ข่าว

เงินทองต้องรู้ : กลโกงผ่อนสินค้า

เงินทองต้องรู้ : กลโกงผ่อนสินค้า

25 เม.ย. 2557

เงินทองต้องรู้ : กลโกงผ่อนสินค้า : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล

 
                            หลายปีมาแล้ว แม่โทรศัพท์มาบอกว่า “ได้คูปองซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า-เครื่องครัวชุดใหญ่” แม่ตื่นเต้นมาก สั่งพี่ชายขับรถออกมาที่ห้างสรรพสินค้าเล็กๆ แถวบ้าน ซึ่งเป็นที่จัดแสดงสินค้า โชคดีที่แม่มีเงินติดตัวไม่พอ แล้ว “ของ” ที่พนักงานขายพยายาม “นำเสนอ” กับแม่มีราคาสูง รวมๆ กันแล้วเกือบ 3 หมื่นบาท แม่ถึงได้ยอมโทรศัพท์มาบอกว่า จะซื้อ เพราะนอกจากของที่ได้จะเยอะแล้ว ยังมีของแถมโน่นนี่นั่น คิดยังไงก็คุ้ม แต่ที่โทรมาถามก่อนก็เพราะถ้าต้องจ่าย 3 หมื่น ลูกก็ต้องเป็นคนจ่าย
 
                            พอรู้เรื่องก็บอกพี่ชายให้พาแม่กลับบ้าน ห้ามจ่ายเงินแม้แต่บาทเดียว รอจนกลับถึงบ้าน ถึงมีเวลานั่งอธิบายให้แม่ฟังว่า “ของ” ที่เขาพยายามขายให้แม่น่ะ ล้วนแต่ไม่มีคุณภาพ ไม่มีการรับประกัน และที่สำคัญ ขายในราคาแพงเกินความจริงไปมาก
 
                            วันนั้น แม่คงหงุดหงิด เพราะอยากได้ (แม่บ้านส่วนใหญ่ก็เป็นโรคภูมิแพ้เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว และแก้วช้อนจานชามเหมือนๆ กัน) แต่ก็ยอมจำนน เพราะแม่ไม่ได้มีเงินมากพอจะจ่ายเอง ผ่านไปหลายปีจนถึงวันนี้ ถ้าไปย้อนถามแม่ถึงเหตุการณ์วันนั้น เชื่อว่า แม่ก็คงยัง “อยากได้” เหมือนเดิม แม้ว่า หลังจากนั้นจะมีข่าวคนไปร้องเรียนเรื่องสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ซื้อปุ๊บ เจ๊งปั๊บ เท่ากับถูกหลอกฟรีๆ แต่แม่ก็หาแคร์ไม่
 
                            เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เพิ่งจะเจออีกเหตุการณ์ แต่คราวนี้เป็นเหตุการณ์ถูกแฮ็กบัตรเครดิตของสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ทั้งๆ ที่ที่ผ่านมาเจ้าของบัตรเครดิตพยายามใช้บัตรอย่างรัดกุม ไม่เคยสั่งซื้อของทางออนไลน์ ไม่เคยกรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ แต่ก็ยังถูกแฮ็กจนต้องอายัดบัตรและเปลี่ยนบัตรใหม่ ซึ่งก็โชคดีที่ความเสียหายยังไม่เกิด เพราะสถาบันการเงินเจ้าของบัตรตรวจพบความผิดปกติเสียก่อน
 
                            “กลโกง” ถูกพัฒนาไปเสียจนผู้บริโภคก็ตามไม่ทัน จากเมื่อก่อนที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์อาละวาด ปลอมเป็นพนักงานแบงก์หลอกว่า เหยื่อกำลังถูกอายัด ถูกฟ้องจากกรณีการใช้บัตรเครดิต พอหนักๆ เข้า คนเริ่มมีความรู้มากขึ้น ไม่ตกเป็นเหยื่อง่ายๆ พวกนี้ก็พัฒนาอีกขั้น จากเคยเป็นคอลเซ็นเตอร์แบงก์ ก็ผันตัวเองให้ดูน่าเชื่อถือขึ้นด้วยการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ บ้างก็เป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย บ้างก็เป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร แม้กระทั่ง “ดีเอสไอ” มันยังปลอม !!
 
                            ลองหาข้อมูล “กลโกง” จากเว็บไซต์ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า หนึ่งใน “กลโกง” ที่มาแรงในขณะนี้ คือ กลโกงผ่านบัตรผ่อนสินค้า ซึ่ง ศคง.ให้ข้อมูลว่า เป็นบัตรที่ใช้ซื้อสินค้า ซึ่งส่วนมากใช้สำหรับการซื้อสินค้าเงินผ่อน โดยผู้ซื้อยังไม่ต้องจ่ายค่าสินค้าเต็มจำนวน และบริษัทผู้ออกบัตรจะเป็นผู้ชำระค่าสินค้าเต็มจำนวนให้แทน หลังจากนั้นผู้ซื้อต้องชำระเงินค่าสินค้า และดอกเบี้ยคืนให้แก่บริษัทผู้ออกบัตรจนครบสัญญา
 
