
'มาร์ค'ปัดเบี้ยวกกต.ชี้ข่าวส่อรุนแรง!
23 เม.ย. 2557
'มาร์ค' ปัดเบี้ยวถก 'กกต.-พรรคการเมือง' จี้ 'ปู' คิดทำอะไรบ้าง อย่าโบ้ย 'ปชป.-กปปส.' ทำการเมืองติดหล่ม แย้ม 24 เม.ย. เตรียมนำเสนอ 'ทางออกปท.'
23 เม.ย. 57 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความจริงแล้วตนกับตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งใจที่จะไปร่วมประชุมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่มีข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับการมีความพยายามที่จะใช้ความรุนแรงในที่ประชุม และไม่มีใครสามารถที่จะยืนยันได้ จึงตัดสินใจปรึกษากับ กกต. ซึ่ง กกต.ยอมรับว่า มีข้อจำกัดในการที่จะดูแลความปลอดภัย
ตนจึงทำหนังสือชี้แจงไปเพื่อของดการไปร่วมหารือดังกล่าว แต่มีสื่อบางฉบับตีข่าวว่าตนเบี้ยวนัด เพราะมองว่าการที่มีคนปองร้ายตนนั้นเป็นเรื่องปกติ โดยไม่มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการละเมิดหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตย และที่สำคัญตนได้ยืนยันในจดหมายว่าพร้อมที่จะร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ในการหาคำตอบให้กับประเทศ และผลการประชุมก็ไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมาย ว่าพรรคการเมืองส่วนใหญ่อยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว ตนยืนยันว่าหากจัดการเลือกตั้งได้เรียบร้อย ก็อยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แต่คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ คือ สิ่งที่จะช่วยกันทำให้มันเรียบร้อยคืออะไร เพราะ กกต.ยืนยันแต่เพียงว่า เลือกตั้งคราวนี้ไม่โมฆะเหมือนคราวที่แล้ว คำว่าไม่โมฆะเหมือนคราวที่แล้วนั้น ไม่ใช่หมายความว่าจะไม่มีปัญหาเลย เพียงแต่บอกว่า ที่เป็นปัญหาบางเรื่อง เช่น การเปิดรับสมัคร จะมีวิธีการแก้โดยการเปิดรับสมัครทางไปรษณีย์ หรือทางอินเทอร์เน็ต แต่ก็ไม่ได้มีการยืนยันว่า แล้วการเลือกตั้งหลังจากสมัครได้แล้ว จะเรียบร้อยหรือไม่อย่างไร ก็คือไม่โมฆะด้วยเหตุผลเหมือนกับคราวที่แล้ว
ฉะนั้นตรงนี้ยังเป็นหน้าที่ทุกพรรคการเมือง รวมทั้งรัฐบาล และ กกต.จำเป็นต้องช่วยกันแก้โจทย์ ในการที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ และพรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมที่จะพูดคุยว่าเราจะช่วยทำอะไรได้บ้าง แต่ถ้ารัฐบาลไม่สนใจโจทย์นี้เลย บอกไม่เกี่ยว ไม่สนใจว่าคนจะไปเลือกตั้ง หรือจะมีความวุ่นวายหรือไม่ แต่ก็กำหนดไปอย่างนี้ ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะไปคุยอะไรกัน
เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่พรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์จะมีโอกาสคุยกัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคไม่เคยปิดกั้นในการไปพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่น แต่การที่พรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่ จะคุยกันต้องเข้าใจด้วยว่า เรากำลังพยายามที่จะแก้ปัญหา ซึ่งมีฝ่ายอื่นๆ ในสังคมที่เขาจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องในการแก้ปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชน ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายกฎหมาย หรือฝ่ายอื่นๆ ไม่เอาเพียงแต่ความต้องการของ 2 พรรคการเมืองใหญ่ แล้วไปทึกทักให้คนส่วนใหญ่ของประเทศเดินตาม เพราะคนที่เขาสนับสนุน หรือสมาชิกพรรคการเมืองก็มีวิจารณญาณของเขา และกระแสวิกฤตศรัทธาที่เกิดขึ้น เป็นความผิดของทุกฝ่าย ทุกคนต้องมาช่วยกันแก้ไข
ทั้งนี้ไม่ได้ปฏิเสธการเลือกตั้ง และคิดว่าบ้านเมืองต้องกลับไปสู่การเลือกตั้ง แต่มันต้องเป็นการเลือกตั้ง ที่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนและมีความมั่นใจในกระบวนการการเลือกตั้ง ตนพร้อมที่จะคุยกับทุกคนว่าพรรคจะร่วมมืออย่างไร และมีแนวคิดว่าจะทำอย่างไรในการที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หาก กกต.จะเป็นตัวกลางการคุยระหว่าง 2 พรรคใหญ่ ก็คงทำในกรอบของการเอาพรรคการเมืองมาคุยกัน แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อาจจะอ้างว่าบังเอิญไม่ใช่หัวหน้าพรรค ก็เลยไม่คุย แต่ยังถืออำนาจในการตัดสินใจในฐานะรัฐบาลอยู่ การพูดคุยกันไปก็ไม่เกิดประโยชน์ แต่รัฐบาลพร้อมมาคุย กกต.อาจมีความรู้สึกว่าเกินอำนาจ เพราะมีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งกับการเป็นนายทะเบียนพรรคการเมืองเท่านั้น แต่ถ้ารัฐบาลเต็มใจ และจริงใจที่จะพูดคุย ก็สามารถทำได้
"ผมจะเริ่มนำเสนอแนวความคิดในการที่จะแก้ปัญหา โดยคุยกับฝ่ายต่างๆ เช่น ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายการเมือง และอยากจะคุยกับรัฐบาล ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมที่จะให้รัฐบาลเข้ามาสู่กระบวนการพูดคุย ก็นัดหมายได้อยู่แล้ว ส่วนรูปแบบจะเป็นอย่างไรยังไม่ควรพูดถึง แต่ต้องมีกรอบประเด็นที่จะต้องพูดคุยกันให้ชัดเสียก่อน"
เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ อ้างว่าเศรษฐกิจมีปัญหา เพราะไม่มีการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกคนเดือดร้อนเรื่องเศรษฐกิจจริง หากสามารถคลี่คลายปัญหาการเมืองได้เร็ว ก็จะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ แต่ปัญหาหลัก คือ ความต้องการที่จะเดินหน้าเลือกตั้ง และปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจล้วนเกิดขึ้น จากเรื่องการทุจริต คอร์รัปชั่น จากนโยบายที่ผิดพลาด
"หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ คิดว่าการเมืองติดหล่ม เพราะพวกผม และ กปปส.สร้างความเดือดร้อน และอยากที่จะให้มันหลุดพ้นจากสภาพนี้ไป คำถาม คือ แล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ คิดจะทำอะไร เพราะผมคิด และพยายามนำเสนอทางออก โดยประสานงานพบปะกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพูดรายละเอียดได้มากขึ้นในอีก 2 - 3 วันข้างหน้า แต่ต้องถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมจะทำหรือไม่ ที่บอกว่าพร้อมจะวางมือทางการเมือง ถ้าบ้านเมืองเดินได้ แล้วจะลองคุยกันไหม ว่าถ้าจะวางมือแล้วขณะเดียวกัน รักษาระบบ รักษาประชาธิปไตยอย่างที่คุณยิ่งลักษณ์บอกว่าเป็นความปรารถนาของตัวเองด้วย แล้วประเทศเดินได้ ถ้าพูดให้สัมภาษณ์เฉยๆ บอกว่าพร้อมจะอย่างนี้ แต่ว่าต้องไปเลือกตั้ง อันนี้ไม่ใช่ครับ ต้องถามว่าตกลงคุณยิ่งลักษณ์ พร้อมใช่ไหมที่จะวางมือ แล้วบ้านเมืองจะสงบไหม" นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า ต้องมาแลกเปลี่ยนกันว่า ประเด็นที่จะทำให้บ้านเมืองสงบนี้มีอะไรบ้าง อาจจะเกี่ยวกับการที่คุณยิ่งลักษณ์ วางมือหรือไม่วางมือก็ได้ เพราะไม่มีใครเรียกร้อง ขณะนี้คุณยิ่งลักษณ์ จะต้องวางมือเด็ดขาดทางการเมือง
แย้ม 24 เม.ย. เตรียมนำเสนอ 'ทางออกปท.'
