
แม่ทัพภาค2สั่งตรึงกำลังชายแดนไทย-เขมร
แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุ จัดกำลังพร้อมอาวุธครบเครื่องไม่น้อยหน้าเขมร ตรึงพื้นที่ชายแดนเขาพระวิหารเต็มที่ ไม่สามารถเสริมกำลังได้มากกว่านี้แล้ว เผยจะใช้วิธีสับเปลี่ยนกำลังพล คลายความล้าของทหารแทน มั่นใจรับได้ทุกรูปแบบ ประชาชนสบายใจได้
(25มิ.ย.) พลโทวิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยถึงสถานการณ์แนวชายแดนไทย - กัมพูชา บริเวณเขาพระวิหาร ว่า ในขณะนี้สถานการณ์ยังคงเป็นไปด้วยความปกติ การวางกำลังทหาร ก็วางไว้เต็มที่ที่สามารถจะทำได้ ซึ่งในขณะนี้บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ก็มีการวางกำลังเอาไว้ และไม่สามารถเพิ่มกำลังทหารเข้าพื้นที่ได้อีก แต่ว่าทางกองทัพภาคที่ 2 ก็จะใช้การสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังพล โดยการสับเปลี่ยนกำลังพลนั้น ทางกองทัพจะสับเปลี่ยนเอากำลังพลที่ประจำอยู่ในพื้นที่เป็นระยะเวลานาน ซึ่งอาจจะมีอาการเหนื่อยล้าออกมา และจะส่งกำลังพลที่มีความสดชื่นเข้าไปปฏิบัติหน้าที่แทน เพราะว่าในช่วงนี้กำลังย่างเข้าฤดูฝน อาจจะทำให้กำลังพลเกิดความอ่อนล้าได้ง่ายกว่าปกติ
ดังนั้น การสับเปลี่ยนกำลังพลในช่วงนี้ จึงถือเป็นสิ่งที่จำเป็น และจะต้องมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ส่วนทางด้านการเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชาที่มีการเสริมกำลัง และอาวุธหนักเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องนั้น ทางกองทัพภาคที่ 2 ก็ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากฝ่ายกัมพูชามีการเสริมกำลัง หรือยุโธปกรณ์เข้ามาในพื้นที่มากเพียงใด ทางกองทัพ ก็จะจัดเตรียมกำลังและอาวุธเพื่อเตรียมพร้อมให้เหมาะสมกับทางกัมพูชาเช่นเดียวกัน ซึ่งในขณะนี้จากที่สังเกต และได้รับรายงานข่าวมา ทราบว่า ฝ่ายกัมพูชามีการเสริมกำลังทหาร และอาวุธยุโธปกรณ์เข้ามาในพื้นที่บริเวณชายแดนค่อนข้างมาก ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 2 ก็ได้เตรียมพร้อมอาวุธที่มีความเหมาะสมที่จะใช้ในการป้องกันอธิปไตยของประเทศ ไว้อย่างเต็มที่ แต่ทั้งนี้ในส่วนของพื้นที่บริเวณตัวปราสาทบนเขาพระวิหารนั้น ไม่สามารถที่จะเพิ่มกำลังทหารให้เข้ามามากกว่านี้ได้อีกแล้ว
ส่วนความอดทนอดกลั้น ต่อการยั่วยุของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอารมณ์ และความรู้สึกต่อกำลังพลที่เผชิญหน้ากันอยู่จนอาจนำไปสู่การสู้รบกัน นั้น แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้มีการดูแลกำลังพลกันตามลำดับชั้น โดยจะมีผู้บังคับบัญชาของแต่ละหน่วยควบคุมอย่างใกล้ชิด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการประทะกันขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ก็ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้กำลังพลมีขวัญและกำลังใจดีเยี่ยม โดยสถานการณ์ทุกวันนี้นั้น ก็ได้มีการพูดคุยกันในระดับผู้บังคับบัญชาของทั้ง 2 ฝ่ายมาอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งตนเองมั่นใจว่าจนถึงตอนนี้ทหารของฝ่ายไทย และฝ่ายกัมพูชายังจะสามารถพูดคุยกันได้อยู่ คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ในส่วนของการวางกำลังทหารบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา บริเวณเขาพระวิหารนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว ขณะนี้ได้วางกำลังไว้ครอบคลุมทั่วพื้นที่ จนไม่สามารถที่จะเสริมกำลังเข้าไปได้อีกแล้ว ตามภูมิประเทศต่างๆ ซึ่งก็ได้มีการวางกำลังเฝ้าตรวจตรา และดูแลชายแดนในฝั่งของเราอย่างเต็มที่ ก็ขอให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัยได้ไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนกรณีที่ทางฝ่ายกัมพูชา มักจะมีท่าที และคำพูดออกมาตามสื่อต่างประเทศในลักษณะที่ท้าทายฝ่ายไทยนั้น พลโทวิบูลย์ศักดิ์ ฯ เพียงสั้นๆว่า ขอให้สื่อสารมวลชนเป็นผู้ติดตามข่าวสารเอาเองว่า เขาพูดมาอย่างไร ส่วนทางทหารนั้นจะขอปฏิบัติตามหน้าที่ของตนเองเท่านั้น ทั้งนี้หากมีกระสุนเล็ดลอดเข้ามาตกอยู่ทางฝ่ายไทย ทางกองทัพฯ ซึ่งได้ตรึงกำลังในพื้นที่ไว้หมดแล้ว ก็พร้อมที่จะตอบโต้ทุกรูปแบบ แต่ทั้งนี้ตนเองได้สั่งการให้กำลังที่ประจำอยู่ในทุกจุด ให้อดทนอดกลั้นอย่างที่สุด และยังได้กำชับให้กำลังพลทุกนาย ห้ามประมาทและให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
สำหรับการประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องตามแนวชายแดน ไทย - กัมพูชา นั้น ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้หน่วยทหารในพื้นที่ ลงไปทำความเข้าใจแก่พี่น้องประชาชน ให้เตรียมที่มั่นในการป้องกันตนเอง ไม่ว่าจะเป็นหลุมหลบภัย บังเกอร์ รวมถึงสถานที่หลบภัยต่างๆให้มีความมั่นคง และพร้อมอยู่เสมอ ซึ่งขณะนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ รวมถึงทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ก็ได้ลงไปช่วยดูแลในส่วนนี้แล้ว โดยเฉพาะในส่วนของ โรงเรียน สถานีอนามัย หน่วยงานราชการต่างๆ รวมถึงหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน ซึ่งมั่นใจได้ว่าทุกฝ่ายทั้งทหาร รวมถึงประชาชนในพื้นที่ต่างก็มีความพร้อมรับมือ หากมีสถานการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น