                            ส่วนรูปแบบและวิธีการนั้น ศคง.ระบุว่า มิจฉาชีพจะติดป้ายโฆษณาตามเสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์ หรือที่สาธารณะ ด้วยข้อความเชิญชวน เช่น ให้วงเงินสูงอนุมัติและรับเงินสดทันทีภายใน 30 วัน ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับเงินกู้นอกระบบ หากเราสนใจและติดต่อไปตามเบอร์โทรที่ให้ไว้ มิจฉาชีพก็จะแนะนำวิธีการและเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวกับการขอรับสินเชื่อ โดยเราไม่จำเป็นต้องมีประวัติการเงินที่ดี หรือมีวงเงินเหลือในบัตรเครดิตมากนัก
 
                            ทีนี้ พอเรายอมรับข้อตกลง มิจฉาชีพก็จะให้เราไปสมัครบัตรผ่อนสินค้าของบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (หรือหากเรามีบัตรผ่อนสินค้าหรือบัตรเครดิตอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องสมัครใหม่) เมื่อได้บัตรแล้วมิจฉาชีพจะพาเราไปซื้อสินค้าโดยจ่ายผ่านบัตรนั้นๆ ของเรา และมิจฉาชีพจะเป็นผู้รับซื้อสินค้านั้น โดยหักค่านายหน้าประมาณ 30% ของราคาสินค้า ตัวอย่าง เช่น เมื่อเราตกลงกู้เงินนอกระบบ เขาจะพาเราไปทำบัตรผ่อนสินค้า (ถ้ามีแล้วก็ไม่ต้องทำ) เมื่อได้บัตรก็พาเราไปซื้อสินค้า สมมุติราคาสินค้าเท่ากับ 10,000 บาท มิจฉาชีพจะหักค่านายหน้า 30% เป็นเงิน 3,000 บาท เราก็จะได้เงินแค่ 7,000 บาท แต่เป็นหนี้ทั้งหมด 10,000 บาท ส่วนสินค้าที่เราซื้อ มิจฉาชีพก็เป็นคนเอาของไป 
 
                            นอกจากไม่ได้สินค้า โดยหักหัวคิวไป 30% เป็นหนี้ 10,000 บาท โดยได้เงินแค่ 7,000 บาท สิ่งที่จะตามมาอีกก็คือ เรายังต้องเสียเงินผ่อนชำระค่าสินค้าพร้อมดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการและค่าธรรมเนียมต่างๆ อีก 28% ให้แก่ผู้ออกบัตร โดยที่ผู้ปล่อยกู้ไม่ต้องร่วมรับผิดชอบใดๆ และยังนำสินค้าไปจำหน่ายต่ออีกด้วย 
 
                            ว่ากันว่า สินค้าส่วนใหญ่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะขายได้ ขายเร็ว ขายคล่อง และขายได้ราคา
 
                            ประเด็นคือ ถ้าไม่อยากถูกเอาเปรียบต้องทำอย่างไร เรื่องนี้ ศคง.แนะนำว่า ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้บริการสินเชื่อบุคคลจริงๆ ก็ควรเลือกใช้บริการกับสถาบันการเงินหรือบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลที่ถูกกฎหมายเท่านั้น ถ้าไม่แน่ใจว่ารายนั้นถูกกฎหมายหรือเปล่า ก็แค่ตรวจสอบกับ ศคง. โดยโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 1213 หรือจะสอบถามผ่านช่องทางอื่นเช่นเฟซบุ๊กก็ได้
 
                            เรื่องที่เหลือก็พิจารณาเปรียบเทียบเรื่องอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าธรรมเนียมการจัดการเงินกู้ ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีก่อนตัดสินใจใช้บริการ รวมถึงระมัดระวังโฆษณาอัตราดอกเบี้ยที่แจ้งด้วยว่า เป็นอัตราดอกเบี้ยต่อเดือน หรือต่อปี อันนี้สำคัญ เพราะไม่ใช่แค่ผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน แต่ยังหมายถึงสถาบันการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ที่บางทีก็เนียนๆ ส่งข้อความมาถึงผู้ใช้บริการว่า “ท่านสามารถเลือกผ่อนชำระยอดใช้จ่ายผ่านบัตรครั้งล่าสุดได้นาน 10 เดือน ดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อเดือน เพียงตอบรับที่หมายเลข XXX-XXXX” 
 
                            ถ้าอ่านผ่านๆ แบบใจเร็วด่วนได้ รีบตอบรับ เพราะคิดว่าดอกเบี้ยแค่ 1% โดยไม่พิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่า 1% ต่อเดือน สุดท้ายก็ต้องรับสภาพการเป็นลูกหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตรา 12% ต่อปี 
 
                            และคำเตือนสุดท้ายจาก ศคง.คือ อย่าใช้บริการสินเชื่อ เพียงเพราะต้องการของแถม ควรใช้เมื่อมีความจำเป็นที่ต้องกู้ยืมจริงๆ
 
                            อ่านคำเตือนสุดท้ายแล้วอดนึกถึง “แม่” ไม่ได้… “แม่อยากได้ เพราะเขาแถมให้เยอะจริงๆ นะ” ..
 
 
 
 
 
--------------------------
 
(เงินทองต้องรู้ : กลโกงผ่อนสินค้า : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล)