
'อภิสิทธิ์'ลั่น!เดินหน้าหาทางออกปท.
24 เม.ย. 2557
'อภิสิทธิ์' ลั่น! เดินหน้าหาทางออกประเทศ แต่ยังอุบแนวทาง เตรียมแลกเปลี่ยนทุกฝ่าย ด้าน 'ชวนนท์' จวก 'กิตติรัตน์' ดันขึ้น VAT 10% สร้างภาระให้ปปช.
24 เม.ย.57 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์รายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ว่าต่อไปนี้ตนก็จะไม่อยู่เฉย โดยจะทำข้อเสนอ และพยายามหาแนวทางที่จะทำให้หลายฝ่ายมายอมรับว่าบ้านเมืองควรจะเดินต่อไปอย่างไร ในช่วงอาทิตย์ข้างหน้าก็จะทำตรงนี้เป็นการเฉพาะ ขณะนี้ทุกคนก็คิดว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อต่อไปอย่างนี้ไม่จบไม่สิ้นมันคงเป็นไปไม่ได้ แต่ที่สำคัญคือว่าทำอย่างไรที่มันจะคลี่คลายไปในทางที่ดี ตนคิดว่าสิ่งที่ทุกคนอยากเห็นก็คือ ถ้าจบก็คือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่ดีขึ้น”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนยืนยันว่า ไม่ได้พูดเฉยๆ นะ คือถ้าพูดเฉยๆ ผมก็ว่า มีคนก็สามารถที่จะย้อนกลับมาได้ แล้วยังไงจะทำให้บ้านเมืองเรียบร้อยแล้ว พรรคประชาธิปัตย์จะทำอะไร ยืนยันว่า ตยก็ไม่อยู่เฉยหรอก ก็จะทำข้อเสนอ ก็จะพยายามหาแนวทางในการที่จะทำให้หลายฝ่ายมายอมรับว่าบ้านเมืองควรจะเดินต่อไปอย่างไร แล้วก็ในช่วงอาทิตย์ข้างหน้าผมก็จะทำตรงนี้เป็นการเฉพาะเลย ในการที่จะลองทำข้อเสนอจากจุดร่วมของฝ่ายต่างๆ แล้วก็พยายามที่จะหาข้อยุติ อันนี้ก็ได้แจ้งทาง กกต. ไปว่า ตนก็จะนำเสนอความคิดเพิ่มเติมไปด้วย โดยจะเริ่มเร็วที่สุด ซึ่งตอนนี้ก็เตรียมงานกันไว้เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้เมื่อถามว่าจะมีการแถลงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องบอกกับพี่น้องประชาชนแน่นอนว่า แนวทางจะเป็นอย่างไร แต่ว่าจะไปเปิดเผยข้อเสนอทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะว่าก็ต้องมีการแลกเปลี่ยนกับฝ่ายต่างๆ ด้วย แล้วก็ไม่อยากให้ อยู่ดีๆ จะบอกว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้ ต้องไปคุยกับฝ่ายต่างๆ ด้วย แต่มีอยู่ในใจแล้วว่าแนวทางมันน่าจะเป็นอย่างไร”
“ผมก็เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และในฐานะที่ผมก็ต้องให้ความเห็นของพรรคฯ กับทาง กกต. ผมก็จะทำตรงนี้ส่วนหนึ่ง แต่ว่ามันก็เกินเลยจากที่จะให้ กกต.ด้วย เพราะว่าในที่สุดการหาทางออก หาคำตอบทุกฝ่ายก็ต้องร่วมด้วยกัน รวมไปถึงว่าทางรัฐบาลเองก็ต้องมีแนวทางที่จะตอบมาให้ชัดว่าจะสามารถเดินไปในทางอย่างนี้ได้หรือไม่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ส่วนการจะเตรียมข้อเสนอจะนานแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่นาน เพราะว่า เกิดขึ้นจากความห่วงใยว่าสถานการณ์มันลุกลาม บานปลาย วานนี้ก็มีความรุนแรงเกิดขึ้นอีก ถึงขั้นที่เรียกว่ามีผู้เสียชีวิตในฝ่ายของเสื้อแดง สิ่งเหล่านี้มันไม่ควรเกิด และบรรยากาศของบ้านเมืองถ้ามันเป็นไปอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ทุกคนก็วิตกกังวลกันอยู่แล้ว แล้วก็พูดตามตรง เริ่มต้นขึ้นมาเราก็บอกว่ามันผ่านมาครึ่งปี ค่อนปี ประชาชนก็เดือดร้อนกันมากว่า คือทั้งในแง่ของเศรษฐกิจ ซึ่งชะงักงัน ทั้งในแง่ของภาพลักษณ์ของประเทศ ทั้งในแง่ของปัญหาที่สะสมไปเรื่อยๆ
เมื่อถามว่าจะแลกเปลี่ยนความเห็นกับทางรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าว่า จะแลกเปลี่ยยทุกฝ่าย ส่วนจะไปหาเองหรือไม่นั้นก็ขอให้อย่าเพิ่งรีบเราพยายามจะทำงานเพื่อให้มันราบรื่นที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าเราไปพูดอะไรล่วงหน้า ก็เดี๋ยวจะเป็นประเด็นทางการเมือง มีการโต้ตอบ มีการตอบรับ มีการปฏิเสธ มีการท้าทาย มันไม่เป็นประโยชน์ครับ ตนหวังผลมากกว่า ทุกขั้นตอนมันปรากฎชัดอยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบัง แต่ว่าการเปิดเผยขั้นตอนของการทำงาน ข้อเสนอต่างๆ นั้นก็ต้องเป็นไปตามความเหมาะสมที่จะเปิดเผยในขณะนั้นๆ
