
เผยแผนโยก'บิ๊กแจ๊ด'ดึง'สุเทพ'คุมม็อบ
24 เม.ย. 2557
'พล.ต.อ.อดุลย์'เผยโยก 'พล.ต.ท.คำรณวิทย์'ไป ผบช.ภ.5 ชี้ เพื่อความเหมาะสม เผยแผนดึง'สุเทพ'คนสนิท'เฉลิม'คุมม็อบ
วันที่ 24 เม.ย.57 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงข่าวการโยกย้าย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.5) และสลับให้ พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 เป็นผบช.น. แทนว่า เสนอให้มีการแต่งตั้งโยกย้ายสับเปลี่ยนจริง โดยการพิจารณาเป็นไปตามความเหมาะสม ที่พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีปรีชา ผู้ช่วยผบ.ตร.ขอลาออก เนื่องจากปัญหาสุขภาพ ทำให้ตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร.ว่างลง จึงมีการเสนอแต่งตั้ง พล.ต.ท.นายแพทย์ จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งมีอาวุโสสูงสุดขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร. แทน และมีการตั้งนายแพทย์ใหญ่แทน
เมื่อถามว่าการปรับย้าย ผบช.น.เป็นไปเพราะลดแรงกดดันหรือไม่ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวเพียงว่า เป็นการปรับย้ายในจังหวะที่มีตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร.ว่าง จึงมีการขยับ และเป็นไปเพราะความเหมาะสม
บิ๊กแจ๊ดลั่นสบายใจพร้อมน้อมรับคำสั่งโยกไปภาค5
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวถึงกระแสข่าวที่ถูกโยกย้ายให้ไปดำรงตำแหน่ง ผบช.ภ.5 ว่า รับทราบเรื่องนี้จากสื่อมวลชน เบื้องต้นยังไม่มีการพูดคุยกับทาง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.แต่อย่างใด แต่คิดว่าทาง ผบ.ตร.เป็นคนมีเหตุผลคงเล็งเห็นความเหมาะสมที่มอบหมายงานในครั้งนี้ ทั้งนี้ หากมีการโยกย้ายจริง ส่วนตัวไม่รู้สึกอะไร ที่ผ่านมาปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาที่ให้โอกาสมาดำรงตำแหน่ง ผบช.น.ถือว่าไกลเกินกว่าที่คาดหวังไว้อยู่แล้ว
"สำหรับผมมองว่าการโยกย้ายของข้าราชการตำรวจถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา และต้องขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาด้วยซ้ำที่ให้ไปพักผ่อน สำหรับผมอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ ไม่มีปัญหาอะไร อีกอย่างผมเหลืออายุราชการเพียง 160 วันเท่านั้น ที่ผ่านมาก็ทำงานเต็มที่ ยอมรับว่ามาอยู่นครบาล 2 ปีเต็ม ชีวิตเปลี่ยนไปมาก เหตุการณ์ต่างๆ เข้ามามาก ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้บังคับบัญชา นี่พูดด้วยความจริงใจ ไม่มีปัญหา ไม่ได้หนักใจ" ผบช.น. กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าในมุมมองถือเป็นการทำโทษหรือไม่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า "ไม่มีหรอก ชีวิตผมมาได้ถึงขนาดนี้ก็เกินความคาดหวังแล้ว ที่จริงไม่เคยคิดว่าจะได้เป็น ผบช.น แม้กระทั่งเป็น ผบช.ก็ไม่เคยคิดด้วยซ้ำ ยืนยันว่าอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้เช่นกันแน่นอน
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวถึงกระแสข่าวที่ถูกโยกย้ายให้ไปดำรงตำแหน่ง ผบช.ภ.5 ว่า รับทราบเรื่องนี้จากสื่อมวลชน เบื้องต้นยังไม่มีการพูดคุยกับทาง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.แต่อย่างใด แต่คิดว่าทาง ผบ.ตร.เป็นคนมีเหตุผลคงเล็งเห็นความเหมาะสมที่มอบหมายงานในครั้งนี้ ทั้งนี้ หากมีการโยกย้ายจริง ส่วนตัวไม่รู้สึกอะไร ที่ผ่านมาปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาที่ให้โอกาสมาดำรงตำแหน่ง ผบช.น.ถือว่าไกลเกินกว่าที่คาดหวังไว้อยู่แล้ว
"สำหรับผมมองว่าการโยกย้ายของข้าราชการตำรวจถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา และต้องขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาด้วยซ้ำที่ให้ไปพักผ่อน สำหรับผมอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ ไม่มีปัญหาอะไร อีกอย่างผมเหลืออายุราชการเพียง 160 วันเท่านั้น ที่ผ่านมาก็ทำงานเต็มที่ ยอมรับว่ามาอยู่นครบาล 2 ปีเต็ม ชีวิตเปลี่ยนไปมาก เหตุการณ์ต่างๆ เข้ามามาก ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้บังคับบัญชา นี่พูดด้วยความจริงใจ ไม่มีปัญหา ไม่ได้หนักใจ" ผบช.น. กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าในมุมมองถือเป็นการทำโทษหรือไม่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า "ไม่มีหรอก ชีวิตผมมาได้ถึงขนาดนี้ก็เกินความคาดหวังแล้ว ที่จริงไม่เคยคิดว่าจะได้เป็น ผบช.น แม้กระทั่งเป็น ผบช.ก็ไม่เคยคิดด้วยซ้ำ ยืนยันว่าอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้เช่นกันแน่นอน
