ข่าว

แดงเชื่อ'มาร์ค'ถูกสั่งเดินสายเจรจา

แดงเชื่อ'มาร์ค'ถูกสั่งเดินสายเจรจา

27 เม.ย. 2557

แดงเชื่อ'มาร์ค'ถูกสั่งเดินสายเจรจา เลขาฯพร้อมชงเข้าที่ประชุมกกต. 'สมชัย'เผยพอใจข้อสรุปรับมือปัญหาเลือกตั้งส.ส.ครั้งใหม่ 'สมศักดิ์'อยากเห็นคนไทยรักกันไม่แบ่งสี

               27เม.ย.2557 น.พ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และ แกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อาสาเป็นตัวกลางเดินสายเจรจาพูดคุยทุกฝ่าย เพื่อลดความขัดแย้งในประเทศว่า มองได้ 2 แง่ คือ1.นายอภิสิทธิ์อยากข่มนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.กลับบ้างเพราะที่ผ่านมาบทบาทตัวเองลดลง ซึ่งถูกมองว่านายสุเทพสั่งการได้แทบทุกเรื่อง นายอภิสิทธิ์ คงเห็นว่า กปปส.ประกาศบอยคอตเลือกตั้ง ตั้งรัฎฐาธิปัตย์ คนไม่ชอบเยอะ จึงเสนอแนวทางอยากให้มีการเลือกตั้ง ก็ไม่รู้ว่านายอภิสิทธิ์ ถูกสั่งมาให้เดินทางนี้หรือไม่ เพราะคนอยู่เบื้องหลังเริ่มเห็นว่าม็อบปลุกไม่ขึ้นแล้ว ก็อาจสั่งนายอภิสิทธิ์ให้เดินสายพูดคุย นายอภิสิทธิ์ก็หวังว่าเมื่อมีเลือกตั้งแล้วจะช่วยให้คะแนนะเสียงฝ่ายตัวเองเพิ่มขึ้น และ 2. นายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ ต่างเล่นละครต้มคนดู โดยดึงเวลาสร้างภาพให้ตัวเองไปเรื่อยๆ

               น.พ.เชิดชัย กล่าวด้วยว่า ส่วนกระแสข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมจะเจรจาพูดคุยหาทางออกกับนายอภิสิทธิ์ แต่คนเสื้อแดงบางส่วนมองว่าอาจขัดต่อแนวทาง ไม่อยากให้ไปเจรจากับคนที่เคยถูกมองว่ามีส่วนเหตุการณ์ เม.ย.-พ.ค.53 นั้น ก็คงไม่ขัดกับแนวทางเสื้อแดง รัฐบาลยิ่งลักษณ์พยายามเดินหน้าเพื่อไปสู่การเลือกตั้งโดยเร็วอยู่แล้ว หลังเลือกตั้งยินดีแก้กฎหมายเพื่อให้มีการปฏิรูปประเทศ แต่นายสุเทพ เลขาธิการ กปปส.อาจจะไม่พอใจเพราะต้องการให้ปฏิรูปก่อน แต่นายอภิสิทธิ์ เดินหน้าเหมือนกับอยากให้มีการเลือกตั้งก่อน นายสุเทพอาจคิดว่าสั่งนายอภิสิทธิ์ไม่ได้แล้วเลยออกมาต่อว่า ซึ่งหากเป็นความตั้งใจของนายอภิสิทธิ์จริง ฝ่ายประชาธิปไตยขออนุโมทนาสาธุด้วย แต่ถึงแม้จะต้มเราก็ยังเดินหน้าเพื่อให้มีการเลือกตั้งต่อไป

 

"ภูมิธรรม"พร้อมหารือ"อภิสิทธิ์"แต่ขอจริงใจ


              นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่นายอภิสิทธิ์เสนอตัวเป็นคนกลางประสานเจรจากับฝ่ายต่างๆ แต่ขอให้ตั้งใจทำจริง ไม่ใช่แสดงละครเพื่อสร้างภาพลักษณ์ และขอแนะนำว่า นายอภิสิทธิ์ ควรหารือกับนายสุเทพก่อน เพราะปัญหาวันนี้อยู่ที่นายสุเทพ ส่วนฝ่ายอื่นๆรวมถึงพรรคเพื่อไทยยินดี หากนายอภิสิทธิ์ จะเข้าหารือเพื่อยุติปัญหา โดยไม่ต้องตั้งเงื่อนไขว่าจะต้องปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง หรือ เลือกตั้งก่อนการปฏิรูป เพราะสามารถทำไปพร้อมๆ กันได้


“อุดมเดช”ชี้หวังผลการเมืองหลังปฎิรูปเกิดยาก

               นายอุดมเดช รัตนเสถียร กรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิกากปปส. แบ่งบทกันเล่น ให้นายสุเทพ ค้านเลือกตั้ง ให้นายอภิสิทธิ์ หนุนเลือกตั้ง ว่า การออกมาเดินสายเจรจากับฝ่ายต่างๆของนายอภิสิทธิ์ในครั้งนี้มีการหวังผลทางการเมืองมากอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ มีการสนับสนุนเคลื่อนไหวที่สอดคล้องสนับสนุนกันกับข้อเสนอของกปปส. เพราะคนที่เป็นแกนนำกปปส.ก็เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งมีข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งตลอด เมื่อเห็นว่าไม่มีทางเป็นไปได้จะให้เกิดการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ ก็เลยต้องฉีกออกมาเล่นบท ว่า พรรคประชาธิปัตย์ ยังคงยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยและรัฐสภา

               ก่อนหน้านี้กปปส.และพรรคประชาธิปัตย์ก็ออกมาเรียกร้องต้องการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง แต่ก็ยังไม่เห็นแนวทางว่าเมื่อเกิดการปฏิรูปขึ้นไม่รู้กี่ปีจะแล้วเสร็จ เพราะหากจะแช่แข็งประเทศไปเรื่อยๆโดยไม่การเลือกตั้งนั้นเป็นไปไม่ได้เพราะไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศ ถ้ามีการเลือกตั้งโดยที่ทุกพรรคการเมืองเข้ามาต่อสู้ในระบอบรัฐสภาแล้วเมื่อเห็นว่าต้องการจะปฏิรูปเปลี่ยนแปลงอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศก็สามารถทำได้และต้องอยู่ในกรอบของความถูกต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

 

 

"นิพิฏฐ์"หนุนชี้ถึงเวลาบอกปชช.ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งไม่ฉีกรธน.ไม่ปฏิวัติ

 

                นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ที่พยายามหาทางเจรจากับหลายภาคส่วนเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ และเห็นด้วยที่พรรคการเมืองต้องหาทางออกให้สังคม ส่วนเสนอแล้วสังคมส่วนใหญ่จะรับหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เราหมดหน้าที่แล้ว ซึ่งความสับสนทั้งหมดเกิดจาก ไม่มีใครกล้าพูดชัดๆว่า จะปฏิรูปก่อนเลือกตั้งอย่างไรโดยไม่ฉีกรัฐธรรมนูญ มีแต่พูดกันว่า ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้งๆ แม้แต่คนฟังเองก็มิได้ฉุกคิดว่า แล้วจะทำได้อย่างไร
      
               "แนวทางที่ท่านอภิสิทธิ์กำลังทำอยู่ บทสุดท้ายจริงๆคือเป็นทางออกที่ไม่ต้องฉีกรัฐธรรมนูญ และไม่ต้องมีการปฏิวัติ ดังนั้นจึงถึงเวลาที่ต้องบอกประชาชนอย่างตรงไป ตรงมา ว่า การปฏิรูปก่อนเลือกตั้งทำอย่างไร โดยไม่ฉีกรัฐธรรมนูญ แม้ตัวผมเองก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร แล้วประชาชนทั่วไปจะคิดออกอย่างไร ช่วยกันคิดอย่างจริงจัง ให้เกิดปัญญาก่อนที่คนมีความตั้งใจดีต่อบ้านเมืองจะถูกทำลายและหายไปทีละคนสองคน"

 

เลขาฯพร้อมชงเข้าที่ประชุมกกต.

 

               นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงการพิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ว. วันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้กกต.ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ว. ไปแล้วทั้งสิ้น 62 จังหวัด โดยมีจังหวัดที่ กกต. ยังไม่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง เนื่องจากมีเรื่องรองเรียนเข้ามา และอยู่ระหว่างการพิจารณา จำนวน 15 จังหวัด ประกอบด้วย กทม. คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา จ.ชัยภูมิ นายบัณฑูรย์ เกียรติก้องชูชัย จ.นครนายก นายมารุต โรจนาปิยาวงศ์ จ.เพชรบูรณ์ นายพิพัฒน์ชัย ภัครัชตานนท์ จ.แพร่ ด.ต.บุหลัน ราษฎร์คำพรรณ์ จ.แม่ฮ่องสอน นายสุรพล สันติโชตินันท์ จ.ระนอง นายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ จ.ลพบุรี นายประทวน สุทธิอำนวยเดช จ.ลำปาง นายวราวุฒิ หน่อคำ จ.ลำพูน นายตรี ด่านไพบูลย์ จ.ศรีสะเกษ น.ส.วิลดา อืนฉัตร จ.สุราษฎร์ธานี พล.อ.อ.สุจินต์ แช่มช้อย จ.หนองบัวลำภู นายประพาส นวนสำลี จ.อำนาจเจริญ นางญาณีนาถ เข็มนาค และ จ.อุบลราชธานี นายสมชาย เหล่าสายเชื้อ โดย กกต.จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวในวันที่ 28 เม.ย. นี้ ทั้งนี้หากไม่สามารถดำเนินการสอบสวนแล้วเสร็จ ก็จะต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ว. ไปก่อน แล้วพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่างๆต่อไปในภายหลัง ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่งส.ว. มาตรา 8 ที่ระบุว่าถ้าเห็นกรณีที่มีเหตุอันสงสัยว่ามีกรณีไม่สุจริตและเที่ยงธรรมในเขตเลือกตั้งใด จะยังไม่ประกาศผลสำหรับเขตเลือกตั้งนั้นก็ได้ แต่ต้องสอบสวนและวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง ทั้งนี้การประกาศผลการเลือกตั้งไม่มีผลกระทบหรือการดำเนินการของกกต.

               เมื่อถามถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ ประสานพูดคุยกับ กกต. เพื่อหาทางออกประเทศในวันที่ 29 มี.ค. นายภุชงค์ กล่าวว่ารายละเอียดเรื่องดังกล่าวก็จะมีการนำเข้าหารือในที่ประชุม กกต. วันที่ 28 เม.ย. ด้วยเช่นกัน


 

ครม.เตรียมพิจารณา ต่อพ.ร.บ.มั่นคง 60 วัน

 

               พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 เม.ย. จะมีการพิจารณาขยายระยะเวลาการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง ฯ ที่จะหมดอายุในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ออกไปอีก 60 วัน คือตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. - 29 มิ.ย.นี้ ในพื้นที่เดิม ซึ่งประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร,  จ.นนทบุรี , อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และอ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อให้ครอบคลุมและรองรับสถานการณ์ช่วงเดือน พ.ค. - มิ.ย.ที่จะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และผลการตัดสินของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตลอดจนการรอฟังผลเรื่องความชัดเจนในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งหากสถานการณ์มีแนวโน้มคลี่คลาย สามารถประกาศยกเลิก พ.ร.บ.ความมั่นคง ฯ ได้ตลอดเวลา

               พล.ท.ภราดร กล่าวตด้วยว่า ส่วนที่ พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาโจมตีตนว่าป้ายสี กลุ่ม กปปส.นั้น ถือว่าเป็นมิติทางการเมือง แต่ในข้อเท็จจริงยืนยันว่า เราพบว่ามีมือที่สามแฝงอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมทุกกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะกปปส.เท่านั้น โดยกลุ่มคนเหล่านี้คิดว่าการใช้ความรุนแรงจะสามารถแก้ปัญหาได้

 


"สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล"อยากเห็นคนไทยรักกันไม่แบ่งสี

 

               เมื่อเวลา 09.00 น. ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา จัดงานวันเกิดครบรอบ 63 ปี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้าราชการ นักการเมือง พ่อค้า ประชาชน กลุ่มพลังมวลชน ทั้งในจังหวัดอ่างทองและจากจังหวัดอื่นมาร่วมอวยพร โดยนายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นตัวแทนแขกที่มาร่วมงานกล่าวคำอวยพร

               นายสมศักดิ์  กล่าวว่าของขวัญวันเกิดที่อยากได้ อยากให้คนไทยกลับมารักกัน เมืองไทยจะได้กลับมาอยู่ภาวะปกติ บ้านเมืองกลับไปสู่ความสงบเรียบร้อย แล้วประเทศไทยจะเดินต่อไป เหลือเวลาอีก 300 วัน ประเทศไทยจะสู่สมาคมอาเชียนแล้ว ถ้าบ้านเมืองยังอยู่ในสภาพนี้ประเทศไทยไปไม่ได้แน่นอน วันนี้ได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษและผู้สร้างสรรค์ประเทศ โปรดดลใจให้คนไทยกลับมารักกัน เราแยกสีได้แต่อยากแยกความเป็นคนไทย แบ่งสีได้แต่อย่าแบ่งความรัก การชุมนุมไม่ว่าจะฝ่ายในขอให้ใช้สติ โดยไม่อยากเห็นกลุ่มผู้ชุมนุมปะทะกัน อยากให้คนไทยอยู่บนเหตุบนผล เพื่อจะได้ก้าวไปสู่สมาคมอาเชียน



"สมชัย"เผยพอใจข้อสรุปรับมือปัญหาเลือกตั้งส.ส.ครั้งใหม่

 

               นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26-27 เม.ย. ที่ผ่านมา กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ได้ประชุมเพื่อหาแนวทางในการจัดเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไปครั้งใหม่ โดยตนได้นำปัญหาจากการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตั้งเป็นโจทย์ 13 ข้อ ให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กกต.ร่วมกันเสนอแนวทางป้องกันและแก้ไข โดยโจทย์ทั้ง 13 ข้อนั้นประกอบด้วย

               1.จะมีวิธีการอย่างไร เพื่อให้การรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและจับสลากเลขหมายพรรคการเมืองประสบความสำเร็จ เพราะปัญหาจากการรับสมัครในครั้งที่ผ่านมาที่สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น ดินแดง แม้จะสำเร็จแต่ก็จบลงด้วยเหตุจลาจลวุ่นวาย กลายเป็นความสูญเสียทั้งต่อชีวิต และทรัพย์สิน ที่เป็นที่เสียใจของคนทั้งประเทศ 2.จะมีวิธีการอย่างไร เพื่อให้การรับสมัคร ส.ส.เขต ทั้ง 375 เขตประสบความสำเร็จ ทั้งนี้เนื่องจากในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามี 28 เขต ที่มีผู้ประสงค์จะสมัครแต่ไม่สามารถเข้าไปสมัครได้ ทำให้เป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 เป็นการเลือกตั้งที่มิชอบโดยไม่สามารถจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันเดียวกันทั้งประเทศ

               นายสมชัยกล่าวว่า 3.การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร ที่ต้องเกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการอื่นๆจำนวน 13 หน่วยงานจะมีวิธีการประสานงานให้เกิดความถูกต้องและได้รับคำตอบตามกำหนดการได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาระยะเวลา 7 วันที่กำหนด หน่วยงานบางหน่วยงานไม่สามารถตรวจสอบและส่งข้อมูลกลับคืนมาในเวลาที่กำหนด   ทำให้ผลการประกาศในรอบแรกมีความผิดพลาดอยู่จำนวนหนึ่ง 4.จะมีวิธีการอย่างไร หากกระบวนการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง หากถูกขัดขวาง  เพราะที่ผ่านมา  โรงพิมพ์ที่จัดพิมพ์ถูกปิดล้อมไม่ให้พนักงานเข้าไปปฏิบัติงาน  แท่นพิมพ์ถูกทำลาย ทำให้กระบวนการจัดพิมพ์มีความล่าช้ากว่ากำหนด 5.การขนส่งบัตรจากส่วนกลางไปยังแต่ละจังหวัด จะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ ถูกสกัดกั้น  โดยในสถานการณ์ที่ผ่านมา การขนส่งบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของภาคใต้ทั้งหมด ถูกสกัดไว้ที่ศูนย์จ่ายไปรษณีย์ 3 แห่ง คือ ไปรษณีย์ชุมพร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  ทำให้ภาคใต้ทั้งภาคไม่สามารถจัดการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อได้แม้แต่จังหวัดเดียว 

