ข่าว

'ปึ้ง'จี้'มาร์ค'คุย'เทือก'ก่อนเดินสายเจรจา

'ปึ้ง'จี้'มาร์ค'คุย'เทือก'ก่อนเดินสายเจรจา

25 เม.ย. 2557

'สุรพงษ์' ชี้ 'อภิสิทธิ์' เดินสายเจรจาเป็นเรื่องดี ไล่คุย 'สุเทพ' ก่อน จ่อชงครม.ต่อพ.ร.บ.มั่นคงฯ พร้อมนั่งนายกฯรักษาการ หาก 'ยิ่งลักษณ์' เจออุบัติเหตุการเมือง

 
                     25 เม.ย.57 ที่บช.ปส. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปลี่ยนท่าทีเดินสายพูดคุยกับฝ่ายต่างๆ ว่า สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ คิดทำเป็นสิ่งที่ดี แต่นายอภิสิทธิ์ต้องถามตัวเองก่อนว่าปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาจากใคร ต้องแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา ซึ่งตนมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ร่วมกันแต่ต้นในการขัดขวางการเลือกตั้งมาโดยตลอด แต่วันนี้ถ้าหันมาสู่โหมดการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ก็ต้องถามนายสุเทพให้ชัดเจน เพราะวันนี้การกระทำทั้งหมดที่เกิดจากการชุมนุมประท้วง 6 เดือนที่ผ่านมา เป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศอย่างร้ายแรงประเมินค่าไม่ได้ และในวันจันทร์ที่ 28 เม.ย.นี้ ตนจะเสนอ ครม.ต่ออายุการประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคงฯ ออกไปอีก กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาจะ 30 วัน หรือ 60 วัน เพราะวันนี้เหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆเริ่มเกิดขึ้นเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงแห่งชาติ เราต้องรีบกันออกมาช่วยกันแก้ไข หากปล่อยทิ้งไว้อีก 3-4 เดือนประเทศชาติล่มสลายแน่นอน อยากให้ทุกฝ่ายลดราวาศอก หลังต่อ พรบ.ความมั่นคงฯครั้งนี้ต้องกำชับทหาร ตำรวจให้ดูแลสถานการณ์ต้องเข้มงวด เข้มแข็งให้มากขึ้น โดยเฉพาะขบวนการติดอาวุธต่างๆ ขบวนการกวาดบ้านกวาดขยะ ซึ่งที่ผ่านมา ศอ.รส.ปล่อย เพราะไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง ใช้ความอดทนอดกลั้นมาตลอด
 
                     เมื่อถามว่า การที่ กปปส.ประกาศเคลื่อนไหวใหญ่ 30 เม.ย.ขณะที่ นปช.ก็จะชุมนุมใหญ่ยืดเยื้อตั้งแต่ 6 พ.ค.เป็นต้นไป จะเป็นเหตุแห่งความรุนแรงในอนาคตหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เกรงจะเป็นเหตุแห่งความรุนแรง เพราะจากการประเมินสถานการณ์ของ ศอ.รส.เราได้ติดตาเมหตุการณ์มา 6 เดือนเต็ม รู้เข้าใจทั้งสองฝ่าย ความเป็นกลางไม่เป็นกลางของหน่วยงานต่างๆเหมือนกับจุดเดือดแล้ว เราไม่อยากเห็นความรุนแรง แต่เราคาดการณ์เลวร้ายที่สุดคือเกรงจะเกิดความรุนแรง ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ กปปส.ต้องการ และโดยเหตุการณ์ต่างๆที่ประเดประดัง เข้มมาในตอนนี้คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ มันน่าจะเกิดความวุ่นวาย จึงได้ให้ทหาร ตำรวจ เตรียมกำลังให้พร้อม โดยเฉพาะทหารต้องมีการจัดกำลังเพิ่มขึ้นอีกมาก จะปล่อยปะละเลยต่อไปไม่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง ซึ่งเวลานี้ขยายเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้เชื่อว่าในการประชุมระหว่างนายกฯกับผู้นำเหล่าทัพ ก็คงจะมีการประเมินสถานการณ์เบื้องต้นแล้วเช่นกัน
 
