ข่าว

'เฉลิม'ไม่ฟันธงยิง'ไม้หนึ่ง ก. กุนที'

'เฉลิม'ไม่ฟันธงยิง'ไม้หนึ่ง ก. กุนที'

24 เม.ย. 2557

'เฉลิม' ไม่หวั่น 'ปชป.' ยื่นเอาผิด 'ศอ.รส.' ออกแถลงการณ์ ยันไม่ได้ทำในนามพรรคเพื่อไทย พร้อมออกแถลงการณ์ฉบับ 2 ยังไม่ฟันธงคดียิง 'ไม้หนึ่ง ก. กุนที'

 
                            24 เม.ย. 57  เมื่อเวลา 10.30 น.  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.ศอ.รส. กล่าวถึงกรณี พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป.ป.ช. เพื่อไต่สวนกรณีศอ.รส.ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ขัดกฎหมายอาญามาตรา 157 รวมถึงจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยด้วยว่าการกระทำดังกล่าวของ ศอ.รส.มีความผิดฐานล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ ซึ่งมีโทษถึงยุบพรรคการเมือง ว่า เรื่องนี้แล้วแต่การตัดสิน จะยื่นก็ยื่นไป ตนมีหน้าที่ต่อสู้คดี ไม่มีปัญหา และไม่กังวลเพราะถูกยุบพรรคบ่อย ยุบก็ตั้งใหม่ และตนไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค และปฏิบัติงานในหน้าที่ผอ.ศอ.รส. ซึ่งมี พ.ร.บ.ความมั่นคง ให้อำนาจ ไม่ได้ทำในนามพรรคเพื่อไทย และเรื่องนี้จะไม่กระทบต่อการทำงานของ ศอ.รส. เพราะทำบนหลักการของกฎหมาย การเป็น ผอ.ศอ.รส. ถ้าไม่มีสิทธิ์ เสนอแนะแนวคิดเพื่อให้บ้านเมืองสงบแล้วจะมาทำหน้าที่ทำไม ซึ่งในวันนี้ (24 เม.ย.) จะมีแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ตนนั่งอยู่ในรถแล้วคิดได้ว่าควรจะต้องออกฉบับที่ 2 จะได้มีความชัดเจน โดยจะมีเนื้อหาเป็นผลการทำงานของ ศอ.รส.
 
                            ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี พ้นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติมิชอบ เพิ่มเติมออกไปอีก 15 วัน ว่า ตนไม่ก้าวล่วง แต่มีสิทธิ์พูด เพราะตนเรียนมาแบบเดียวกับศาลรัฐธรรมนูญ โดยสมัยนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านตัดสินอย่างไร มาคราวนี้จะเป็นอย่างอื่น แล้วจะอยู่ยังไงประเทศไทย ทั้งนี้ในช่วงที่มีการโยกย้าย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ มาเป็นผบ.ตร. ตอนนั้นตนมีหน้าที่ดูตำรวจอยู่ และได้ยกร่างข้อมูลเพื่อให้นายกฯ แล้ว
 
                            "ไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องจะเป็นอย่างนี้ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ โยกย้าย พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา พ้นเลขาสมช.ได้ ย้าย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร พ้นรองเลขาสมช.ได้ ประชาธิปัตย์ทำได้หมด เพื่อไทยทำอะไรผิดหมด ผมถึงบอกว่าเป็นอย่างนี้จะนองเลือด เตือนก็หาว่าขู่ มันไม่มีทางเลือกอื่น เขาเรียกคับแค้นทางจิตใจ ยากไร้ทางวัตถุ"
 
                            ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าการที่นายกฯ แต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ มาเป็นผบ.ตร. นั้นทำโดยถูกต้องชอบธรรม ตนได้บอกว่าจะให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ มาปราบยาเสพติด แล้วก็ปราบเก่งด้วย แม้กระทั่งเกษียณราชการแล้วก็ยังมาช่วย ซึ่งการปราบปรามยาเสพติดคนเป็นตำรวจจะรู้กันว่าใครมือถึง แล้วสมัยประชาธิปัตย์ตั้งผบ.ตร.ก็ไม่ได้ เพราะเป็นพรรคที่ไม่รู้ภาษา ไม่เคยรับราชการ ไม่เคยทำงานปราบปราม ไม่เคยไปดูภาคเหนือ แล้วก็มาร้องว่ายาเสพติดอยู่ภาคใต้  มันผลิตที่ประเทศพม่าทั้งนั้น
 
