
ปริศนา'บิลลี่'หายตัวต่อสู้สิทธิ-ผลประโยชน์ผืนป่า?
ปริศนา'บิลลี่'หายตัว ต่อสู้สิทธิ-ผลประโยชน์ผืนป่า? : กัมปนาท ขันตระกูลรายงาน
ปมร้อนที่กำลังได้รับความสนใจจากคนทั้งประเทศในพื้นที่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี คือ การหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของ นายบิลลี่ หรือ พอละจี รักจงเจริญ วัย 31 ปี ชาวกะหร่าง นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา โดยก่อนหายตัวไปมีผู้พบเห็นนายบิลลี่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตรงด่านแม่มะเร็ว ซึ่งเป็นด่านตรวจคนเข้าออกในเขตอุทยาน เข้าจับกุมในข้อหามีน้ำผึ้งป่าไว้ครอบครอง หลังจากนั้น นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้มารับตัวไป แต่กลับไม่มีการส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.แก่งกระจาน
ต่อมาวันที่ 18 เมษายน นายกระทง โชควิบูลย์ ผู้ใหญ่บ้านบางกลอย หมู่ 1 ต.ห้วยแม่เพรียง ได้เข้าแจ้งความ ต่อมาเมื่อวันที่ 19 เมษายน นางพิณนภา พฤกษาพรรณ อายุ 27 ปี ภรรยาของนายบิลลี่ เข้าแจ้งความเช่นกัน พร้อมกันนั้นร่วมกับกลุ่มชาวกะหร่างบ้านบางกลอย และผู้แทนเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตตะนาวศรี เข้ายื่นหนังสือถึง นายมณเฑียร ทองนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน
ข้อมูลเบื้องต้นจากผู้ร่วมชีวิตของนายบิลลี่ บอกเล่าว่า ที่ผ่านมาสามีไม่มีเรื่องขัดแย้งกับใคร แต่เป็นแกนนำชาวกะหร่างหมู่บ้านบางกลอย ฟ้องร้องเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกรณีเผาบ้านและยุ้งข้าวชาวกะหร่าง
“เราอยู่กันที่หมู่บ้านป่าเด็งใต้ และเมื่อตอนสงกรานต์ ช่วงวันที่ 15 เมษยน บิลลี่กลับมาเยี่ยมแม่และปู่ที่บ้านบางกลอย หลังจากนั้นหายตัวไป มั่นใจว่า การหายตัวไปทางเจ้าหน้าที่รัฐต้องมีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอน"
อย่างไรก็ตาม นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้ยืนยันความบริสุทธิ์ โดยชี้แจงว่า ได้ควบคุมตัวนายบิลลี่จริงจากการตรวจพบน้ำผึ้งป่า แต่เป็นจำนวนเล็กน้อยไม่กี่ขวด จึงแค่ว่ากล่าวตักเตือนและปล่อยตัวไป นอกจากนี้หัวหน้าอุทยานผู้นี้ ระบุด้วยว่า มีพยานรู้เห็นเหตุการณ์ตลอด คือ เจ้าหน้าที่อุทยานที่ปฏิบัติงานด้วยกัน และนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาในกรุงเทพฯ ที่มาฝึกงานอีก 2 คน สามารถเป็นพยานได้
"มีพยานเป็นนักศึกษาฝึกงานที่นั่งรถมาอีกคัน ได้เห็นว่านายบิลลี่ขี่รถจักรยานยนต์สวนไปหลังจากปล่อยตัวไปแล้ว นายบิลลี่เป็น อบต. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตอนที่จับกุมก็มีชาวกะหร่างชุมชนในหมู่บ้านบางกลอยที่ด่านก็เยอะ ไม่ใช่มีเพียงคณะเจ้าหน้าที่เท่านั้น คือมันเป็นที่สาธารณะ ทุกคนก็รู้ว่าบิลลี่เอาน้ำผึ้งมาและถูกเจ้าหน้าที่อุทยานจับ สุดท้ายพอบิลลี่หายก็มาชี้ประเด็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานนำตัวไป" นายชัยวัฒน์ กล่าว
หลังจากการหายตัวไปของบิลลี่ ทางเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ร่วมกับภาคีองค์กรพัฒนาเอกชนและเครือข่ายภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง ได้ออกมากดดันให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาลเร่งหาตัวนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนผู้นี้ให้ได้โดยเร็ว เพราะหวั่นกังวลเรื่องความปลอดภัย
หากพิจารณาถึงปมการหายตัว ย่อมพุ่งเป้าไปที่ปัญหาการขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในสมัยที่ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เป็นหัวหน้าอุทยานเท่านั้น แต่มีมาตั้งแต่การก่อตั้งอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เมื่อปี 2524 สืบเนื่องจากชาวกะหร่างอาศัยอยู่ในผืนป่าแห่งนี้มานานกว่า 100 ปี แบบกระจัดกระจายทั่วพื้นที่
แต่เมื่อปี 2535 เกิดปัญหาเรื่องยาเสพติดตามแนวเทือกเขาด้านตะวันตก หรือ ”ยุทธการบางกลอย” เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 144 เสียชีวิตไป 5 นาย ทำให้เกิดการบริหารจัดการชาวบ้านใหม่ เพื่อสะดวกในการดูแล ต่อมาปี 2539 จึงเปิดการเจรจากันระหว่างเจ้าหน้าที่กับชาวกะหร่าง
เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้แบ่งกะหร่างออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มไม่ยอมลงมาจากเขาแนวตะเข็บแดน ต้องการไปอยู่กับญาติฝั่งพม่า กลุ่มที่ขอไปอยู่กับญาติที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี และกลุ่มที่มาอยู่บ้านบางกลอย คนละฝั่งแม่น้ำกับหมู่บ้านโป่งลึก
กลุ่มที่มาอยู่ที่บ้านบางกลอยมีจำนวน 391 คน ได้รับการจัดสรรที่ทำกิน และสร้างบ้านพักพร้อมห้องน้ำให้ 57 ครัวเรือน ซึ่งการรวบรวมชาวกะหร่างที่อยู่กระจัดกระจายในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีความจำเป็น เพราะถ้าปล่อยให้กระจายกันอยู่จะยากต่อการดูแล
แต่ชาวกะหร่างบ้านบางกลอยประสบปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน เพราะที่ได้รับจัดสรรเป็นดินไม่ดี ปลูกพืชไม่ได้ผล อีกทั้งยังขาดน้ำ อีกทั้งผู้เฒ่าชาวกะหร่างเป็นคนติดพื้นที่ ต้องการอยู่ในพื้นที่เกิด ทำให้ชาวกะหร่างกลับไปปลูกบ้านและบุกรุกพื้นที่ถางป่าทำไร่ข้าวในถิ่นที่เคยอยู่บริเวณบ้านบางกลอยบน และบ้านใจแผ่นดิน ดังนั้นเจ้าหน้าที่อุทยานจึงต้องเข้าจับกุม และบางครั้งก็ต้องรื้อถอนและเผาบ้านพัก ส่งผลให้เกิดการขัดแย้งระหว่างชาวกะหร่างบ้านบางกลอยกับเจ้าหน้าที่อุทยานมาจนถึงทุกวันนี้
ล่าสุด ปมขัดแย้งเมื่อปี 2554 เมื่อกลุ่มกะหร่างบ้านบางกลอยร้องเรียนกรรมการสิทธิมนุษยชน กล่าวหาอ้างว่า นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยาน พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้ารื้อทำลาย เผาบ้านเรือนและทรัพย์สินของชาวบ้านกว่า 20 ครอบครัว ที่บ้านบางกลอยบน ในขณะที่ นายบิลลี่ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมปกป้องสิทธิชนเผ่ากะหร่างบ้านบางกลอยโดยตลอด โดยนำชาวกะหร่างบางกลอยไปร้องเรียนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศาลปกครอง และสภาทนายความ อีกทั้งยังเป็นพยานในคดีของศาลปกครองด้วย โดยมีกำหนดไปให้ปากคำวันที่ 19 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้
การต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ทำให้มองได้ว่า อาจสร้างความไม่พอใจให้แก่เจ้าหน้าที่อุทยาน และเชื่อมโยงไปถึงการหายตัวของนายบิลลี่ แต่ขณะเดียวกันการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อุทยานก็เป็นการกระทำตามหน้าที่และเพื่ออนุรักษ์รักษาเขตป่าสงวนตามกฎหมายบัญญัติไว้ ดังนั้นการคลี่คลายความขัดแย้งจำเป็นต้องเดินสายกลาง และอาจจำเป็นที่หน่วยงานต้นสังกัดของอุทยานหรือหน่วยงานเกี่ยวข้องต้องเข้าไปเป็น "คนกลาง" ช่วยคลี่คลายและวางแนวทางให้เกิดความปรองดองในพื้นที่อยู่กันอย่างสงบสุขได้
สำหรับการหายตัวไปของบิลลี่ เป็นปมปริศนาที่ยังฟันธงไม่ได้ เพราะนอกจากความขัดแย้งของเจ้าหน้าที่อุทยานกับชาวกะหร่างบางกลอย ต้องไม่ลืมว่า "อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน" เป็นดินแดนแห่งผลประโยชน์ ทั้งบุกรุกทำลายป่า แก๊งล่าสัตว์ป่า ที่มีนายทุนเงินหนาและผู้มีอิทธิพลมีการเมืองเข้าไปส่งเสริมสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว
อีกทั้งปัญหาทับซ้อนในพื้นที่ อาทิ คนในท้องถิ่นรู้เห็นเป็นใจกับธุรกิจทัวร์ป่า และเป็นเส้นทางผ่านส่งเสบียงให้ชนกลุ่มน้อยในประเทศพม่า เป็นพื้นที่ปลูกยาเสพติด อาทิ กัญชา รวมทั้งใช้เป็นเส้นทางผ่านยาเสพติดจากประเทศพม่า จึงมีคนที่ต้องการให้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าอุทยานแห่งนี้ จำนวนไม่น้อย ไม่ได้มีเฉพาะแค่กะหร่างบ้านบางกลอย รวมไปถึงเจ้าหน้าที่บางส่วนที่หาประโยชน์กับธุรกิจมืดในกรมอุทยานฯ ด้วยซ้ำ
ต้องจับตาต่อไปว่า การคลี่คลายคดีหายตัวของบิลลี่จะมาจากสาเหตุเรื่องใด แต่ผลที่เกิดขึ้นแล้วคือการสั่นคลอนกระบวนการต่อสู้สิทธิมนุษยชนในพื้นที่...แม้แต่องค์กรฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ ก็เกาะติดเรื่องนี้ จึงต้องเร่งสืบสวนให้กระจ่าง จะปล่อยให้เป็นคลื่นกระทบฝั่งค่อยเงียบหายหรือซุกใต้พรมไม่ได้ !
-------------------------------
(หมายเหตุ : ปริศนา'บิลลี่'หายตัว ต่อสู้สิทธิ-ผลประโยชน์ผืนป่า? : กัมปนาท ขันตระกูลรายงาน)