'อภิสิทธิ์' บอกเป็นดุลพินิจศาลขยายเวลา 'ยิ่งลักษณ์'
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติขยายเวลาพิจารณาคดีสถานภาพของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกไปอีก 15 วัน ว่า เป็นดุลพินิจของศาลว่ามีเหตุผลสมควรหรือไม่ สำหรับการให้ความเป็นธรรม ศาลต้องพิจารณาบนความพอดี ระหว่างการที่จะไม่ให้มีการใช้วิธียื้อเวลา หรือถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ
ขณะเดียวกันต้องให้เกิดความมั่นใจว่า มีความเป็นธรรม ไม่ได้เร่งรัด เพราะฉะนั้นคิดว่า เป็นดุลพินิจที่ศาลใช้ และเห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ประสงค์จะมีเวลาเพิ่มในการชี้แจง และกรอบเวลาที่ขอศาล ก็อาจเห็นว่าสมเหตุสมผล แต่หากถามว่า หลังจากนี้จะขออีกหรือไม่ ศาลก็ต้องมาทบทวนกันอีกครั้ง เพราะกรณีของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ดูเหมือนว่ามีความความพยายาม จะขอยื่นพยานเพิ่มอยู่ตลอด ทั้งนี้หากเป็นกรณีบุคคลอื่นๆ อาจไม่ถูกตั้งคำถาม แต่เมื่อเป็นน.ส.ยิ่งลักษณ์ขอขยายเวลากับศาลรัฐธรรมนูญ และการไปให้การกับป.ป.ช.กลับใช้เวลาเพียง 15 นาที ซึ่งส่อเจตนาหรือไม่ว่าต้องการให้ยื้อเวลา
'มาร์ค' ทำคลิปเสนอทางออกประเทศ หวังทุกฝ่ายยึดประโยชน์ชาติ
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเปิดใจต่อคนไทยทั้งประเทศถึงความห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมืองที่มีการแบ่งฝ่ายจนคนไทยไม่มีทางเลือกต้องเผชิญหน้า ห้ำหั่นกัน โดยพัฒนาการความขัดแย้งเดินหน้า ถึงขั้นรัฐบาลเลือกที่จะเป็นคู่กรณีกับประชาชน สร้างความขัดแย้งเพิ่มเติม ปฏิเสธกระบวนการยุติธรรม และระบบตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคมีความหนักใจและห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะมีการตั้งตนเป็นผู้มีสิทธิชี้เป็นชี้ตาย บังคับใช้กฎหมายด้วยตัวเอง ทั้งนี้ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ตั้งตนเป็นรัฐธรรมนูญและกระบวนการยุติธรรม จึงเป็นเวลาสำคัญที่หัวหน้าพรรคตัดสินใจว่าต้องดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อสร้างจุดเริ่มต้นในการหาทางออกหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าระหว่างมวลชน ที่อาจถูกรัฐบาลใช้เป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อหนีความผิด
“หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เชื่อว่า สถานการณ์จะคลี่คลายด้วยตัดสินของศาลแต่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันรับผิดชอบ จึงอยู่เฉยไม่ได้ การแถลงการณ์ในวันนี้จะนำเสนอการแก้ปัญหา ที่เป็นรูปธรรมผ่านเฟซบุ๊คและยูทูป ในรูปแบบคลิปวิดีโอความยาวประมาณ 3 นาที หวังว่าทุกภาคส่วนของสังคมจะช่วยกันพิจารณามองประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งเป็นความปรารถนาดีที่ไม่มีประโยชน์ทางการเมืองของพรรคหรือของนายอภิสิทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าทุกฝ่ายให้ความร่วมมือเราจะมีคำตอบเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าซึ่งสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาอย่างจริงจังอย่าเอาประโยชน์ส่วนตัวมาเป็นเกราะกำบังจนประเทศเดินต่อไม่ได้ อย่าเอาการรักษาอำนาจมาเป็นตัวตั้งจนหาทางออกให้บ้านเมืองไม่ได้” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
'อภิสิทธิ์' เผยเตรียมวิธีเดินหน้าประเทศทุกอย่าง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ว่า ต่อไปนี้จะไม่อยู่เฉย โดยจะทำข้อเสนอและพยายามหาแนวทางที่จะทำให้หลายฝ่ายมายอมรับว่าบ้านเมืองควรจะเดินต่อไปอย่างไร ในช่วงอาทิตย์ข้างหน้าก็จะทำตรงนี้เป็นการเฉพาะ
ปชป.จวก 'โต้ง' โยนบาป 'กปปส.' ดันขึ้น VAT 10 % สร้างภาระให้ปชช.