                            ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงเหตุยิง นายกมล ดวงผาสุก หรือ “ไม้หนึ่ง ก. กุนที” ว่า ตนติดตามเรื่องนี้อยู่ ส่วนคดีนี้จะเป็นเรื่องการเมืองหรือส่วนตัวนั้น ยังฟันธงไม่ได้ ต้องรอรายงานก่อน ทั้งนี้ตนได้มีคำเตือนมาตลอด ตนห่วงทุกคนที่เกี่ยวข้องทางการเมืองไม่ใช่เฉพาะแกนนำนปช. เพราะรู้มาลึกๆ เมื่อพูดก็ถูกโจมตีว่าเฉลิม ข่มขู่ บ้านตนยังถูกยิง แต่ก็ไม่ร้องแรกแหกกระเฌอ ยิงแล้วก็ยิงไป สืบรู้ก็แจ้งตำรวจ ถ้าไม่รู้ไปแล้วแจ้ง ก็จะหาว่าสร้างฉาก อยากยิงก็ไปยิงอีก ตนโดนไปแล้ว 2 ลูก ที่บ้านตนตั้งแต่ภรรยายันคนใช้ พร้อมรับเอ็ม 79
 
                            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.เฉลิม ได้กล่าวขณะเริ่มประชุมศอ.รส. ว่า สถานการณ์ขณะนี้คนมองว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. มีอิทธิพลในการเชิญคนมาร่วมชุมนุม และด่าศอ.รส.เป็นศูนย์รวมสัตว์ ทำงานไม่เป็นขั้นตอน ซึ่งแท้จริงแล้วศอ.รส.ทำงานเป็นระบบ โดยขอให้ฝ่ายเลขาฯ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ในประเด็นที่ว่ามีการดำเนินการกับแกนนำที่ปฏิบัติผิดกฎหมายไปแล้วอย่างไร เพื่อให้เห็นว่านายสุเทพ ไม่มีมีอิธิพลในการเคลื่อนไหว และเตือนประชาชนที่เข้าร่วมให้ระมัดระวังการกระทำความผิด ถ้าชุมนุมโดยสงบก็ไม่มีความผิด แต่ถ้ากระทำผิดศอ.รส.จะดำเนินคดีโดยเด็ดขาด ส่วนอีกประเด็นคือศอ.รส. ได้สั่งสตช.เตรียมทีมจับกุมนายสุเทพ และพวก โดยระมัดระวังความเสียหาย
 
                            "ทั้งนี้การออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ฝ่ายกองทัพไม่ได้มีส่วนแสดงความคิดเห็น เนื่องจากเป็นการดำเนินคดีตามกฎหมาย ศอ.รส.มีอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว"
 
 
 
 
'ศอ.รส.' ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2
 
 
                            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 โดย เรื่อง การดำเนินคดีกับนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ และแกนนำ กปปส. และแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมชุมนุม โดยเนื้อหา ระบุว่า 
 
                            ศอ.รส. เป็นหน่วยงานพิเศษที่จัดตั้งขึ้น ตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล โดย ศอ.รส. มีภารกิจสำคัญในการสนธิกำลังทั้งข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ และข้าราชการพลเรือน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต่างๆ เพื่ออำนวยการและปฏิบัติการให้เกิดความเรียบร้อยในทุกๆ มิติ ทั้งในเขตพื้นที่รับผิดชอบ และสังคมในภาพรวม
 
                            ตลอดเวลา 37 วันที่ได้มีการจัดตั้ง ศอ.รส. ให้ทำหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการทั้งปวงให้เกิดความสงบเรียบร้อยได้ตลอดมาในระดับหนึ่งนั้น ศอ.รส. ได้ให้ความสำคัญต่อการดำเนินคดีแกนนำผู้จัดการชุมนุม ซึ่งมีการกระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องตลอดมา โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำ กปปส. ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นคดีพิเศษ มีการสอบสวนร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ พนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพนักงานอัยการของสำนักงานอัยการสูงสุด ในข้อหาฐานความผิดร่วมกันเป็นกบฏ ร่วมกันก่อเหตุความไม่สงบในบ้านเมือง ร่วมกันยุยงให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย ร่วมกันขัดขวางการเลือกตั้ง ร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการ และในฐานความผิดอื่นๆ ซึ่งศาลอาญาได้ออกหมายจับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกในข้อหาฐานความผิดร่วมกันเป็นกบฏ ดังกล่าว พร้อมแกนนำอื่นๆ อีกหลายคน ซึ่งขณะนี้มีผู้ต้องหารวมทั้งสิ้นถึง 80 คน อาทิเช่น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ , นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย , นายชุมพล จุลใส , นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ , นายอิสสระ สมชัย , นายวิทยา แก้วภราดัย , นายถาวร เสนเนียม , นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ , นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ , นางสาวอัญชะลี ไพรีรัก , นายนิติธร ล้ำเหลือ , นายอุทัย ยอดมณี , นายถวิล เปลี่ยนศรี , พระพุทธะอิสระ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องหาบางคนมีข้อหาฐานความผิดเพิ่มเติมเฉพาะตัวอีกด้วย เช่น นายอิสสระ สมชัย ในข้อหา ฐานความผิดพยายามฆ่า เป็นต้น ซึ่งได้มีผู้ต้องหาถูกจับกุมแล้ว 2 คน และเข้ามอบตัวอีกจำนวน 6 คน 
 