                     “วันนี้ ศอ.รส.จะต้องเริ่มมีบทบาทให้มากขึ้น ทหารจะอยู่เฉยๆอย่างนี้ไม่ได้ กรณีการยิงสำนักงานเดลินิวส์ ก็เป็นกระบวนการสร้างสถานการณ์ หวังให้ทหารออกมาทำรัฐประหาร ดังนั้นห่วงการชุมนุมของสองฝ่ายที่จะเกิดขึ้น ทาง ศอ.รส.ได้ตัดสินใจขอกำลังทหารเพิ่ม โดยให้พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.ประสานกับฝ่ายทหาร เพราะ 58 กองร้อยที่ผ่านมาไม่เพียงพอ และเดือนพฤษภาคม ฝ่ายความมั่นคงต้องดูแลเข้ม เพราะในประวัติศาสตร์เป็นเดือนที่ร้อน” นายสุรพงษ์ กล่าว
 
 
'สุรพงษ์' ลั่น! พร้อมนั่งนายกฯรักษาการ หาก 'ยิ่งลักษณ์' เจออุบัติเหตุการเมือง
 
 
                     นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า พร้อมทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีรักษาการ หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถูกอุบัติเหตุทางการเมือง โดยตนเป็นรองนายกฯอันดับ 1 นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองนายกอันดับ 2 นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อันดับ 3 พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นรองนายกรัฐมนตรี อันดับ 4 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นรองนายกรัฐมนตรี อันดับที่ 5 นายปลอดประสพ สุรัสวดี เป็นรองนายกรัฐมนตรี อันดับที่ 6 และนายยุคล ลิ้มแหลมทอง เป็นรองนายกรัฐมนตรี อันดับที่ 7
 
                     ทั้งนี้ หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ พ้นสภาพการเป็นนายกฯรักษาการ ครม.จะประชุมและมีมติเลือกใครก็ได้ โดยที่ตนเองในฐานะรองนายกอันดับ 1 จะต้องนั่งหัวโต๊ะทำหน้าที่ประธาน เพื่อเลือกนายกฯรักษาการ ซึ่งอาจไม่ใช่รองนายกฯ ทั้ง 7 ก็ได้ ซึ่งแล้วแต่ที่ประชุม ครม.ในขณะนั้น
 
 
'สุรพงษ์' ชี้ข้อเสนอ 'พล.อ.สายหยุด' ไม่ถูกต้อง ไล่อ่านรธน.ให้เข้าใจ
 
 
                     ที่บช.ปส. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีต ผบ.สส. เสนอให้พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ขอพระบรมราชวินิจฉัยหาทางออกประเทศพร้อมเสนอให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าเฝ้ากราบบังคมทูลขอลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบที่ไม่สามารถบริหารประเทศได้ ว่า พล.อ.เปรม เป็นองคมนตรีและรัฐบุรุษ ท่านจะไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองอยู่แล้ว การที่พล.อ.สายหยุด เสนอดึงท่านลงมา เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และนายกรัฐมนตรี ก็จะลาออกไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ตามมาตรา 181 ให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาการ จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่มาบริหารประเทศ อยากให้พล.อ.สายหยุด ไปอ่านรัฐธรรมนูญให้เข้าใจ พวกที่มาเรียกร้องต่างๆเคยอ่านรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตนเกลียดรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใจแทบจะขาด ยังต้องอ่านรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ส่วนเรื่องการเข้าเฝ้าถวายรายงานประจำเดือนของนายกรัฐมนตรี โดยปกติแล้วทางสำนักราชเลขาธิการสำนักพระราชวัง ต้องประสานมาก่อน