
ตาสบตา รักนิรันดร์
24 เม.ย. 2557
เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : ตาสบตา รักนิรันดร์ : เรื่อง...ศุภกร อรรคนันท์ // เรียบเรียง...เสาวลักษ์ คงภัคพูน
"ฟ้าหลังฝน" ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ความสดชื่นมักมาหลังผ่านพายุร้าย ผู้คนนำมาเปรียบเปรยกับเหตุการณ์ชีวิต ผ่านร้ายมาเจอดี แต่สำหรับ “เพ็ชรัช (แคช) สว่างจิต” ปัจจุบันวัย 42 ปี ต้องฝ่าพายุร้ายในชีวิตมาตั้งแต่เด็ก จนเมื่อหันกลับไปมองแทบไม่เชื่อว่าจะสามารถผ่านความร้ายกาจของโชคชะตาที่เข้ามาทดสอบความแข็งแกร่งให้ตัวเธอมายืนถึงจุดนี้ได้
วันนี้ "แคช" มีความสุขกับชีวิตครอบครัวที่ร่วมลงเรือลำเดียวกันกับ "อีริก มอร์เทนเซน" ที่ตั้งชื่อเล่นภาษาไทยว่า “อ้วน” ชาวเดนมาร์ก อายุมากกว่าหนึ่งรอบ ที่นับวันรอเกษียณ จะได้มาใช้ชีวิตบั้นปลายในไทยอย่างถาวรกับภรรยาดังที่ตั้งใจไว้
การพบรักกันของทั้งคู่ เป็นดั่งของขวัญที่เบื้องบนประทานให้เป็นรางวัลหัวใจนักสู้ของแคช ที่ก่อนหน้านี้แทบผ่านชีวิตในแต่ละวันอย่างยากเย็น หัวใจบอบช้ำถึงขนาดต้องไปบวชชี เพื่อหาทางให้จิตสงบ ตั้งสติเพื่อออกมาสู้กับโชคชะตาอันโหดร้ายให้ได้
"แคช" สาวเมืองจันท์ เมืองแห่งสวนผลไม้และเพชรพลอย ท่ามกลางเศรษฐกิจที่มั่งคั่งก็ยังมีครอบครัวคนยากจนแทรกอยู่ในทุกอณูของพื้นที่ มีพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน 9 คน หลังแม่เลิกราก็มีสามีใหม่ มีลูกอีก 3 คน ครบโหลพอดี เมื่อเกิดเป็นลูกคนกลางภาระทั้งหมดก็ต้องช่วยแม่แบกรับไว้อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง แม้กระทั่งโอกาสทางการศึกษาก็ถูกปิดตาย ไม่ได้แม้แต่จะเรียนชั้น ป.1 เมื่ออายุถึงเกณฑ์
"ช่วยเลี้ยงน้อง" เป็นประกาศิตที่ลิขิตชีวิตเธอให้ถูกขังอยู่ในกรอบของการทำงานบ้าน เลี้ยงน้อง ดูแลทุกอย่างในบ้าน ทั้งที่ในใจอยากลิงโลดออกตามหาฝัน อยากทำงานมีเงินเดือน อยากมีเพื่อนมีสังคมนอกห้องสี่เหลี่ยมของบ้าน แต่เมื่อมองตาดำๆ ของน้อง เห็นหยาดเหงื่อของแม่ที่ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำ แคชก็ต้องพยายามบอกตัวเองว่ายังไม่ถึงเวลาของเรา
กระทั่งน้องๆ โตพอที่จะสามารถดูแลตัวเองได้ “แคช” จึงตัดสินใจบอกแม่ที่จะออกจากบ้านเพื่อไปรับจ้างทำงานทั่วไปเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวช่วยแม่ และเป็นการพิสูจน์ว่าสามารถดูแลตัวเองได้
งานก่อสร้างและรับจ้างทั่วไปเป็นอาชีพที่เธอเลือก หรือเรียกว่าไม่มีสิทธิ์เลือกมากไปกว่านี้ ทำตั้งแต่อายุ 16 ปี ถึงวัยเบญจเพส ก็แต่งงานกับคนที่ทำงานก่อสร้างด้วยกัน มีลูกสาว 2 คน ปัจจุบันคนโตอายุ 16 ปี คนเล็กอายุ 5 ขวบ ชีวิตครอบครัวไม่เคยราบรื่นหรือมีความสุข สามีติดการพนันและสุรา วันไหนเมาหรือมีตีไก่ก็จะหายไป ไม่ทำงาน รายได้ในการเลี้ยงดูลูกและค่าใช้จ่ายในบ้านจึงตกเป็นภาระของแคชเพียงคนเดียว อดทนอยู่ด้วยกันนาน 15 ปี ก็มาคิดว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ลูกๆ จะอยู่และเติบโตในสภาพใด มองไปทางไหนก็ไม่เห็นอนาคต แคชตัดสินใจเลิกกับพ่อของลูก พาลูกทั้งสองคนฝากให้ญาติดู
เมื่อปี 2553 หลังจากเลิกกับสามี แคชได้เดินทางไปปฏิบัติธรรมและบวชชีพราหมณ์ 7 วัน ตั้งสติตรึกตรองความคิดว่าจากนี้ไปจะใช้ชีวิตไปทิศทางใด เพื่อกลับออกไปต่อสู้ชีวิตในโลกแห่งความจริง จากนั้นได้เรียนรู้วิชาการนวดแผนโบราณ ใช้วิชาความรู้ทำได้เพียง 2 เดือน ก็ไปทำงานร้านอาหารที่พัทยา ที่นี่ แคช-อ้วน ได้พบกันตามโชคชะตาลิขิต
"อ้วน" เดินทางมาพักผ่อนในเมืองไทยก่อนหน้านี้แล้วหลายครั้ง ชอบประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามแบบไทยๆ รวมไปถึงความมีน้ำใจและความเป็นมิตรบวกกับรอยยิ้มสยามของคนไทยที่มีให้เขา ประกอบกับอากาศที่เมืองไทยค่อนข้างร้อนจัด จึงเหมาะในการหลบพักรักษาตัวจากอุบัติเหตุที่ทำให้เขากระดูกสันหลังเดาะ เดินไม่ได้กว่า 3 ปี ยกของหนักไม่ได้ พอเจออากาศหนาวอาการก็กำเริบจนแทบนั่งหรือยืนไม่ได้ แต่เมื่อมีโอกาสมาเที่ยวที่เมืองไทย เจอสภาพอากาศที่ร้อนจัด กลับเป็นผลดีสำหรับเขา อาการเจ็บปวดกระดูกสันหลังหายเป็นปลิดทิ้ง แตกต่างจากอากาศอันหนาวเหน็บที่บ้านเกิดของเขาอย่างสิ้นเชิง ทำให้เขาตัดสินใจจะมาใช้ชีวิตปั้นปลายที่เมืองไทยเมื่อเกษียณ และไม่ลืมมองหาใครสักคนที่มีรักจริงไว้เป็นเพื่อนคู่คิด คอยช่วยเหลือกันเมื่อยามแก่เฒ่า
วันนั้นอ้วนเห็นแคชขณะทำงานในร้านอาหารที่เขาเข้าไปนั่งรับประทาน ตาสบตา ทำให้เขาตะลึง ดวงตาสีดำกลมโต ใบหน้าสวยอ่อนหวานแบบคนไทย ตรึงเขาให้นั่งจ้องมองอยู่อย่างนั้น ตัดสินใจที่จะไม่ไปทัวร์กับคณะ เพื่อที่จะได้มีโอกาสพูดคุยทำความรู้จักกับแคช หากไม่มีอุปสรรคใดก็จะบอกรักทันที
“ผมชอบเมืองไทยมาก ผู้คนทุกคนมีอัธยาศัยดี เป็นกันเองดูและเทกแคร์เพื่อนชาวต่างชาติด้วยดีเสมอ อากาศก็ดี ดีไปทุกอย่างเลย นอกจากนี้อาการปวดกระดูกสันหลังผมหายเป็นปลิดทิ้งไปเลยเมื่อได้มาเจอกับอากาศร้อนๆ ที่เมืองไทย และที่สำคัญมาก ผมได้เจอกับคนที่ผมรัก และคิดว่าผมจะต้องกลับมาใช้ชีวิตปั้นปลายกับเขาที่นี่ที่เมืองไทย"
เมื่อแรกที่ชวนพูดคุย สอบถามสารทุกข์สุกดิบ หลายวันเข้าก็เริ่มสอบถามถึงเรื่องส่วนตัว แคชไม่ปิดบังบอกเขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ยังมีลูกสาว 2 คน ที่ต้องรับภาระเลี้ยงดูส่งเสียเล่าเรียนศึกษา แต่คำตอบที่ไม่มีคนข้างกาย ก็ทำให้หัวใจหนุ่มใหญ่ชาวเดนมาร์กพองโต มีโอกาสมีความหวัง เขาใช้เวลาแสดงให้ฝ่ายหญิงเห็นถึงความรักความจริงใจที่มีให้ ยอมรับภาระอันหนักอึ้งของหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งได้อย่างเต็มเปี่ยม วันเวลาพิสูจน์แล้วว่าอ้วนจะเป็นหัวหน้าครอบครัว นำพาชีวิตของแคชและลูกสาวไปได้ตลอดรอดฝั่ง จึงตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกันตั้งแต่ปลายปี 2553 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
ครอบครัวของแคชได้กลับมามีความสุข แม่ลูกและ “อ้วน” ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน มีกิจการร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่งย่านจอมเทียน วันนี้อ้วนยังต้องเดินทางไปทำงานที่บ้านเกิด เมื่อมีเวลาพักยาวจึงจะกลับมาที่เมืองไทย ต้องทำงานจนถึงวันเกษียณอายุในอีกไม่นาน เขาจะมาใช้ชีวิตปั้นปลายร่วมกับภรรยาและลูกๆ ที่เมืองไทยอย่างที่ตั้งใจไว้ตลอดไป
----------------------------
(เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : ตาสบตา รักนิรันดร์ : เรื่อง...ศุภกร อรรคนันท์ // เรียบเรียง...เสาวลักษ์ คงภัคพูน)