                            บัดนี้ การสอบสวนในคดีพิเศษดังกล่าวได้เสร็จสิ้นแล้ว คณะพนักงานสอบสวนจึงได้มีความเห็น ควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทุกคน ตั้งแต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกที่เป็นแกนนำ กปปส. ตามข้อหา ฐานความผิดดังกล่าว โดยกำหนดส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นดังกล่าวไปยังพนักงานอัยการในวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 นี้ ซึ่งคาดว่าพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษจะได้มีคำสั่งทางคดีและฟ้องผู้กระทำผิดได้ภายในวันที่ 10 พฤษภาคม 2557 อันเป็นวันครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้ายของผู้ต้องหาบางคน โดยหากผู้ต้องหาคนใดที่ยังไม่เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ก็จะได้ขอออกหมายจับหลังจากพนักงานอัยการได้มีคำสั่งควรสั่งฟ้องดังกล่าว
 
                            ศอ.รส. จึงเห็นสมควรออกแถลงการณ์เพื่อแจ้งให้พี่น้องประชาชนได้ทราบ ดังต่อไปนี้ 
 
                            1. ศอ.รส. ให้ความสำคัญต่อการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดเป็นสำคัญ เพราะจะเป็นผลให้สถานการณ์ความไม่สงบคลี่คลายไปได้ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา และป้องกัน มิให้ประชาชนใช้การแก้แค้นลงโทษกันเอง ซึ่งผลการดำเนินคดีได้คืบหน้าไปตามกฎหมายแล้ว ดังกล่าว มาข้างต้น
 
                            2. ศอ.รส. ขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชน ได้โปรดเข้าใจว่า การอภิปราย ชักจูง หรือปราศรัยชวนเชื่อ ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวก อยู่ในขณะนี้ เป็นความพยายามของผู้ต้องหาที่มุ่งหวังกระทำการทั้งหลายทั้งปวง เพื่อตัวเองและพวกพ้อง ที่ต้องหาว่ากระทำความผิด และมีหมายจับในฐานร่วมกันเป็นกบฏจากศาล จึงขอให้ทุกท่านใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับแกนนำ กปปส. และไม่หลงเชื่อที่จะมีการชักชวนให้ร่วมเข้าชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 30 เมษายน 2557 นี้
 
                            3. การเข้าร่วมชุมนุมกับแกนนำ กปปส. นั้น นอกจากอาจเป็นผู้ร่วมกระทำผิดตามกฎหมายแล้ว ยังอาจได้รับอันตราย ตามที่ได้ปรากฏเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องมาด้วย
 
                            4. ศอ.รส. ยืนยันว่า จะได้เร่งรัดให้มีการจับกุมดำเนินคดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวก อย่างเร่งรีบต่อไป โดยคำนึงถึงความสูญเสียของเจ้าหน้าที่และประชาชนด้วย เพราะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวก มีการ์ด กปปส. ห้อมล้อมด้วยอาวุธร้ายแรงต่างๆ ดังเป็นที่ทราบกันอยู่
 
                            5. ศอ.รส. มิได้มุ่งหมายดำเนินคดีกับแกนนำ เฉพาะ กปปส. เท่านั้น แต่ได้กำชับให้มีการดำเนินคดีกับแกนนำผู้กระทำผิดในทุกๆ กลุ่ม ที่ได้กระทำผิดขึ้นในบ้านเมือง ในพื้นที่รับผิดชอบของ ศอ.รส. 
 
                            ศอ.รส. จึงเห็นสมควรแถลงการณ์มาเพื่อพี่น้องประชาชนได้รับทราบ อนึ่ง แถลงการณ์ฉบับนี้ เป็นความเห็นของฝ่ายบริหาร ศอ.รส. โดยมิได้ขอให้ฝ่ายทหารร่วมแถลง หรือแสดงความเห็นด้วย