
"ฮุนเซน"ปฏิเสธหารือเขาพระวิหารกับสุเทพ
แดนไทย-กัมพูชาตึงเครียดปิดอุทยานพระวิหารอีก โฆษกกลาโหมแจงทหารไทย-กัมพูชาพร้อมไม่ได้หวังรบ แค่ป้องอธิปไตย ขณะที่แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุจัดกำลังพร้อมอาวุธครบเครื่องไม่น้อยหน้าเขมร ตรึงพื้นที่ชายแดนเขาพระวิหารเต็มที่ รมว.กลาโหมเผยถกกัมพูชาเรื่องยูเนสโกไม่เกี่ยวพ
(25มิ.ย.) นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ขณะนี้กรมอุทยานฯ ยังคงปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ที่อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ต่อไปอย่างไม่มีกำหนดอีกรอบหนึ่ง หลังจากที่ได้ปิดชั่วคราวมาแล้วครั้งหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากยังเป็นห่วงเรื่องของความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว อันเนื่องจากจากสถาน การณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชาที่อาจจะกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทางกรมอุทยานฯ ได้รับการร้องขอจากผวจ.ศีรสะเกษ ให้เปิดแหล่งท่องเที่ยวบนอุทยานเขาพระวิหาร เพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาพักผ่อนในช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษา ที่จะมีวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวัน แต่เมื่อพิจารณาสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว กรมอุทยานฯจึงตัดสินใจประกาศปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารต่อไปอีกสักระยะหนึ่งก่อน
“เมื่อสัปดาห์ก่อน กรมอุทยานฯได้รับการร้องขอจากทางจังหวัดศรีสะเกษ ที่อยากให้เปิดอุทยานเขาพระวิหาร ในช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษานี้ เพราะเห็นว่าได้ปิดท่องเที่ยวมาตั้งแต่ช่วงสงกรานต์แล้ว แต่กรมอุทยาน ได้ขอให้จังหวัด หาคำยืนยันจากทางทหารมารับรองเรื่องความปลอดภัย ซึ่งเดิมเตรียมจะเปิดให้บริการในวันที่ 1 ก.ค.นี้ แต่ปรากฎว่าในสัปดาห์นี้ทางคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย ที่มีนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทส.พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ขอให้คณะกรรมการมรดกโลก ขององค์ การยูเนสโก ทบทวนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกในที่ประชุมที่ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 22-30 มิ.ย.นี้ ทำให้ประเด็นชายแดนไทย - กัมพูชา ทางด่านปราสาทพระวิหาร ค่อนข้างตึงเครียดอีกครั้ง ดังนั้นกรมอุทยานฯจึงชะลอการเปิดให้บริการออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์ชายแดนจะคลี่คลาย ” นายเกษมสันต์ ระบุ
อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดทำแผนอนุรักษ์พื้นที่และการสำรวจแหล่งโบราณสถานรอบอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารนั้น ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้วร่วมกับกรมศิลปากร ซึ่งรับผิดชอบแหล่งโบราณสถานที่มีอยู่ในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้แล้ว และเตรียมได้ส่งรายงานให้กับกระทรวงการต่างประเทศต่อไป
โฆษกกห.แจง ทหารไทย-เขมร พร้อมไม่ได้หวังรบ
พล.ต.จิตตสักก์ เจริญสมบัติ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหมว่า ในที่ประชุมไม่มีการพูดถึงกรณีเขาพระวิหาร แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ให้ความมั่นใจว่าการเดินทางไปเยือนกัมพูชาในวันที่ 27 มิ.ย.นี้ เพื่อทำความเข้าใจในระดับของรัฐบาลให้เข้าใจตรงกันถึงเจตนาของรัฐบาลไทยในสิ่งที่ดำเนินการ และมั่นใจว่าการพูดคุยครั้งนี้จะไม่มีเหตุการณ์การปะทะกัน เพราะไม่มีใครต้องการจะให้เกิดการใช้กำลังจนกลายเป็นการสู้รบ ทั้งนี้ แต่ละฝ่ายได้มีการเตรียมกำลัง แต่ไม่ใช่เพื่อการสู้รบกัน แต่จำเป็นต้องดูแลเขตแดนอธิปไตย ป้องกันไม่ให้มีการรุกล้ำเขตแดน ทั้งนี้ กองทัพไทยมีความพร้อมในการรบและมีศักยภาพอยู่แล้ว แต่เราจะไม่รุกล้ำหรือใช้กำลังก่อน ซึ่งเป็นจุดยืนของเรา
แม่ทัพภาค2จัดกำลังพร้อมอาวุธตรึงชายแดนไทย-กัมพูชา
พลโทวิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยถึงสถานการณ์แนวชายแดนไทย - กัมพูชา บริเวณเขาพระวิหาร ว่า ในขณะนี้สถานการณ์ยังคงเป็นไปด้วยความปกติ การวางกำลังทหาร ก็วางไว้เต็มที่ที่สามารถจะทำได้ ซึ่งในขณะนี้บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ก็มีการวางกำลังเอาไว้ และไม่สามารถเพิ่มกำลังทหารเข้าพื้นที่ได้อีก แต่ว่าทางกองทัพภาคที่ 2 ก็จะใช้การสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังพล โดยการสับเปลี่ยนกำลังพลนั้น ทางกองทัพจะสับเปลี่ยนเอากำลังพลที่ประจำอยู่ในพื้นที่เป็นระยะเวลานาน ซึ่งอาจจะมีอาการเหนื่อยล้าออกมา และจะส่งกำลังพลที่มีความสดชื่นเข้าไปปฏิบัติหน้าที่แทน เพราะว่าในช่วงนี้กำลังย่างเข้าฤดูฝน อาจจะทำให้กำลังพลเกิดความอ่อนล้าได้ง่ายกว่าปกติ
ดังนั้น การสับเปลี่ยนกำลังพลในช่วงนี้ จึงถือเป็นสิ่งที่จำเป็น และจะต้องมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ส่วนทางด้านการเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชาที่มีการเสริมกำลัง และอาวุธหนักเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องนั้น ทางกองทัพภาคที่ 2 ก็ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากฝ่ายกัมพูชามีการเสริมกำลัง หรือยุโธปกรณ์เข้ามาในพื้นที่มากเพียงใด ทางกองทัพ ก็จะจัดเตรียมกำลังและอาวุธเพื่อเตรียมพร้อมให้เหมาะสมกับทางกัมพูชาเช่นเดียวกัน ซึ่งในขณะนี้จากที่สังเกต และได้รับรายงานข่าวมา ทราบว่า ฝ่ายกัมพูชามีการเสริมกำลังทหาร และอาวุธยุโธปกรณ์เข้ามาในพื้นที่บริเวณชายแดนค่อนข้างมาก ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 2 ก็ได้เตรียมพร้อมอาวุธที่มีความเหมาะสมที่จะใช้ในการป้องกันอธิปไตยของประเทศ ไว้อย่างเต็มที่ แต่ทั้งนี้ในส่วนของพื้นที่บริเวณตัวปราสาทบนเขาพระวิหารนั้น ไม่สามารถที่จะเพิ่มกำลังทหารให้เข้ามามากกว่านี้ได้อีกแล้ว
ส่วนความอดทนอดกลั้น ต่อการยั่วยุของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอารมณ์ และความรู้สึกต่อกำลังพลที่เผชิญหน้ากันอยู่จนอาจนำไปสู่การสู้รบกัน นั้น แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้มีการดูแลกำลังพลกันตามลำดับชั้น โดยจะมีผู้บังคับบัญชาของแต่ละหน่วยควบคุมอย่างใกล้ชิด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการประทะกันขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ก็ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้กำลังพลมีขวัญและกำลังใจดีเยี่ยม โดยสถานการณ์ทุกวันนี้นั้น ก็ได้มีการพูดคุยกันในระดับผู้บังคับบัญชาของทั้ง 2 ฝ่ายมาอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งตนเองมั่นใจว่าจนถึงตอนนี้ทหารของฝ่ายไทย และฝ่ายกัมพูชายังจะสามารถพูดคุยกันได้อยู่ คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ในส่วนของการวางกำลังทหารบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา บริเวณเขาพระวิหารนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว ขณะนี้ได้วางกำลังไว้ครอบคลุมทั่วพื้นที่ จนไม่สามารถที่จะเสริมกำลังเข้าไปได้อีกแล้ว ตามภูมิประเทศต่างๆ ซึ่งก็ได้มีการวางกำลังเฝ้าตรวจตรา และดูแลชายแดนในฝั่งของเราอย่างเต็มที่ ก็ขอให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัยได้ไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนกรณีที่ทางฝ่ายกัมพูชา มักจะมีท่าที และคำพูดออกมาตามสื่อต่างประเทศในลักษณะที่ท้าทายฝ่ายไทยนั้น พลโทวิบูลย์ศักดิ์ ฯ เพียงสั้นๆว่า ขอให้สื่อสารมวลชนเป็นผู้ติดตามข่าวสารเอาเองว่า เขาพูดมาอย่างไร ส่วนทางทหารนั้นจะขอปฏิบัติตามหน้าที่ของตนเองเท่านั้น ทั้งนี้หากมีกระสุนเล็ดลอดเข้ามาตกอยู่ทางฝ่ายไทย ทางกองทัพฯ ซึ่งได้ตรึงกำลังในพื้นที่ไว้หมดแล้ว ก็พร้อมที่จะตอบโต้ทุกรูปแบบ แต่ทั้งนี้ตนเองได้สั่งการให้กำลังที่ประจำอยู่ในทุกจุด ให้อดทนอดกลั้นอย่างที่สุด และยังได้กำชับให้กำลังพลทุกนาย ห้ามประมาทและให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
"สำหรับการประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องตามแนวชายแดน ไทย - กัมพูชา นั้น ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้หน่วยทหารในพื้นที่ ลงไปทำความเข้าใจแก่พี่น้องประชาชน ให้เตรียมที่มั่นในการป้องกันตนเอง ไม่ว่าจะเป็นหลุมหลบภัย บังเกอร์ รวมถึงสถานที่หลบภัยต่างๆให้มีความมั่นคง และพร้อมอยู่เสมอ ซึ่งขณะนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ รวมถึงทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ก็ได้ลงไปช่วยดูแลในส่วนนี้แล้ว โดยเฉพาะในส่วนของ โรงเรียน สถานีอนามัย หน่วยงานราชการต่างๆ รวมถึงหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน ซึ่งมั่นใจได้ว่าทุกฝ่ายทั้งทหาร รวมถึงประชาชนในพื้นที่ต่างก็มีความพร้อมรับมือ หากมีสถานการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น" แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว
รมว.กลาโหมเผยถกกัมพูชาเรื่องยูเนสโกไม่เกี่ยวพระวิหาร
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเตรียมเดินทางเยือนกัมพูชาเพื่อหารือถึงประเด็นพิพาทเขาพระวิหารในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ว่า จะไปคุยกับสมเด็จฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชาในเรื่องทั่วไป เพราะเป็นประเทศใกล้กัน มีอะไรก็คุยกัน ซึ่งคงไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นเขาพระวิหาร เพราะคณะรัฐมนตรีไม่ได้พูดถึงเขาพระวิหาร แต่พูดถึงประเด็นยูเนสโกว่าเป็นองค์กรที่สร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในโลก ทำอะไรต้องให้เกิดสันติภาพ เป็นเรื่องเกี่ยวกับสมาชิกของยูเนสโกที่จะนำปราสาทพระวิหารขึ้นเป็นมรดกโลก ไม่เกี่ยวกับกัมพูชา ส่วนเรื่องกระแสข่าวเสริมกำลังบริเวณเขาพระวิหาร ตนไม่ทราบยังไม่ได้รับรายงาน ยังไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะแม่ทัพภาคที่ 2 และกำลังพลในพื้นที่มีการพูดคุยกันอยู่ ทั้งนี้ คงไม่ฝากอะไรถึงกัมพูชา เพราะเดี๋ยวจะไปพูดคุยกัน ซึ่งกัมพูชาก็รู้ดี โดยเฉพาะสมเด็จฮุน เซ็น ก็รู้ว่าหากมีอะไรต้องคุยกัน
"ฮุนเซน"ปฏิเสธหารือเขาพระวิหารกับสุเทพ
มีรายงานว่าสำนักข่าวซินหัวอ้างคำให้สัมภาษณ์สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ที่กรุงพนมเปญ เกี่ยวกับการเดินทางของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง จะเดินทางไปเจรจาเรื่องเขาพระวิหาร ที่กรุงพนมเปญ ในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ โดยสมเด็จฮุนเซน ปฏิเสธที่จะหารือกับนายสุเทพเรื่องเขาพระวิหาร หากแต่จะคุยเรื่องการถอนทหาร และปัญหาชายแดนเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพบปะกันระหว่างสมเด็จฮุนเซนกับนายสุเทพครั้งนี้ ทางฝ่ายทหารเป็นผู้ดำเนินการนัดแนะให้ โดยที่ไม่ได้ผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญแต่อย่างใด
“หมอประเวศ”เตือนรัฐบาลระวังเกิดสงครามไทย-กัมพูชา
ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโสและในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) กล่าวว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลแสดงจุดยืนชัดเจนกรณียื่นคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาต่อองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) แต่อยากแนะนำให้ระวังเกิดเป็นสงครามระหว่างประเทศ และควรใช้วิธีแก้ปัญหาทางอื่นด้วย เช่น การเจรจาทางการทูต รวมทั้งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องปรับหลักสูตรและวิธีการสอนประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นลาวหรือกัมพูชาใหม่ทั้งหมด เพื่อสร้างความรู้สึกดีๆ ต่อกัน
“ที่ผ่านมาไทยสอนประวัติศาสตร์ โดยให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกเกลียดชังเพื่อนบ้านมาตลอด ในยุคปัจจุบันไม่จำเป็นต้องสอนประวัติศาสตร์โดยการปลุกระดมอีกแล้ว ซึ่งหากไทยเจรจาและสร้างความเข้าใจกับกัมพูชาได้ก็จะเป็นการป้องกันไม่ให้ปัญหาปราสาทพระวิหารลุกลามและบานปลายไปถึงขั้นเป็นสงคราม เพราะหากกลายสงครามจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลต่อประเทศไม่ว่าจะเป็นชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย ส่วนกรณีที่ไทยยื่นคัดค้านเพื่อขอขึ้นทะเบียนร่วมกับประเทศกัมพูชานั้น ผมก็เห็นด้วย เพราะมองว่าไม่มีอะไรเสียหายทั้ง 2 ประเทศได้ประโยชน์ในการขึ้นทะเบียนร่วมกัน ที่สำคัญปัญหาทุกอย่างก็จะยุติไป"ศ.นพ.ประเวศ กล่าว



