
คำต่อคำ'โอบามา'พูดชัดพร้อมปกป้องเซนกากุ
25 เม.ย. 2557
คำต่อคำ..โอบามาพูดชัดพร้อมปกป้องเซนกากุ
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา เสร็จสิ้นการเยือนญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกของการตระเวนเยือนเอเชีย 4 ประเทศ รวม 8 วัน ก่อนมุ่งหน้าเกาหลีใต้เป็นลำดับต่อไป ตามด้วยฟิลิปปินส์และมาเลเซีย
การมาเอเชียครั้งนี้หลังจากที่เลื่อนมานาน 7 เดือน เพื่อมาตอกย้ำกับมิตรสหายเก่าแก่ว่า นโยบายหวนคืนเอเชียของสหรัฐ ยังเดินหน้าต่อไปไม่มีแผ่วและมีแต่จะหนักแน่นมากขึ้น ซึ่งเพียงประเทศแรกของการเยือนก็ได้แสดงให้เห็นผ่านการประกาศหลังประชุมสุดยอดกับนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะแห่งญี่ปุ่น แบบไม่อ้อมค้อมว่า ข้อตกลงความมั่นคงระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นนั้น ครอบคลุมทุกอาณาดินแดนของญี่ปุ่น ไม่เว้นหมู่เกาะเซนกากุ ในทะเลจีนตะวันออก ที่อยู่ใต้การบริหารดูแลของญี่ปุ่น แต่มหาอำนาจในภูมิภาคอย่างจีนอ้างกรรมสิทธิ์อยู่ด้วย โดยเรียกว่า "เตียวหยู"
แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐเคยพูดหลายครั้งว่า เกาะเซนกากุอยู่ในข่ายได้รับการปกป้องตามสนธิสัญญา แต่นายโอบามาไม่เคยพูดแบบเปิดเผยและออกเป็นถ้อยแถลงทางการเช่นนี้มาก่อน เนื่องจากสหรัฐไม่ต้องการสร้างความขุ่นเคืองแก่จีน
เข้าใจกันว่านายโอบามาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรก ที่พูดชัดโดยนัยว่า ทหารสหรัฐจะปกป้องหมู่เกาะหากจีนพยายามยึดด้วยกำลัง
โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีนตอบโต้ทันควันว่า ข้อตกลงทวิภาคีสหรัฐกับญี่ปุ่นทำตั้งแต่สมัยสงครามเย็น ไม่ควรนำมาใช้บ่อนทำลายอธิปไตยและสิทธิอันชอบธรรมของจีน สหรัฐควรเคารพข้อเท็จจริง มีทัศนคติรับผิดชอบ และเคารพคำมั่นของตนเองว่าจะไม่เลือกข้างในกรณีพิพาทดินแดน นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนยังได้เตือนว่า สหรัฐควรระมัดระวังคำพูดและการกระทำ เพื่อการเข้ามามีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ต่อเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคนี้
ถ้อยแถลงหลังประชุมสุดยอด เป็นการยืนยันคำให้สัมภาษณ์ของประธานาธิบดีโอบามากับโยมิอูริ หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นก่อนหน้าการเยือนดังนี้
ถาม-พันธมิตรของสหรัฐชื่นชมยุทธศาสตร์ "ปรับสมดุลใหม่ในเอเชีย" ของรัฐบาลโอบามา อยากให้ท่านช่วยอธิบายวัตถุประสงค์หลักของนโยบายนี้ ท่านคิดอย่างไรกับการที่จีนสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างชาติอำนาจรูปแบบใหม่ จีนอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะเซนกากุ ท่านจะประกาศอย่างเป็นทางการหรือไม่ว่า หมู่เกาะแห่งนี้เข้ามาตรา 5 สนธิสัญญาความมั่นคงร่วมสหรัฐ-ญี่ปุ่น และท่านคาดหวังจะห็นญี่ป่นกับจีนผ่อนคลายความตึงเครียดในภูมิภาคอย่างไร
