
'มาร์ค'เผย'รู้ว่ายากทำด้วยความหวังไม่ท้อ'
'รู้ว่ายาก แต่ผมทำด้วยความหวัง...และไม่ท้อ' : สัมภาษณ์พิเศษ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคปชป. โดยพิมพ์นารา ประดับวิทย์, สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่น
“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์พิเศษ “เครือเนชั่น” เกี่ยวกับการออกมาเสนอทางออกจากความขัดแย้งของประเทศ ที่เขาย้ำว่า “นี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะทำได้...” พร้อมยอมรับว่า เป็นเรื่องยากที่จะทำได้สำเร็จ แต่ก็ไม่ท้อ
ทำไมตัดสินใจออกมาทำบทบาทนี้ในช่วงนี้?
นี่คือโอกาสสุดท้ายจริงๆ ที่จะทำได้ ผมรู้ว่าการออกมาก็อาจจะเปลืองตัว และไม่มีใครอยากทำ การตัดสินใจออกมาตอนนี้ เพราะสถานการณ์ต่างๆ เป็นหลัก ไม่ใช่เพราะคุยกับใคร คือ 1.เรื่องคดีความต่างๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช.กำลังจะตัดสิน 2.เรื่องการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง ที่ กกต.กำลังจะหารือกับรัฐบาล 3.เรื่องการระดมคนของฝ่ายต่างๆ
แต่การดำเนินการต้องไม่ออกนอกกรอบรัฐธรรมนูญ ต้องทำให้เกิดความยอมรับ สิ่งนี้คือหน้าที่ของผม เพราะที่ผ่านมายังไม่เห็นใครที่พยายามตอบโจทย์ของทุกฝ่าย
ผมไม่ใช่คนกลาง ผมไม่ได้เป็นกลาง ผมไม่ได้อยู่เหนือความขัดแย้ง รัฐบาลก็ต้องระแวง แต่ถามว่าวันนี้มีใครบ้างที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา แล้วทำไมคนที่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาจึงไม่ตัดสินใจที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ ถ้ามัวเกี่ยงกันก็จะไม่มีใครมาทำหน้าที่นี้
ผมไม่ได้ทำในนามพรรค แต่ผมเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องนี้ไม่ได้มีการประชุมหารือกับกรรมการบริหาร แต่มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับหลายคนในพรรค ซึ่งในพรรคก็มีความเห็นที่หลากหลาย แต่โดยรวมเห็นว่าผมทำด้วยความตั้งใจดี ซึ่งสุดท้ายก็ต้องไปดูตามกรอบของกฎหมายต่างๆ
ต้องมีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนหรือไม่
ถ้าภายในสัปดาห์นี้ไม่ไปไหนเลยก็จบแล้ว
ต้องเสร็จก่อนที่ กกต.จะหารือกับรัฐบาลในวันที่ 30 เมษายนเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งหรือไม่
ถ้า กกต.คุยกับรัฐบาลแล้ว ถ้ารัฐบาลจริงใจที่จะฟังผม ก็ควรจะฟังผมก่อนที่จะไปดำเนินการอะไร ไม่ต้องไปยึดติดกับวันที่ 30 เมษายน เพราะก่อนที่ กกต.จะคุยกับรัฐบาล ผมจะได้คุยกับ กกต.ก่อน เพื่อเสนอความคิดเห็น ซึ่ง กกต.ก็คงจะเสนอต่อไปยังรัฐบาล แต่ถ้ารัฐบาลไม่อยากฟัง จะเดินต่อไปเลย ก็จะเป็นปมปัญหาที่แก้ไขยากขึ้น
ได้นัดกับนายกฯยิ่งลักษณ์หรือยัง
