ข่าว

ถอดความคิด'ไม้หนึ่ง''แดงซ้าย'ไม่ใช่'แดงทักษิณ'

ถอดความคิด'ไม้หนึ่ง''แดงซ้าย'ไม่ใช่'แดงทักษิณ'

25 เม.ย. 2557

ถอดความคิด'ไม้หนึ่ง' 'แดงซ้าย'ไม่ใช่'แดงทักษิณ'

                อันสืบเนื่องจากกรณีมือปืนบุกยิง "ไม้หนึ่ง ก.กุนที" ฉายา "กวีราษฎร" บริเวณลานจอดรถร้านอาหารครกไม้ไทยลาว ซอยลาดปลาเค้า 24 แยก 2 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม. ก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ.เมโย เมื่อบ่ายวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา

                พ.ต.ท.นเรนทร์ เครื่องสนุก สว.สส.สน.โชคชัย และทีมงานสอบสวนได้ตั้งประเด็นการสืบสวนคลี่คลายคดีไว้กว้างๆ ทั้งเรื่องการเมือง ความขัดแย้งส่วนตัว เรื่องธุรกิจ และเรื่องชู้สาว เพราะผู้ตายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง และยังมีอุปนิสัยค่อนข้างเจ้าชู้

                จะอย่างไรก็ตาม "ไม้หนึ่ง ก.กุนที" มิเพียงแต่เป็น "กวีเสื้อแดง" ตามที่หลายคนเข้าใจเท่านั้น หากแกะรอยความคิดของเขา ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงวันสิ้นชีพ กวีหนุ่มใหญ่คนนี้ "คิดใหญ่" และ "ฝันไกล" ซึ่งแกนนำ นปช.หลายคนตามเขาไม่ทัน

                สรุปว่า ไม้หนึ่งและผองเพื่อน เป็นแดงที่ "ก้าวข้ามทักษิณในทางยุทธศาสตร์" แต่ในทางยุทธวิธี ก็มีทั้งใช้ทักษิณ และยอมให้ทักษิณใช้

                2 ชั่วโมง ก่อนเดินมาสู่พื้นที่สังหาร ไม้หนึ่ง ก.กุนที ได้โพสต์ภาพสมเด็จฮุน เซน กำลังหว่านข้าวในผืนนา โดยเขาเขียนบรรยายภาพว่า "ชุดนายกรัฐมนตรีและข้าว ของประเทศกัมปูเจีย"

                กวีราษฎรมีความผูกพันกับกัมพูชา เพราะครั้งหนึ่งเขาเคยไปอาศัยบารมีสมเด็จฮุน เซน หลบภัยการเมือง และศึกษาเรียนรู้วิชาการเมืองจากผู้นำพรรคประชาชนกัมพูชา

                ย้อนไปอีกวันหนึ่ง ไม้หนึ่งแสดงความเห็นบนเฟซบุ๊กว่า "ขอเรียกร้องให้พี่น้อง กวป.ไปสร้างฐานที่มั่นชุมนุมแสดงพลังประชาธิปไตยที่สมุทรปราการหรือปทุมธานี ตระเตรียมความพร้อมเทคโนโลยีสารสนเทศ อัพเกรดสถานีวิทยุทุกคลื่นในเครือข่าย เพื่อตั้งรับ และช่วงชิงในพื้นที่ที่เรามีความสันทัดจัดเจน"

                ดังที่ทราบกัน ไม้หนึ่งมีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับกลุ่มวิทยุชุมชนเสื้อแดง ไม่ว่าจะเป็น "กลุ่มภาคีพลังประชาชน" (ภปช.) ของเล็ก บ้านดอน, กลุ่มสื่อวิทยุเพื่อประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ของศรรักษ์ มาลัยทอง และกลุ่มเรดการ์ดเรดิโอ ของโกตี๋

"ไผ่แดง" นักรบฝั่งธนฯ

                สื่อหลายสำนักระบุว่า ไม้หนึ่งมีบทบาทกับคนเสื้อแดง ด้วยการขึ้นอ่านบทกวีบนเวที นปช. ที่สะพานผ่านฟ้าฯ แต่ในข้อเท็จจริง ไม้หนึ่งเข้าร่วมการต่อต้านการรัฐประหารมาตั้งแต่ปี 2550

                ตอนแรก ไม้หนึ่งเป็นผู้สนับสนุน "กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ" และ "กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย" โดยมีการขึ้นเวทีอ่านบทกวีบ้าง

                ปี 2552 ไม้หนึ่งได้รวบรวมคนเสื้อแดงฝั่งธนบุรี ก่อรูปเป็น "กลุ่มไผ่แดง 52" (หนองแขม) โดยเน้นเป็นองค์กรที่มีลักษณะสู้รบ เคลื่อนที่เร็ว แต่ไม่ขึ้นต่อ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน

                กลุ่มไผ่แดงเป็นธงนำของคนเสื้อแดงฝั่งธนบุรี ที่ระดมพลคนเข้าร่วมชุมนุมกับ นปช.แดงทั้งแผ่นดินในยุทธการโค่นอำมาตย์ ภาคแรก และเมื่อคนเสื้อแดงประสบความพ่ายแพ้ เขาจึงคิดอ่านเรื่องการจัดตั้งพรรคการเมือง เนื่องจากเวลานั้น พรรคเพื่อไทยเพิ่งเกิดใหม่ หลังจากพรรคพลังประชาชนถูกยุบ

ฟื้นพรรคสังคมนิยม

                31 มกราคม 2553 มีการเปิดตัว "พรรคแนวร่วมสังคมประชาธิปไตย" ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ นับเป็นการเปิดตัวพรรคที่อ้างอิงกับแนวคิดสังคมนิยมอีกหนในสังคมไทย

                ปลายปี 2552 อดีตฝ่ายซ้ายได้รวมตัวจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยขอใช้ชื่อ "พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย" แต่ กกต.บางคนยืนกรานไม่ให้ผ่าน เนื่องจากเชื่อว่าชื่อนี้มีแนวคิดเป็นปฏิปักษ์กับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

                ในที่สุด ผู้ก่อการจึงใช้ชื่อพรรคแนวร่วมสังคมประชาธิปไตย โดยมี ไม้หนึ่ง ก.กุนที เป็นรองหัวหน้าพรรค

                เหตุผลที่ไม้หนึ่งร่วมฟื้นพรรคการเมืองแนวสังคมนิยม เพราะเขามีวิธีมองชนชั้นแบ่งเป็น 2 ชนชั้นหลัก คือ ผู้กดขี่ กับผู้ถูกกดขี่ และตีความสูตรแห่งชัยชนะในการต่อสู้ทางการเมืองเสียใหม่ จากเดิมที่กำหนดให้มี 1.องค์กรนำหรือพรรค 2.แนวร่วม 3.กองกำลังติดอาวุธ

                ไม้หนึ่ง จึงเสนอแก้ว 3 ประการของฝ่ายประชาธิปไตยประกอบด้วย 1.มหาประชาชนเสื้อแดง 2.แนวร่วมในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย 3.กองกำลังติดอาวุธก็คือ กองกำลังติดอาวุธทางความคิด

                แต่ความฝันในการปั้นพรรคแนวสังคมนิยม ต้องชะลอไว้ก่อน เมื่อ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน เปิดยุทธการโค่นอำมาตย์ ภาค 2 และหลังจากคนเสื้อแดงถูกสลายการชุมนุม ไม้หนึ่งก็หนีภัยการเมืองเข้าไปอาศัยอยู่ใต้ร่มเงา "สมเด็จฮุน เซน"

ฝันอยากเป็น "เช"

                กวีไพร่แดงไปใช้ชีวิตอยู่ในกัมพูชา ตั้งแต่กลางปี 2553 จนถึงกลางปี 2555 ซึ่งระหว่างนั้น เขาได้มีโอกาสสัมผัสแนวคิดการเมืองของนักปฏิวัติกัมพูชา เขาจึงฝันถึงการปฏิวัติสังคม และวาดหวังที่จะเห็น "เช เกวารา" เกิดใหม่อีกครั้ง

                "ถ้าเกิดพูด คนอื่นอาจจะหมั่นไส้ก็ได้ที่ไปเปรียบเทียบตัวเองกับ เช เกวารา อย่างเช พอถึงระดับหนึ่งที่ปฏิวัติคิวบาสำเร็จ เขาไม่ต้องการหยุดอยู่แค่คิวบา แต่ต้องการไปโบลิเวีย อาร์เจนตินา เขารู้สึกว่ามันมีคนทุกข์ยากอยู่ทุกถิ่นที่ในโลกนี้ ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนแปลง ต้องการอภิวัฒน์ คุณก็ต้องควรที่จะปฏิบัติอภิวัฒน์ในโครงสร้าง ไม่ใช่มีทัศนะคับแคบทำเฉพาะที่บ้านของตัวเอง..."

                5 พฤษภาคม 2555 ไม้หนึ่ง ก.กุนที เปิดตัวในงานวันนักเขียน ที่โรงแรมตรัง ถือเป็นการประกาศการกลับมาของ "กวีข้าวหน้าเป็ด" ในนามกวีไพร่แดง ที่มีรูปโฉมเปลี่ยนไป ทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม จนมิตรน้ำหมึกร่วมรุ่นแทบจำไม่ได้


ชูธงปฏิญญาหน้าศาล

                หลังจากเปิดตัวต่อเพื่อนนักเขียน ไม้หนึ่งได้มวลชนกลุ่มไผ่แดง 52 (หนองแขม) แดงทวีวัฒนา และแดงพุทธมณฑล มาทำกิจกรรมกับ "อาจารย์หวาน" สุดา รังกุพันธุ์ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ "อาจารย์ตุ้ม" สุดสงวน สุธีสร อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในนาม "กลุ่มปฏิญญาหน้าศาล" ที่มุ่งมั่นกับการรณรงค์ปลดปล่อยนักโทษการเมือง โดยมีกิจกรรมทุกวันอาทิตย์หน้าศาลอาญา รัชดาฯ

                เมื่อทำกิจกรรมมาจนถึงต้นปี 2556 ไม้หนึ่ง จึงตัดสินใจรวมพลคนเสื้อแดงในชื่อ "แนวร่วม 29 มกราฯ" ประกาศทำกิจกรรม "29 มกรา หมื่นปลดปล่อย"

                ครั้งโน้น ไม้หนึ่งมองว่า มีสัญญาณการปรองดองในชนชั้นนำ พรรคเพื่อไทยประนีประนอมกับกลุ่มอำมาตย์มากเกินไป จนลืมอุดมการณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง

                ตรงกันข้ามกับปลาย พ.ศ.ที่แล้ว ได้เกิดความขัดแย้งภายในขบวนการคนเสื้อแดง เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมเหมาเข่ง ซึ่งแกนนำ นปช.บางส่วนไม่เห็นด้วย เพราะเท่ากับปล่อยให้ "อภิสิทธิ์-สุเทพ" ลอยนวล

                ส่วนที่ออกโรงเคลื่อนไหวหนุนสุดตัวก็คือกลุ่มปฏิญญาหน้าศาล ของ ไม้หนึ่ง ก.กุนที และสุดา รังกุพันธุ์

                ไม้หนึ่งวิเคราะห์ว่า ในสถานการณ์นี้ มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่ต้องปลดปล่อยคนเสื้อแดงออกจากเรือนจำ และจำเป็นใช้ทักษิณเป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับอำมาตย์ จึงต้องหนุนนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง

                นอกจากเคลื่อนไหวในนามกลุ่มปฏิญญาหน้าศาล 'ไม้หนึ่ง' กับ 'อาจารย์หวาน' ยังจัดรายการ 'ทันเกมส์สื่อ' ทุกวันพฤหัสบดี และวันศุกร์ เวลา 21.00-22.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์เอเชียอัพเดท

                ศุกร์สุดท้าย (18 เม.ย.2557) ของการจัดรายการทางจอแดงของไม้หนึ่ง คือตอนที่ว่าด้วย "อำมาตยา คือขยะในระบอบประชาธิปไตย" ซึ่งเป็นการตอบโต้ฝ่าย "หมอเหรียญทอง" ที่จัดตั้งองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน

                จากปี 2550 จนถึง 2557 กวีข้าวหน้าเป็ด กวีราษฎร กวีไพร่...ไม่เคยเปลี่ยนจุดยืน และแนวทางการเมืองที่มุ่งหมายปักธง "ประชาธิปไตยประชาชน" และกลบฝังระบอบอำมาตยาธิปไตย

-------------------------------

(หมายเหตุ : ถอดความคิด'ไม้หนึ่ง' 'แดงซ้าย'ไม่ใช่'แดงทักษิณ')