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ระบุว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7 % เป็น 10 % ว่า รัฐบาลจงใจสร้างภาระให้ประชาชน โดยโยนบาปให้กับผู้ชุมนุมกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เพราะรัฐบาลชุดนี้มีแนวคิดในการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7 % เป็น 10 % มาก่อนหน้านี้แล้ว เนื่องจากการจัดเก็บรายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยโทษว่าเกิดจากการชุมนุมทางการเมืองจึงถือว่าเป็นการโกหกอย่างจงใจของรมว.คลัง
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทั้งนี้ตัวเลขรายได้ที่หายไป 2 หมื่นล้านบาท เทียบไม่ได้กับนโยบายที่รัฐบาลลดภาษีนิติบุคคลจาก 30 % เหลือ 20 % ที่ทำให้รายได้ของรัฐหายไปนับแสนล้านบาท แต่รัฐบาลกลับมีแนวคิดที่จะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมประชาชน โดยเฉพาะชาวนาที่ประสบกับปัญหารัฐบาลไม่จ่ายค่าจำนำข้าว ยังต้องจ่ายแพงขึ้นหากรัฐบาลขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย
ปชป.เรียกร้อง 'ปู' แจง 'ศร.-ป.ป.ช.' ด้วยตัวเอง เลิกโพสต์เฟซบุ๊กสื่อสารข้างเดียว
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไปให้ถ้อยคำที่ศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง หลังจากศาลรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้มีการขยายเวลาชี้แจงและไต่สวนพยานในคดีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี โดยมิชอบว่าจะทำให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แทนที่จะส่งคนอื่นไปชี้แจงแทน เช่นเดียวกับคดีทุจริตจำนำข้าวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ควรไปชี้แจงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วยตัวเองแทนที่จะชี้แจงฝ่ายเดียวผ่านเฟซบุ๊ก หากมั่นใจว่าข้าวไม่ได้หายไปจากโกดังสองล้านตัน ก็ควรนำหลักฐานไปแสดงอย่าหนีความจริง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง
ปชป.เสียใจ 'ไม้หนึ่ง ก.กุนที' ถูกยิงดับ จี้จับคนผิดมาลงโทษ
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายกมล ดวงผาสุก หรือ “ไม้หนึ่ง ก.กุนที” กวีเสื้อแดง ที่ถูกลอบยิงจนเสียชีวิต ว่า พรรคขอแสดงความเสียใจกับการเสียชีวิตครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพราะไม่ต้องการเห็นความรุนแรงเกิดกับทุกฝ่าย และไม่ต้องการให้หยิบยกประเด็นเหล่านี้มาสร้างความแตกแยกในสังคมไทย จึงขอให้ตำรวจดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ให้ศอ.รส.ทำหน้าที่รักษาความมั่นคงอย่างจริงจังด้วยการหาคนผิดมาลงโทษ
'จุฤทธิ์' บี้ 'เฉลิม' ขอโทษหลังปากเปราะปลิดชีพ 'อภิสิทธิ์'
นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ปฏิบัติหน้าที่รมว.แรงงานและผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ขอโทษนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากออกมาระบุว่าการฆ่านายอภิสิทธิ์แค่ใช้ปืนยิงก็จบแล้ว ซึ่งสะท้อนทัศนคติสนับสนุนการใช้ความรุนแรง ศอ.รส.จึงกลายเป็นศูนย์อำนวยการเร่งรัดความไม่สงบ เพราะไม่ว่าจะใส่เสื้อสีไหนมีโอกาสเสียชีวิตได้ทุกคน
ทั้งนี้แสดงว่าศอ.รส.ใช้งบประมาณไปโดยไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ จึงต้องปรับทัศนคติในการทำงานโดยเริ่มที่ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นคนแรก ทั้งนี้เชื่อว่าสถานการณ์จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีบางกลุ่มกำลังใช้ความรุนแรงมาปลุกระดมเพื่อให้มวลชนออกมาเคลื่อนไหวจึงขอเตือนว่าอย่าหลงกลให้คนพวกนี้หลอกมาตายอีก
“พบว่ามีแผนที่จะทำร้ายนายอภิสิทธิ์ ในระหว่างการประชุมตัวแทนพรรคการเมืองจริง ไม่ใช่การสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเองตามที่พรรคเพื่อไทยออกมากล่าวหา เพราะบุคคลที่ออกมาข่มขู่มีตัวตนจริง อีกทั้งที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ก็ถูกลอบทำร้ายมาแล้วหลายครั้ง ในขณะที่รัฐบาลชุดนี้มีทัศนคติสนับสนุนให้ใช้ความรุนแรง จึงไม่มีความมั่นใจว่าหัวหน้าพรรคจะได้รับความปลอดภัย หากจะหาคนขี้ขลาดขอให้ดูพฤติกรรมนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่หนีสภา หนีการตรวจสอบ หนีการแก้ปัญหาประเทศชาติ” นายจุฤทธิ์ กล่าว