ประธานาธิบดีโอบามา- อเมริกาเป็นและจะเป็นประเทศในแปซิฟิกเสมอ ตามนโยบายของผม สหรัฐอเมริกาจะกลับมามีบทบาทนำอีกครั้งหนึ่งในภูมิภาคนี้ ด้วยการเป็นหุ้นส่วนใกล้ชิดกับพันธมิตรอย่างญี่ปุ่น เราแสวงหาความมั่นคงตามกรอบกฎหมายและบรรทัดฐานระหว่างประเทศ กรณีพิพาทควรหาข้อยุติอย่างสันติ เราอยากเห็นความเจริญรุ่งเรืองผ่านการค้าและการลงทุนที่นำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ และประเทศต่างๆ ยึดกติกาเดียวกัน เราอยากเห็นการเคารพเสรีภาพพื้นฐานและสิทธิมนุษยชนสากล เนื่องจากเรามีความเชื่อในศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคน
ยุทธศาสตร์ของเรา คือพันธกรณียาวนานต่อภูมิภาคนี้และต่อประชาชน ผมภูมิใจความก้าวหน้าของเราจนถึงปัจจุบัน พันธมิตรของเรารวมทั้งญี่ปุ่น แข็งแกร่งกว่าที่เคย และเรากำลังปรับตำแหน่งที่ตั้งทางทหารของเราทั่วภูมิภาคให้ทันสมัย การค้าของเราขยายตัว และเรากำลังเจรจาทำความตกลงกรอบหุ้นส่วนการค้าทรานส-แปซิฟิก เรากระชับสัมพันธ์ลึกซึ้งกับประเทศอำนาจใหม่อย่างจีน อินเดีย และอินโดนีเซีย ทำงานใกล้ชิดกับสถาบันต่างๆ ในภูมิภาค อาทิ อาเซียนและการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก เรายืนเคียงข้างประชาชน รวมถึงประชาชนในเมียนมาร์ ขณะเมียนมาร์ก้าวสู่อนาคตประชาธิปไตย
เกี่ยวกับจีนนั้น ความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ที่สหรัฐต้องการ ตั้งอยู่บนพื้นความเชื่อที่ว่าเราทำงานร่วมกันได้ในเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันทั้งระดับภูมิภาคและโลก ทั้งสองประเทศต้องขัดขวางอันตรายของการถลำสู่ความขัดแย้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่เลี่ยงได้ ตัวอย่างเช่น สหรัฐและจีนต่างก็ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลก การยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือและการเยียวยาสภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลง พูดอีกอย่างก็คือ สหรัฐยินดีกับการผงาดขึ้นมาของจีนอย่างมีเสถียรภาพ มั่งคั่ง สันติ และแสดงบทบาทรับผิดชอบในกิจการโลก และการเข้าติดต่อเกี่ยวพันกับจีน จะไม่ทำร้ายญี่ปุ่นหรือพันธมิตรอื่นๆ ของสหรัฐอย่างแน่นอน
ขณะเดียวกัน สหรัฐจะติดต่อกับจีนโดยตรงและอย่างสุจริตใจในประเด็นที่เราเห็นต่าง อาทิ สิทธิมนุษยชน ผมยังเคยบอกกับประธานาธิบดีสี จิ้งผิงของจีนว่า ทุกประเทศต่างได้ประโยชน์ในการจัดการประเด็นพิพาททางทะเลอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงทะเลจีนตะวันออก กรณีพิพาทจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขผ่านการเจรจาและการทูต มิใช่การขู่เข็ญและคุกคาม
นโยบายของสหรัฐนั้น ชัดเจนว่า หมู่เกาะเซนกากุ อยู่ภายใต้การบริหารดูแลของญี่ปุ่น ดังนั้น จึงอยู่ในขอบข่ายของมาตรา 5 แห่งสนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือและความมั่นคงร่วมสหรัฐ-ญี่ปุ่น และเราคัดค้านความพยายามฝ่ายเดียวในอันที่จะบั่นทอนการบริหารดูแลหมู่เกาะแห่งนี้