ผมดูจากท่าทีของนายกฯ ที่บอกว่ายินดีจะพบ ผมก็ถือว่านั่นคือคำตอบ แต่ผมก็ต้องทำงานตามขั้นตอน
จะต้องคุยกับรัฐบาลก่อนที่รัฐบาลจะคุยกับ กกต.หรือไม่
คงไม่ทัน การที่จะไปพบรัฐบาลก่อนวันพุธที่รัฐบาลจะไปเจอกับ กกต.นั้น คงเป็นเรื่องยาก แต่ถ้ารัฐบาลคุยกับ กกต.แล้วอยากจะฟังผมจริง เขาก็ฟังผมได้ ไม่ได้เป็นปัญหาว่าหลังจากพ้นวันพุธไปแล้วคุยกันไม่ได้
ถ้ารัฐบาลตกลงกับ กกต.เรื่องวันเลือกตั้งได้แล้ว จะเป็นปัญหาต่อการดำเนินการของคุณอภิสิทธิ์หรือไม่
ถ้าคิดว่ามีวันเลือกตั้งแล้วไม่ต้องทำอย่างอื่นแล้ว อยากถามว่า ใครเชื่อว่านี่คือคำตอบที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าและสงบเรียบร้อย สิ่งที่จะทำให้ประชาชนเชื่อได้ และเบี้ยวกันไม่ได้คือ การปฏิรูปต้องเริ่มก่อนเลือกตั้ง และไปทำต่อให้เสร็จหลังเลือกตั้ง
แต่ยอมรับว่า หากมีการกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 20 กรกฎาคม การจะมาดำเนินการตามกรอบข้อเสนอของผมก็คงจะยาก(เน้นเสียง)
ที่ผ่านมา 2 วันก็สะท้อนให้เห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องยาก แต่ผมก็ไม่ท้อ ผมทำด้วยความหวัง แต่ก็ยอมรับว่ายากที่จะทำให้สำเร็จ
สูตรข้อเสนอของคุณอภิสิทธิ์จะใช้เวลานานเพียงใด
ไม่ได้เอาจำนวนวันหรือเดือนเป็นตัวตั้ง แต่กำหนดจากสิ่งที่จะทำ จากกรอบที่เป็นจริงและปฏิบัติได้ ซึ่งมีทั้งที่จะต้องทำก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งวิธีการที่จะทำก่อนการเลือกตั้งนั้นก็มีหลายวิธี โดย กกต.จะเป็นตัวหลักที่จะดำเนินการ เช่น อาจจะต้องมาดูกันเรื่องกฎเกณฑ์ในการหาเสียงว่าจะต้องไม่ใช้ประชานิยมแบบบ้าระห่ำ ไม่นำไปสู่นโยบายที่ไร้ความรับผิดชอบ แต่ต้องปูทางไปสู่การแก้ไขปัญหาระยะยาว
รัฐบาลหลังเลือกตั้งจะต้องเป็นอย่างไร ตระกูลชินวัตรจะต้องเว้นวรรคหรือไม่
อะไรที่เป็นประโยชน์ของคน หรือของพรรคการเมือง ผมจะไม่ขอพูด เพราะตรงนี้จะทำให้ประชาชนไม่มั่นใจในกระบวนการเลือกตั้ง และไม่ไว้ใจพรรคการเมือง นักการเมือง ดังนั้นทั้งพรรคการเมืองและนักการเมืองต้องเจียมตัวว่าเราอยู่ในสถานะใด ต้องทำทุกอย่างเพื่อเรียกความเชื่อมั่นศรัทธาให้กลับมา ถ้าจะเดินหน้าเลือกตั้งอย่างเดียว ชาวบ้านก็อาจจะมองว่าเป็นการเลือกตั้งเพื่อหวังชิงอำนาจ อย่างไรก็ตาม การจะปฏิรูปไม่ว่าจะใช้เวลากี่เดือนกี่ปี เราจะปฏิเสธการเมืองไม่ได้ ไม่อยากให้ไปมองว่าเมื่อปฏิรูปเสร็จแล้วจะมีระบบอะไรขึ้นมาโดยไม่มีทั้งนักการเมืองและพรรคการเมือง อย่างนั้นเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้ง มีพรรคการเมือง มีนักการเมือง
ช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา หลังจากเสนอตัวออกมา เริ่มมีความหวังมากขึ้น หรือเริ่มท้อ
