
สุเทพพร้อมทิ้งเก้าอี้ส.ส.หากกกต.ฟันถือหุ้นขัดรธน.
สุเทพ ลั่น พร้อมทิ้งเก้าอี้ ส.ส.หาก กกต.ฟัน ถือหุ้นขัดรัฐธรรมนูญ เปิดทางให้เลือกตั้งซ่อม สดศรี" ย้ำ ปิดสมัยประชุมสภาแล้ว ให้ส.ส.-บริษัท ให้ปากคำด่วน ชี้เลือกตั้งลงศรีสะเกษ เงียบกลัวโดนจับตาเหมือนเลือกตั้งสกลฯ ชทพ.เตรียมเปิดฟอร์แถลงทุกวันศุกร์เชิญส
(25มิ.ย.) นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ กกต.พิจารณาชี้มูล ส.ส.ที่ถือหุ้นในบริษัทที่รับสัมปทานจากรัฐว่า การที่ กกต.ขยายเวลาการพิจารณาออกไปอีก 15 วัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ การที่จะพยายามจะปล่อยข่าวว่า เหตุที่ กกต.เลื่อนวันพิจารณาออกไป เพราะจะช่วยเหลือส.ส.พรรคประชาธิปัตย์นั้น ไม่เป็นความจริง เป็นการให้ข่าวเพื่อดิสเครดิตและทำลาย กกต. มากกว่า และพยายามเชื่อมโยงให้เห็น เหมือนในอดีตหลายครั้งที่ผ่านมาว่า กกต.และพรรคประชาธิปัตย์เป็นพวกเดียวกัน
"การทำหน้าที่ของ กกต. ก็พิจารณาไปตามกฏหมายกำหนด ไม่เคยมีเรื่องใดที่จะมาช่วยเหลือพรรคประชาธิปัตย์ให้พ้นจากความผิด ทุกอย่างอยู่บนข้อเท็จจริงและหลักกฏหมายทั้งสิ้น เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ทำผิด กกต.ก็ไม่สามารถลงโทษพรรคประชาธิปัตย์ได้"
นายเทพไท กล่าวว่า เรื่องนี้ นายชุมพล กาญจนะ ประธานส.ส.ของพรรค ได้นำขึ้นหารือในที่ประชุมส.ส.ของพรรคเมือวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อให้ ส.ส.ที่ถูกตรวจสอบ ได้จัดทำขอแนวทางการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ กกต.
ทั้งนี้ ในส่วนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฝ่ายความมั่นคง ในฐานะที่เป็นเลขาธิการพรรค และเป็นหนึ่งในผู้ที่มีรายชื่อว่าถือครองหุ้นของบริษัทที่รับสัมปทานจากรัฐ นายสุเทพ ได้ให้การยืนยันในที่ประชุมส.ส.พรครคว่า ขอให้ส.ส.ที่มีชื่อทั้งหมด ไปจัดเจรียมข้อมูลข้อเท็จจริงของแต่ละคนให้พร้อม เพราะข้อเท็จจริงในการถือครองหุ้นของแต่ละคน ที่มีหุ้นของแต่ละบริษัทที่แตกต่างกัน ก็ย่อมมีข้อเท็จจริงที่ต่างกันด้วย และขอให้ยอมรับการพิจารณาของ กกต. และศาลรัฐธรรมนูญที่จะออกมา
"ที่ประชุม ก็ไม่มีส.ส.คนใดกังวลต่อเรื่องดังกล่าว โดยเชื่อว่า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีของส.ว. ทั้ง 16 คน ซึ่งเป็นคดีนำร่องไปแล้ว ก็สามารถเทียบเคียงกับกรณีการถือครองหุ้นในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้ และจะได้ข้อสรุปว่า จะมีส.ส.คนใดบ้างว่าอยู่ในข่ายที่จะถูกตัดสิทธิพ้นสมาชิกภาพ จึงจะมาตัดสินใจอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป"
นายเทพไท กล่าวด้วยว่า กรณีของนายสุเทพ เกิดขึ้นในช่วงที่เป็นสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน และเมื่อมีการยื่นให้กกต.ตรวจสอบ นายสุเทพได้ขายหุ้นออกจนหมดแล้ว และในระหว่างที่เข้าดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี นายสุเทพไม่เหลือหุ้นในมือแล้ว ซึ่งทุกอย่างทำให้เกิดความโปร่งใส ดังนั้น เมื่อกกต.จะพิจารณาชี้ขาดว่า นายสุเทพ ขาดคุณสมบัติความส.ส.นายสุเทพ ได้ยืนยันว่า จะยอมรับโดยดุษฏี และจะไม่โต้แย้งแต่อย่าไร เพื่อที่จะไปต่อสู่ในชั้นศาลฏีกาต่อไป และแม้ว่าจะพ้นสภาพการเป็น ส.ส.แล้ว แต่ก็ยังมีตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมส.ส.และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายสุเทพ ได้พูดกับสมาชิกพรรค และสร้างความมั่นใจสมาชิกพรรคว่า พร้อมที่จะรับคำวินิจฉัยทุกอย่าง โดยไม่ต่อสู้คดี หาก กกต.ชี้มูล นายสุเทพ ประกาศพร้อมที่จะลาออกจากการเป็น ส.ส. และพร้อมให้มีการจัดการเลือกตั้งซ่อมแทน ในตำแหน่งที่ว่าง เพราะยืนยันว่า ตนเองได้ขายหุ้นทั้งหมดก่อนที่จะรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีแล้ว พร้อมทั้งนำหลักฐานมาแสดงให้สมาชิกได้รับทราบ และพร้อมที่จะนำไปต่อสู่ในชั้นศาลฏีกา
"สดศรี"ระบุปิดประชุมสภาจี้ส.ส.-บริษัทแจงหุ้น
นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงการพิจารณาคำร้องที่นายศุภชัย ใจสมุทร ร้องให้ตรวจสอบ 28 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ถือหุ้นต้องห้ามว่า ตอนนี้รอเพียงคณะอนุกรรมการสอบฯจะเสนอมาให้กกต.พิจารณาเมื่อใด หากเสนอเข้ามาเราก็ต้องดูว่า การดำเนินการสอบนั้น ทำได้มีความละเอียดรอบคอบครบถ้วนหรือไม่เพียงใด เพราะการดำเนินการจะทำแบบลวก ๆ หรือระบุว่า ไม่มีพยานมายืนยัน แล้วจะให้กกต.ยกคำร้องไม่ได้ "หากทำเหมือนกับที่อนุกรรมการฯชุด 61 ส.ส.ที่ผ่านมา ก็ต้องให้กลับไปดูใหม่ เพราะกกต.จะให้คำตอบไม่ได้เลย ทั้งนี้ การสอบสวนจะต้องมีความชัดเจนเหมือนกับอนุกรรมการชุดที่สอบส.ว."
อย่างไรก็ตาม การสอบสวน 61 ส.ส.นั้น ความล่าช้าไม่ได้เกิดจากกกต.แต่เกิดจากปัจจัยภายนอก ที่ส.ส.และบริษัทบางบริษัท ที่กกต.ขอให้มาชี้แจงก็ไม่มา ดังนั้น จึงอยากจะขอความร่วมมือมาชี้แจงด้วย ปัญหาต่าง ๆ จะได้เสร็จสิ้นลงกกต.จะได้ตอบสังคมได้
“ตอนนี้ปิดสมัยประชุมสภาฯ แล้ว น่าจะมีเวลามาให้ถ้อยคำ ไม่ใช่จะไปแต่ต่างประเทศ และหากพบว่า เจ้าหน้าที่คนใดไล่กลับ หรือไม่รับชี้แจงให้แจ้งชื่อ หรือมาชี้ตัวจะดำเนินการให้” นางสดศรี กล่าว
ชี้เลือกตั้งลงศรีสะเกษเงียบหวั่นถูกจับตาเหมือนสกล
นางสดศรี กล่าวถึงการเลือกตั้งเขต 1 ศรีสะเกษ ว่า พรุ่งนี้ ( 26 มิ.ย.)ตนจะลงพื้นที่เพื่อที่จะไปดูการเตรียมความพร้อมว่ามีปัญหาอุปสรรคอะไรในพื้นที่หรือไม่ ซึ่งขณะนีเรื่องร้องเรียนมาเพียงแค่ 2 เรื่อง ก็น่าจะเป็นเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง สำหรับการแข่งขันก็ยังไม่มีข่าวอะไรมากมายเหมือนการเลือกตั้งเขต 3 สกลนคร คงเห็นตัวอย่างที่สกลนครแล้ว จึงไม่อยากทำไรอะไรให้ครึกโครม เพราะยิ่งทำมากก็อาจจะมีโอกาสที่ผิดพลาดมาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้การที่ไม่มีข่าวอะไรทำให้พรรคการเมืองโดยเฉพาะพรรคที่ถูกเพิกถอนสิทธิลงพื้นที่ช่วยหาเสียงกันอย่างเงียบ ๆ ทำให้กกต.อาจจะไม่ทราบและจับไม่ได้ นางสดศรี กล่าววว่า เป็นเรื่องของฝ่ายสืบสวนสอบสวนว่าเป็นเรื่องในลักษณะใด มีการซื้อสิทธิขายเสียงหรือเรื่องการขนคนหรือไม่ ซึ่งทางผอ.กต.จว.ศรีสะเกษ ก็จะมีการรายงานให้ทราบว่าขณะนี้พรรคการเมือง ผู้สมัครเขามีการหาเสียงกันในลักษณะแบบไหน และมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง
นางสดศรี กล่าวถึงการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งเขต 3 สกลนคร ว่า สำหรับการประกาศผลก็ยังไม่ทราบว่าจะประกาศได้เมื่อใด เพราะมีเรื่องร้องที่จังหวัดจำนวน 7 เรื่อง และยังได้มีการร้องเข้ามายังกกต.กลางอีกหลายเรื่อง ซึ่งก็ได้ตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการสอบสวนอยู่ ซึ่งก็ได้มีการขยายเวลาออกไปอีกด้วย ดังนั้นก็ต้องรออนุกรรมการสอบฯว่าจะสอบให้แล้วเสร็จเมื่อใด กกต.ก็ได้เร่งให้มีการดำเนินการอยู่ และทราบมาว่า ทางกกต.จว.สกลนครจะผลการสอบสวนมาให้กกต.พิจารณา อย่างไรก็ตามหากการสอบสวนภายใน 1 เดือนยังไม่ แล้วเสร็จก็ต้องประกาศรับรองผลไปก่อนแล้วค่อยสอยที่หลังหากผลการสอบสวนพบว่ามีการกระทำความผิด
เมื่อถามว่า กรณีที่มีข่าวว่า พรรคภูมิใจไทย จะร้องกกต.เพิ่มเติมกรณีที่พรรคเพื่อไทยได้แจกรูปพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการนำรูปไปขึ้นเงินหลังจากที่ได้รับการเลือกตั้งแล้ว นางสดศรี กล่าวว่า ยังไม่มีเรื่องร้องเข้ามาที่กกต. จะต้องสอบจากปากคำของชาวบ้านว่ามีการไปขึ้นเงินกันจริงหรือไม่ ซึ่งต้องมีพยานหลักฐาน ก็ไม่ใช่พูดกันปากต่อปากถ้ามีประชาชนออกมาให้ปากคำหรือแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ และหากมีการร้องเขามากกต.ก็พร้อมที่จะตรวจสอบ
ส่วนจะมีการกลั่นแกล้งโดยการสร้างพยานเท็จนั้น การเลือกตั้งท้องถิ่นมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งตรงนี้กกต.ดูออก และได้ดำเนินการกับผู้ที่แจ้งความเท็จไปหลายคนด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้หากการเลือกตั้งจบแล้วและยอมรับผลการเลือกตั้งและไม่มีการทำผิดก่อนการเลือกตั้งบ้านเมืองก็น่าจะไปได้ด้วยดี
“ถ้ามีปัญหาร้องเข้ามากกต.ก็อยากจะเคลียร์ให้แล้วเสร็จก่อนที่จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ซึ่งอยากจะให้มีความชัดเจนมากที่สุดกกต.ก็ไม่อยากประกาศรับรองผลไปอย่างคลุมเครือ ” นางสดศรี กล่าว
ชทพ.เตรียมเปิดฟอร์แถลงทุกวันศุกร์
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฐานะโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงยุทธศาสตร์เชิงรุกของพรรคในการทำงานด้านการเมืองว่า พรรคได้มีแผนที่จะจัดแถลงข่าวประจำสัปดาห์ ซึ่งจะจัดขึ้นทุกวันศุกร์ โดยมีตน ส.ส. และรัฐมนตรี มาสลับกันร่วมกันชี้แจงประเด็นที่อยู่ในความสนใจ หรือประเด็นที่ประชาชนเป็นห่วง เพื่อชี้แจงสื่อสารกับประชาชนให้ใกล้ชิดและมีความต่อเนื่อง เป็นยุทธศาสตร์ที่ทางพรรคตั้งใจทำกันอยู่แล้ว ไม่ใช่การเตรียมความพร้อมเพื่อการเลือกตั้ง
นายวัชระ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้พรรคชาติไทยพัฒนา ก็เตรียมตัวลงไปช่วยกันหาเสียงเลือกตั้งซ่อมที่ จ.ศรีสะเกษ กันอย่างเต็มที่ โดยจะมีส.ส.ของพรรคหลายคนไปช่วยกัน ส่วนยุทธศาสตร์การหาเสียงต้องขออุบไว้ก่อน บอกได้แต่เพียงว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่เท่าทันพรรคเพื่อไทยแน่นอน
โฆษกชทพ.ยันพรรคร่วมฯแน่นแฟ้น
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฐานะโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์จะหันไปจับมือกับพรรคเพื่อไทย เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่แทน ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นแฟ้นดี ผู้ใหญ่ในพรรคก็ยังยืนยันที่จะทำงานกับรัฐบาลและพรรคร่วมทุกพรรค จึงไม่เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะจับมือกับพรรคเพื่อไทย เพราะทิศทางการทำงาน นโยบาย และบุคลิกของพรรคทั้งสองแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ก็คิดเผื่อไว้ถึงสัจธรรม ที่ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ วันนี้พรรคชาติไทยพัฒนาก็ยังเชื่อในคำพูดและสัตยาบันของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีร่วมกันไว้ระหว่างที่ก่อตั้งรัฐบาลมาด้วยกัน ขณะนี้จึงยังไม่ถึงต้องจับตาอะไรเป็นพิเศษ เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นแค่กระแสข่าว ทางพรรคจึงไม่คิดจะสอบถามอะไรกับพรรคประชาธิปัตย์ ในเมื่อเรามีสัตยาบันกับพรรคประชาธิปัตย์ ก็เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะมีสัตยาบันด้วยเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่เคยมีกระแสข่าวที่พรรคร่วมรัฐบาลเองก็อึดอัดใจกับพรรคประชาธิปัตย์ในหลายเรื่อง เช่น การจัดสรรงบประมาณ โครงการต่างๆของพรรคร่วมที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่เห็นด้วย จะทำให้ขั้วทางการเมืองเปลี่ยนแปลงไปได้หรือไม่ นายวัชระ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นส่วนหนึ่งร่วมอยู่ด้วยในการประชุมครม.ตนเห็นบรรยากาศดุเดือดบนหน้าหนังสือพิมพ์ แต่บรรยากาศในครม.ไม่ได้ดุเดือดเลย ที่ผ่านมาพรรคชาติไทยพัฒนาพอใจกับการจัดสรรงบประมาณผ่านกระทรวงที่พรรคฯ ดูแลรับผิดชอบ อย่างกรณีของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แม้จะได้น้อยไปบ้าง แต่ก็ยังพอใจ เพราะการแก้ไขปัญหาก็ต้องดูตามสถานการณ์ประกอบกันไปด้วย ขณะเดียวกันแกนนำของพรรค เช่นกรณี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ ขันอาสาเจรจากับแกนนำสหภาพรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นผลสำเร็จ เช่นเดียวกับที่นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ยังพอใจให้มาช่วยกันแก้ไขปัญหา
นายวัชระ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการเข้ารักษาตัวของนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวฯ และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ว่า ขณะนี้นายชุมพล ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อาการดีขึ้นมากแล้ว สามารถสั่งงานจากโรงพยาบาลได้