               นายสมชัยกล่าวต่อว่า 6.การกระจายบัตรและอุปกรณ์เลือกตั้งต่างๆ ให้กับกรรมการประจำหน่วย (กปน.) จะมีวิธีการอย่างไร ที่จะทำได้โดยไม่ถูกขัดขวาง ซึ่งกรณีดังกล่าว เป็นปัญหาอย่างยิ่ง  เนื่องจากต้องเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากนับล้านคน  และตองกระทำโดยเปิดเผยโปร่งใส จึงมีจุดอ่อนที่อาจถูกขัดขวางไม่ให้กระทำได้สำเร็จได้โดยง่าย ซึ่งหากการกระจายบัตรและอุปกรณ์ไม่สามารถกระจายถึงหน่วยเลือกตั้งใด หน่วยเลือกตั้งนั้นไม่สามารถเปิดให้มีการเลือกตั้งได้ 7.วันเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งแบบในเขตและนอกเขต ประมาณ 1,100 หน่วย จะมีวิธีการอย่างไรไม่ให้หน่วยเลือกตั้งดังกล่าว ถูกขัดขวางจนไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้เกิดความสำเร็จได้และหากไปจัดการภายหลังวันเลือกตั้งก็เป็นกรณีที่ผิดกฎหมายอีก 8.การจัดหากปน. จะมีวิธีการอย่างไรในกรณีที่มีการถอนตัวอย่างกะทันหัน  ทั้งนี้ รวมถึง กกต.จังหวัดและผอ.กต.จังหวัด ที่อาจถูกข่มขู่คุกคามให้ถอนตัว จนเป็นอุปสรรคต่อการจัดการเลือกตั้ง  โดยต้องมองถึงสถานการณ์ที่ฉุกเฉินที่สุด คือ การถอนตัวอย่างกะทันหันในวันเลือกตั้งด้วย      

               นายสมชัยกล่าวอีกว่า 9.การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร จะมีวิธีการอย่างไร เพื่อให้มีประชาชนผู้มาใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านมาคนไทยในต่างประเทศมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เสียไป 10.การจัดส่งบัตรเลือกตั้งจากประเทศต่างๆ จะมีวิธีการควบคุมอย่างไร ให้บัตรกลับมาประเทศไทยครบและตรงตามกำหนด เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาในกรอบเวลาที่จำกัด ทำให้การจัดส่งถุงเมล์กลับมามีการสูญหาย11.ในวันเลือกตั้งจริงหากมีการขัดขวางการเลือกตั้ง  ทำให้กรรมการไม่สามารถไปปฏิบัติหน้าที่ได้ ขัดขวางไม่ให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์และการขัดขวางในระหว่างการนับคะแนน จะมีแนวทางการจัดการที่เหมาะสมอย่างไร ซึ่งไม่พัฒนาไปสู่เหตุการณ์รุนแรงจนเกิดการปะทะ สูญเสียหรือนำไปสู่เหตุการณ์จลาจลในวงกว้างได้ 12.การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการหรือศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกามีผลบังคับใช้  ให้เป็นศูนย์ที่สามารถติดตามสถานการณ์และรายงานสถานการณ์ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งแบบทันเวลา  เพื่อการตัดสินใจแก้ไขปัญหาแบบมีประสิทธิภาพ และ13.ปัญหาการใช้สื่อวิทยุท้องถิ่น และสื่ออีเล็กทรอนิกส์ ที่มีผลต่อบรรยากาศของการเลือกตั้งจะมีช่องทางทางกฎหมาย อย่างไรเพื่อจัดการในประเด็นดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาจะเห็นว่า  การให้ข่าวสารแก่ประชาชนผ่านสื่อทั้งสองประเภท ไม่ว่าจะเป็นวิทยุชุมชน หรือ สื่อออนไลน์ต่างๆ เช่นเฟซบุ๊ค ไลน์ ทวิตเตอร์ เป็นมูลเหตุสำคัญของการสร้างอารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรง การให้ข้อมูลที่ผิด การใส่ร้ายป้ายสี ไปจนถึงการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งต่างๆและนำไปสู่ความไม่สงบในการเลือกตั้งได้           

               นายสมชัย กล่าวต่อว่า จากการประชุมที่ผ่านมา ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง สามารถหาคำตอบกับโจทย์ทั้ง 13 ข้อ ที่อาจเป็นปัญหาต่อการจัดเลือกตั้ง ซึ่งคำตอบที่ได้มานั้นพบว่าเป็นที่น่าพอใจ และเชื่อว่าน่าจะเป็นแนวทางที่ทำให้การเลือกตั้งประสบความสำเร็จได้ โดยตนจะนำผลคำตอบนี้เข้าที่ประชุมกกต.ได้ในวันที่ 29 เม.ย. เพื่อนำไปเป็นข้อมูลประกอบการหารือกับรัฐบาลในวันที่ 30 เม.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม คำตอบดังกล่าวนี้กกต.จะไม่เปิดเผยให้สาธารณะได้ทราบ เนื่องจากจะนำไปใช้ปฏิบัติจริงเพื่อเป็นแนวทางและมาตรการป้องกันหากการเลือกตั้งเกิดปัญหาหรือถูกขัดขวาง ซึ่งกกต.เกรงว่าหากเปิดเผยออกไปแล้วจะทำให้เกิดอุปสรรคได้