ผมไม่ท้อ แต่ก็ไม่ได้มีความหวังมากขึ้น เพราะผมอยู่กับความเป็นจริง ที่รู้ว่ายาก และรู้ว่าเป็นข้อเสนอที่ไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดถูกใจทั้งหมด แต่ก็มีหลายฝ่ายตอบรับ รวมทั้งรัฐบาล และ กปปส. ส่วนที่บอกว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ ใช้คำพูดไม่ดีกับผม ก็มีการมาปฏิเสธว่าไม่ได้หมายถึงผม
ที่ออกมาเพราะ ปชป.เพลี่ยงพล้ำ ไม่มีที่ยืนหรือไม่
ไม่ใช่ การที่ไม่ลงเลือกตั้ง เพราะพรรคตัดสินใจร่วมกัน การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ประชาชนส่วนใหญ่ก็แสดงออกว่าไม่ได้เชื่อมั่นการเลือกตั้งที่จัดขึ้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ วันนี้ก็ต้องมาหาคำตอบกัน ถ้าผมจะเพลี่ยงพล้ำ มีอย่างเดียวคือ หกล้มไหปลาร้าหัก (หัวเราะ)
ทำเพื่อหาทางออกให้ ปชป.หรือเปล่า
ไม่ใช่หาทางออกให้ ปชป. แต่หาทางออกให้ประเทศ
ถึงวันนี้อะไรคืออุปสรรค ที่ยากที่สุด
ความขัดแย้งพื้นฐาน เพราะขั้วแต่ละขั้วแบ่งกันชัดเจน และมีความเชื่อว่า สิ่งที่ตัวเองต่อสู้จะสามารถไปเป้าหมายของเขาได้ แต่ผมอยู่บนความเป็นจริงที่ไม่เชื่อว่าจะมีฝ่ายไหนสามารถเดินไปสุด ได้สิ่งที่ต้องการ แล้วบ้านเมืองสงบ ผมจึงบอกว่า นองเลือดก็ไม่ใช่ ไปเลือกตั้งดุ่ยๆ ก็ไม่ใช่ ปฏิวัติก็ไม่ใช่
ดูเหมือนวันนี้สุเทพจะเป็นปัญหากับแนวทางของอภิสิทธิ์มากกว่ารัฐบาลหรือไม่
คุณสุเทพคือร่างทรงของมวลมหาประชาชน มีเป้าหมายชัดเจนที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองโดยการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง จึงไม่มีสิทธิคิดเป็นอื่น แต่ กปปส.ยังไม่เห็นข้อเสนอของผม ซึ่งข้อเสนอของผมต้องไปตอบโจทย์ กปปส.ว่า สิ่งที่อยากได้คือการปฏิรูปนั้น ได้แน่ แต่เส้นทางที่จะได้อาจไม่ตรงกับเส้นทางที่ กปสส.วางไว้ เป้าหมายคือ การปฏิรูป ตรงกัน แต่วิธีการอาจจะต่างกัน
ในฐานะที่เคยอยู่กับคุณสุเทพมาก่อน ได้คุยกันหรือไม่
คุยกันได้ ไม่มีปัญหา แต่คุณสุเทพไม่รู้แน่นอนว่าผมจะเสนออะไร
ถ้าไม่ทำอะไรเลย เชื่อไหมว่าจะเกิดสงครามกลางเมือง
ผมไม่รู้ว่านิยามของคำว่าสงครามกลางเมืองจะขนาดไหน แต่อยากถามว่า ที่ผ่านมายังรุนแรงไม่พออีกหรือ เป็นเมืองพุทธ คิดไหมว่าจะเห็นพระถูกซ้อม ผมไม่เคยคิดว่าจะเห็นภาพอย่างนั้นมาก่อน
มี 3 คนที่คุณอภิสิทธิ์ต้องพูดคุยด้วย คือ ยิ่งลักษณ์ สุเทพ ทักษิณ คิดว่าคนไหนจะคุยด้วยยากที่สุด
