคุณ กองทอง หยิบยกเอาเรื่องราวเหล่านั้นมาถ่ายทอดลงในผลงานเล่มล่าสุด "ล้มได้ ลุกเป็น" เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ รวมถึงคนทั่วไปที่กำลังประสบปัญหาท้อแท้ในชีวิต ให้ผ่านพ้นวิฤกตินั้นไปได้อย่างสวยงาม โดยจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันก่อน ที่ร้านบ้านไร่กาแฟ เอกมัย
 
                       หนังสือ "ล้มได้ ลุกเป็น" ได้รวบรวมประสบการณ์ยามล้มเหลวและเคล็ดลับที่มำให้ก้าวมาถึงวันนี้ของ 5 นักธุรกิจชั้นนำของเมืองไทย ได้แก่ กรภัคร์ มีสิทธิดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟาสเทคโน จำกัด, อานันท์อร-โชตน์ณัฐ เรืองธิติภาคย์ เจ้าของโครงการแอด เดอะ ทรี คอนโดมีเนียม, "ทิม" พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด, วัชรมงคล เบญจธนะฉัตร์ ประธานกรรมการ บริษัท บาธรูมดีไซน์ จำกัด, "ตั้ม" กฤษดา สาระคุณ เจ้าของธุรกิจร้านอาหาร “ซูชิบอย” และอีก 1 นักธุรกิจหน้าใหม่ที่ต่อยอดจากธุรกิจรุ่นพ่อ ปรับเปลี่ยนสไตล์เป็นของตัวเอง จนมีชื่อเสียงโด่งดัง "ยู้" เกยูร กิตติธเนศวร ทายาท “ยู้ ลูกชิ้นปลาเยาวราช”
 
                       ภายในงานตัวแทนนักธุรกิจดังยังร่วมแชร์ประสบการณ์ เริ่มต้นด้วย กรภัคร์ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวลูก 3 ที่ติดหนี้ 129 ล้าน แต่เธอสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้จากสิ่งที่เธอถนัด จนกลายเป็นเจ้าของบริษัท ฟาสเทคโน จำกัด ผู้นำเฟอร์นิเจอร์ไม้หลากไอเดียแห่งตลาดไทยและตลาดนอก เผยว่า กว่าจะผ่านอุปสรรคต่างๆ ต้องใช้เวลานานมาก ทั้งปัญหาด้านการเงินและปัญหาครอบครัว แต่โชคดีที่มีสติ และได้กำลังใจจากลูกๆ จึงจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ และก้าวผ่านมายืน ณ จุดนี้ได้
 
                       ด้าน อานันท์อร-โชตน์ณัฐ สองสามีภรรยาเจ้าของนากุ้งและธุรกิจก่อสร้างที่หมดตัวเพราะพิษเศรษฐกิจปี 2540 จนต้องเก็บขวดขาย และขายอาหารตามสั่งหาเงินใช้หนี้ จนปัจจุบันกลายเป็นเจ้าของธุรกิจใบบุญพร็อพเพอร์ตี้ มูลค่านับร้อยล้านบนหาดราไวย์ จ.ภูเก็ต ย้อนเล่าให้ฟังว่า หลังจากธุรกิจล้มละลายจนบางวันไม่มีข้าวกิน และถึงขั้นนอนข้างทางในกทม. แต่ด้วยความที่ยึดมั่นในความดี และทำธุรกิจโดยธรรมจนเป็นที่ไว้วางใจ และร่วมลงทุนในโครงการจำนวนมาก
 
                       ปิดท้ายด้วยผู้บริหารหนุ่ม "ทิม" พิธา ต้องพักการเรียนชั่วคราวเมื่อพ่อ (พงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์) เสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน ทำให้เขาต้องก้าวเข้ามารับช่วงต่อ พร้อมด้วยหนี้สินกว่า 100 ล้านและพนักงานที่ต้องรับผิดชอบอีกกว่า 200 คน แนะว่า หากต้องเข้ามารับช่วงธุรกิจจากครอบครัว และมีหนี้สินจำนวนมากเหมือนกับเขาในตอนนั้น ต้องกล้าที่จะเข้าไปเจรจากับเจ้าหนี้ และพูดคุยกับพนักงาน เพื่อคิดวิธีหาเงินมาใช้หนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกฝ่ายว่าธุรกิจของเรายังสามารถดำเนินต่อไปได้  โดยอาศัยการคิดอย่างเป็นระบบ เรียงลำดับความสำคัญในการแก้ไขปัญหาก่อนหลัง