เมื่อเวลา 17.30 น. นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงท่าทีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพรรคการเมือง ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วิภาวดี ที่ต้องการให้จัดการเลือกตั้งเร็วที่สุดในวันที่ 22 ก.ค. 57 ว่า เป็นหน้าที่ของกกต.ที่ต้องกำหนดวัน รับฟังความคิดเห็นพรรคการเมือง แต่ประชาธิปัตย์อยากให้การเลือกตั้งเป็นทางออกของประเทศ ซึ่งทุกฝ่ายต้องกลับเข้าไปมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาบ้านเมือง
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้ากำหนดแต่วันเลือกตั้ง แต่สภาพบ้านเมืองยังเหมือนเดิม เลือกตั้งไปก็ไร้ประโยชน์ ทั้งนี้ตนได้ปรึกษากกต.แล้ว จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา และกกต.บอกแล้วว่า ไม่ควรเข้าร่วมการประชุมเมื่อหากไม่มั่นใจความปลอดภัย ทั้งนี้ ตนยังไม่ได้หนังสือจากกต.เรื่องข้อสรุปการประชุม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อสรุปพรรคต่างๆเห็นว่าต้องเลือกตั้งวันที่ 22 ก.ค. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า บอกไปแล้วว่า หากบ้านเมืองมีการเลือกตั้งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แต่หากจัดแล้วเกิดความไม่เรียบร้อย ก็ไร้ประโยชน์ และวุ่นวาย หากต้องการให้การเลือกตั้งเป็นคำตอบของประเทศ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายเพราะเมื่อทุกฝ่ายเข้าร่วม ปัญหาต่างๆ จะแก้ไขได้ ซึ่งตนเชื่อว่าขณะนี้ทุกคนยังหวั่นใจถึงสถานการณ์บ้านเมืองในตอนนี้ และหากเดินเข้าไปสู่การเลือกตั้ง ผลที่ออกมาจะต่างจากอดีตหรือไม่อย่างไร ตนคิดว่าควรใช้โอกาสนี้ ช่วยกันทำให้บ้านเมืองเรียบร้อย
"การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนั้น ไม่ได้อยู่ที่พรรคการเมืองจะเลือกกันเอง แต่ต้องขึ้นอยู่กับประชาชนที่จะเลือกตั้งเพราะฉะนั้นคำตอบสุดท้ายจะอยู่ที่ประชาชน ถ้าสามารถสะท้อนเจตนารมณ์ เป็นไปตามหลักสากลก็คงไม่เกิดปัญหา แต่วันนี้เรามีบทเรียนวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา และมีบทเรียนการเลือกตั้งสว.มาแล้ว ที่มีเพียงคน 14-15 ล้านคน จาก 50 ล้านคน"
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทย พยายามที่จะบอกว่า มีหน้าที่ต้องไปเลือกตั้ง และลงเลือกตั้ง เพราะเป็นไปตามประชาธิปไตย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคการเมืองมีหน้าที่สนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตย และประชาธิปไตยไม่ได้มีแต่เลือกตั้ง แต่ทุกอย่างต้องสอดคล้องและต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย เราต้องเรียนรู้อดีต ต้องสร้างความยอมรับที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งวันนี้เรายังไม่ได้เปลี่ยนแปลง หรือทำอะไรที่แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้เลย ถึงเวลาที่เราจะต้องพูดคุยในเรื่องการปฏิรูปว่ากฎกติกา ที่จะต้องแก้ปัญหาให้ถูกเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งที่เป็นที่ยอมรับ ควรทำกันอย่างไร ทำไมเราจึงไม่ใช้โอกาสนี้พูดคุยกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเลือกตั้งบนปัจจัยเดิม จะยึดติดการเมืองที่ล้มเหลวได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าเราไม่เรียนรู้อดีต และเป็นอดีตที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่เดือน และพยายามทำซ้ำ ทำไมราถึงคิดว่าผลที่ออกมาจะแตกต่าง วันนี้ต้องช่วยกัน อย่างที่เคยย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมช่วยและพูดคุย ซึ่งตนไม่ได้พูดแค่ว่าจะมาทำ แต่ตนจะเดินหน้าในการทำเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (24 เม.ย.) จะชัดเจนว่าจะทำอย่างไรต่อไปได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า เกรงจะมีความรุนแรงมากขึ้นหรือไม่กรณี ที่ไม่ไปร่วมประชุมกับกกต.และพรรคการเมืองเมื่อวานนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ห่วงเพราะความรุนแรงยังเกิดรายวัน ซึ่งวันนี้ก็ยังเกิดเหตุอีก เพราะฉะนั้น จึงมีความกังวล ว่าในสภาพเช่นนี้การเลือกตั้งจะสะท้อน เจตนารมณ์ของระบอบประชาธิปไตยก็จะทำได้ยาก ซึ่งต้องมาแก้ปัญหาตรงนี้ก่อน อย่างไรก็ตาม พรรคไม่เคยขัดขวางการเลือกตั้ง และพรรคได้พูดทุกครั้งว่า ใครขัดขวางการเลือกตั้งที่เป็นการทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) ที่มีหน้าที่ดูแลงานด้านความมั่นคง ควรจะดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชนอย่างไร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องดูแลทุกฝ่ายเท่าเทียม และนี่คือปัญหา และตนไม่เคยฝากความหวังไว้กับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ปฏิบัติหน้าที่รมว.แรงงาน และผอ.ศอ.รส.อยู่แล้ว หากเขาใช้แนวคิดตามที่ออกมาแถลงการณ์ ก็ไม่สามารถดูแลบ้านเมืองได้ เพราะเป็นคำสั่งนอกกฎหมาย ส่วนที่คนเสื้อแดงที่ใช้ชื่อว่า "ลุงยิ้มตาสว่าง" โพสต์ว่าจะยิงตนเป็นเพียงเรื่องล้อเล่นว่า เป็นการแสดงให้เห็นว่าคำพูดของลุงยิ้มเชื่อถือไม่ได้