คุณทักษิณ ผมไม่แน่ใจว่าจะคุยหรือไม่ แต่ถ้าถามความปรารถนาส่วนตัว ผมไม่มีความปรารถนาจะคุยอะไร แต่คนที่จะตัดสินใจทางการเมืองคือ คุณยิ่งลักษณ์ ซึ่งมีตำแหน่ง มีความรับผิดชอบ และมีสถานะทางกฎหมาย ฉะนั้นก็ต้องสื่อสารกับคุณยิ่งลักษณ์ แต่ถ้าสมมุติมีคนมาบอกว่า คุณยิ่งลักษณ์ตัดสินใจเองไม่ได้ ต้องไปถามคุณทักษิณด้วย ผมก็ไม่ก้าวล่วงตรงนั้น แต่เห็นข่าวว่าคุณยิ่งลักษณ์บอกว่ายินดี ผมก็ถือว่าตรงนั้นเป็นคำตอบของคุณยิ่งลักษณ์แล้วว่า เมื่อถึงเวลาก็ยินดีที่จะพบ แต่การทำงานของผมต้องไปแสวงหาแนวร่วมความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปและการเลือกตั้ง ก่อนที่จะไปถึงจุดที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ฉะนั้นการพบกับคุณยิ่งลักษณ์ต้องรอไปก่อน แต่การทำงานของผมจะต้องใช้ระยะเวลาสั้น เพราะทุกอย่างงวดเข้ามา ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ควรจะมีความชัดเจน
จำเป็นต้องคุยกับอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร หรือไม่
ผมต้องการคุยกับคนที่มีอำนาจตัดสินใจ ถ้าคุณยิ่งลักษณ์สามารถตัดสินใจได้เอง ก็จบ
ถ้าคุณอภิสิทธิ์เดินเข้าไปพบยิ่งลักษณ์ ภาพของคุณอภิสิทธิ์ที่อยากให้ยิ่งลักษณ์มองคือ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนใกล้ชิดสุเทพ หรือคนที่พยายามหาทางออกให้ประเทศ
ผมไปตอบแทนคุณยิ่งลักษณ์ไม่ได้ แต่ ณ วันนี้ ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กำลังต้องการที่จะเห็นประเทศเดินสู่การปฏิรูป พ้นจากความขัดแย้ง และหาทางให้ประเทศเดินไปได้ เพื่อที่ทุกคนจะได้หลุดพ้นจากปัญหาจำนวนมาก บนหลักการของความถูกต้อง คุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ ถ้าคุณยิ่งลักษณ์ อยากจะฟังจากผมก็มา ผมก็วางข้อเสนอให้เห็น
ปัญหาของบ้านเมืองวันนี้ คือ ถ้าสนใจอยู่แต่ตัวคนส่งสาร แต่ไม่สนใจในตัวสาร หรือเนื้อหาสาระ ก็จะเดินยากมาก ก็ไม่มีทางจะสนทนาอะไรกันได้
ข้อเสนอที่จะนำเสนอทุกฝ่าย โอกาสที่แต่ละฝ่ายจะรับจะเป็นอย่างไร
ผมรู้ว่ายากที่ทุกฝ่ายจะรับได้ แต่อยากถามว่า ปฏิเสธได้ง่ายแค่ไหน ผมคิดว่าไม่ง่ายที่จะปฏิเสธ ถ้าจะไม่เอาเลยก็ต้องให้เหตุผลว่า เพราะอะไร ถ้ามีข้อเสนอที่ดีกว่าที่เป็นที่ยอมรับผมยิ่งชอบ ผมไม่ได้คิดว่าของผมดีเลิศกว่าใคร
มีความเห็นอย่างไรกรณีข้อเสนอของคณะรัฐบุคคล
ผมไม่มีสิทธิ์ไปผูกขาดว่าจะแก้ปัญหาคนเดียว ถ้ามีคณะบุคคลหรือใครที่จะทำได้ก็เป็นเรื่องดี แต่ตอนนี้ไม่ทราบว่าคณะรัฐบุคคลจะทำอะไร จึงตอบไม่ได้ อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องพระราชอำนาจนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งเมื่อปี 2549 อย่างชัดเจนว่าจะไม่ใช้อำนาจใดที่อยู่นอกกติกา
....................................
(หมายเหตุ : 'รู้ว่ายาก แต่ผมทำด้วยความหวัง...และไม่ท้อ' : สัมภาษณ์พิเศษ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยพิมพ์นารา ประดับวิทย์, สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่น)