เผยแผนดึง'สุเทพ'สนิทเฉลิมคุมม็อบ
แหล่งข่าวระดับสูงในกองบัญชาการตำรวจนครบาล แจ้งว่า ข่าวการแต่งตั้งโยกย้ายนายพลระดับผู้บัญชาการที่ออกมานั้นมีความคลาดเคลื่อนในส่วนของตำแหน่งผู้บัญชกาารตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ( ผบช.ภ.5 ) รวมถึงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ( ผบช.ภ.1) ที่มีการโยกย้ายสลับสับเปลี่ยนภายหลัง พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีปรีชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ยื่นหนังสือลาออกจากราชการก่อนเกษียณอายุในวันที่ 30 ก.ย.นี้โดยยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมาทำให้ตำแหน่ง ผู้ช่วยผบ.ตร .ว่างลงโดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เสนอแต่งตั้งพล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ นายแพทย์ใหญ่ ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. แทน
ส่วนตำแหน่ง ผบช.น. ที่มี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)คุมบังเหียนแม่ทัพนครบาลนั้นข้อเท็จจริงแล้วมีการสลับสับเปลี่ยนกับ พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 ในแนวราบระดับเดียวกันโดยให้ พล.ต.ท. สุเทพ นายตำรวจคนสนิทของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกฯ เข้ากรุงนั่งเก้า " ผบช.น. "
และโยก พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ไปนั่งตำแหน่ง ผบช.ภ.5 แทนโดยมีการพูดคุยกันแล้วอย่างลงตัวซึ่งพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยอมรับคำสั่งจากเบื้องบนด้วยดีเนื่องจากระยะหลังช่วงก่อนเกษียณอายุราชการได้วางมืองานรับผิดชอบในนครบาลบางส่วนให้ รอง ผบช.น. แต่ละนายดำเนินการแทนและเข้าร่วมกิจกรรมสังคมในแวดวงพระเครื่องมากขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีการประกาศคำสั่งแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 เม.ย. ส่วน พล.ต.ท. นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 นั้นยังคงนั่งตำแหน่งเดิมเนื่องจากมีการร้องขอจากที่การประชุมคณะกกรมการบริหารพรรคเพื่อไทยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
แหล่งข่าวระดับสูงในกองบัญชาการตำรวจนครบาล แจ้งว่า ข่าวการแต่งตั้งโยกย้ายนายพลระดับผู้บัญชาการที่ออกมานั้นมีความคลาดเคลื่อนในส่วนของตำแหน่งผู้บัญชกาารตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ( ผบช.ภ.5 ) รวมถึงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ( ผบช.ภ.1) ที่มีการโยกย้ายสลับสับเปลี่ยนภายหลัง พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีปรีชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ยื่นหนังสือลาออกจากราชการก่อนเกษียณอายุในวันที่ 30 ก.ย.นี้โดยยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมาทำให้ตำแหน่ง ผู้ช่วยผบ.ตร .ว่างลงโดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เสนอแต่งตั้งพล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ นายแพทย์ใหญ่ ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. แทน
ส่วนตำแหน่ง ผบช.น. ที่มี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)คุมบังเหียนแม่ทัพนครบาลนั้นข้อเท็จจริงแล้วมีการสลับสับเปลี่ยนกับ พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 ในแนวราบระดับเดียวกันโดยให้ พล.ต.ท. สุเทพ นายตำรวจคนสนิทของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกฯ เข้ากรุงนั่งเก้า " ผบช.น. "
และโยก พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ไปนั่งตำแหน่ง ผบช.ภ.5 แทนโดยมีการพูดคุยกันแล้วอย่างลงตัวซึ่งพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยอมรับคำสั่งจากเบื้องบนด้วยดีเนื่องจากระยะหลังช่วงก่อนเกษียณอายุราชการได้วางมืองานรับผิดชอบในนครบาลบางส่วนให้ รอง ผบช.น. แต่ละนายดำเนินการแทนและเข้าร่วมกิจกรรมสังคมในแวดวงพระเครื่องมากขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีการประกาศคำสั่งแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 เม.ย. ส่วน พล.ต.ท. นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 นั้นยังคงนั่งตำแหน่งเดิมเนื่องจากมีการร้องขอจากที่การประชุมคณะกกรมการบริหารพรรคเพื่อไทยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา



