
'ปชป.'อัด'ปู'ละเมิดกติกายื้ออำนาจ
23 เม.ย. 2557
'ปชป.' ชี้ 4 พฤติกรรม 'ปู' ละเมิดกติกา ทำศก.พัง เชื่อยื้ออำนาจ หนุนลต.ที่ทุกฝ่ายยอมรับ ปัด 'มาร์ค' ขี้ขลาด ข่าวชัดมีแผนลอบสังหาร
23 เม.ย. 57 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดกติกาว่า เป็นคำพูดที่ตรงกันข้ามกับพฤติกรรมของรัฐบาล เพราะที่ผ่านมามีการทำผิดกติกามาโดยตลอด คือ
1. ปล่อยให้มีการทุจริต เช่น โครงการจำนำข้าว
2. มีการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เช่น การโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี
3. กติกาของสังคมที่สำคัญ คือ ใครที่ทำความผิด ควรได้รับการลงโทษตามความผิด ที่มีการพิจารณาจากศาลแล้ว แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์พยายามช่วยเหลือพี่ชาย ให้รอดพ้นจากความผิดต่างๆ ด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ และคณะที่เกี่ยวข้องกับการโกง ทำผิดกฎหมาย รวมถึงอาจเกี่ยวข้องกับการล้างความผิด ให้กับคณะรัฐบาลในปัจจุบันด้วย
4. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เคารพกติกาและประชาธิปไตย แต่ใช้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือเข้าสู่อำนาจ จากนั้นใช้อำนาจโดยมิชอบ ไม่นำพาถึงกระบวนการประชาธิปไตยอื่น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบ การถ่วงดุล โดยหลีกเลี่ยงการตรวจสอบในสภาอย่างต่อเนื่อง
ส่วนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่า ไม่ยึดติดกับตำแหน่งนั้น นายองอาจ กล่าวว่า ไม่ได้แสดงออกเพราะรับผิดชอบแต่รู้อยู่แล้วว่า ไม่สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ จึงเป็นการประกาศเพื่อเกมทางการเมืองในการยื้ออำนาจไม่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง เพราะข้อเรียกร้องของประชาชน ที่ต้องการให้ประเทศเดินหน้า ไม่ใช่แค่เรื่องตัวบุคคลที่ต้องรับผิดชอบ ในฐานะนายกฯเท่านั้นแต่เป็นเรื่องของการปรับโครงสร้างประเทศ จึงไม่แน่ใจว่าการประกาศว่าไม่ยึดติดกับตำแหน่ง ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะสายเกินไปแล้วหรือไม่
ย้ำพร้อมหนุนเลือกตั้งที่ทุกฝ่ายยอมรับ
นายองอาจ แถลงถึงการประชุมตัวแทนพรรคการเมือง เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งว่า พรรคยืนยันว่าไม่ได้ปฏิเสธกระบวนการเลือกตั้งที่ถูกต้อง ชอบธรรม เพราะเป็นหนึ่งในกระบวนการ ของระบอบประชาธิปไตยซึ่งพรรคพร้อมมีส่วนร่วมแต่การเลือกตั้งที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม หาทางออกให้ประเทศไม่ได้นั้น เป็นสิ่งที่คนในสังคมต้องพิจารณาร่วมกันว่าจะเดินไปสู่หนทางนั้นหรือไม่
ทั้งนี้แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีแผนงานในการกำหนดวันเลือกตั้งโดยหลายพรรคการเมืองเสนอวันเลือกตั้งโดยเร็ว แต่อยากให้พิจารณาว่าการกำหนดวันเลือกตั้ง ไม่ใช่วิธีการที่จะทำให้บ้านเมืองเดินหน้าได้ เพราะประเด็นสำคัญอยู่ที่จะทำอย่างไร ทำให้การเลือกตั้งได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ซึ่งจะส่งผลไปถึงการยอมรับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ถ้าเริ่มกำหนดวันเลือกตั้งโดยที่ทุกฝ่ายในสังคมไม่ยอมรับ ผลจากการเลือกตั้งก็ไม่ได้รับการยอมรับ มีรัฐบาลที่ไม่ได้รับการยอมรับทำให้วิกฤตวนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่การเลือกตั้งที่ประชาชนไม่ยอมรับจะประสบความสำเร็จเพราะจะกลายเป็นการเลือกตั้งของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
"การที่นายโภคิน พลกุล ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย ระบุว่า บ้านเมืองจะเกิดกลียุค ถ้าเลือกตั้งช้านั้น ความจริงถ้าเลือกตั้งเร็วโดยที่ไม่มีการยอมรับก็อาจเกิดกลียุคได้เช่นเดียวกันเพราะอาจมีการคัดค้านการเลือกตั้ง โดยดูตัวอย่างจากเหตุการณ์ที่เกิดในการเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 ที่นำไปสู่การบาดเจ็บล้มตาย ดังนั้นหากยังเดินหน้าการเลือกตั้งต่อไปก็อาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก หากนายโภคิน ไม่อยากให้เกิดกลียุคไม่เกี่ยวกับเลือกตั้งช้าหรือเร็วแต่ต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ไม่เช่นนั่นการเลือกตั้งจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มวิกฤตบ้านเมืองโดยเฉพาะการเลือกตั้งเร็วโดยไม่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย จึงฝากให้รัฐบาล พรรคเพื่อไทย และกกต.พิจารณา"
ซัด 'นายกฯ' ยื้อเวลาคดีโกงข้าว
นางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังพยายามที่จะยื้อเวลาการให้ปากคำกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคดีทุจริตจำนำข้าว ด้วยการเพิ่มพยานว่า ไม่เป็นเหตุเป็นผล เพราะหลักฐานสำคัญ คือ ลายเซ็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทั้งหมด ในฐานะประธาน กรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่ลงลายเซ็นเพื่อระบายข้าว ขายข้าวถุง เป็นทั้งพยานและหลักฐานในภาคปฏิบัติที่ทำให้เกิดการทุจริต
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทบทวนพฤติกรรมตัวเองตั้งแต่ปี 2554-56 ว่าใครเป็นผู้หอบแฟ้มไปให้เซ็นที่ตึกไทยคู่ฟ้า ใช่ผู้บังคับบัญชาตัวจริงที่กระทรวงพาณิชย์ และเป็นคนที่สั่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ใช่หรือไม่ นอกจากนี้ขอให้ชี้แจงด้วยว่าจะหาเงินมาชำระหนี้ให้ชาวนาอย่างไร เพราะยังไม่สามารถระบายข้าวได้ตามเป้าหมาย หากจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นจะจ่ายเงินให้ชาวนาได้เมื่อไหร่
ย้อน 'ยิ่งลักษณ์' ตัวการทำเศรษฐกิจพัง เดือดร้อนทั้งชาติ
นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคนในรัฐบาล ออกมาระบุว่าการเมืองส่งผลให้เศรษฐกิจเสียหายว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจเกิดตั้งแต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้ามาบริหารประเทศด้วยการลดรายได้-เพิ่มรายจ่ายให้กับประชาชน โดยสินค้าแพงทั้งแผ่นดินราคาสินค้าจำเป็นพุ่งสูงขึ้นกว่าในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ อย่างมาก ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน แต่รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่ปัญหาการเมือง แต่เกิดจากนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมว.พาณิชย์ ไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ
"ขอถามว่านายณัฐวุฒิ เคยไปตลาดสดและทำหน้าที่แก้ปัญหาสินค้าราคาแพงหรือไม่ และขอแนะนำว่าหากจะไปตลาดให้ไปเดือนนี้ อย่าไปเดือนหน้าเพราะเป็นหน้าทุเรียนอาจเกิดปัญหาได้ ผมขอถามว่าที่อ้างว่าการเลือกตั้งจะแก้เศรษฐกิจได้ ขอให้บอกว่าจะแก้ปัญหาสินค้าราคาแพงอย่างไร ทำไมคนไทยต้องกินข้าวสารราคาแพงในขณะที่ข้าวเปลือกราคาถูก สินค้าเกษตรตกต่ำจะแก้ปัญหาอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องเลิกอ้างว่าการเมืองทำให้เศรษฐกิจพัง เพราะคนทำลายเศรษฐกิจคือรัฐบาล ซึ่งตัวอย่างที่เห็นง่ายๆ คือ การทำให้ไทยตกอันดับจากการเป็นแชมป์ผู้ส่งออกข้าว"
เผยการข่าว 3 ฝ่ายเห็นตรงกัน มีแผนลอบสังหาร 'อภิสิทธิ์'
น.ส.มัลลิกา แถลงถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจไม่เข้าร่วมประชุมพรรคการเมืองเกิดจากการประมวลสถานการณ์ และการข่าวใน 3 ด้าน คือ 1. จากวอร์รูม กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) 2. ข้อมูลจากคนของพรรคประชาธิปัตย์ และ 3. การข่าวจากฝ่ายความมั่นคง ตรงกันว่าจะมีการก่อเหตุ ทำให้มีความไม่มั่นใจเกี่ยวกับความปลอดภัย
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จึงต้องถามไปยังวอร์รูมของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ , สุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี , ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงานและ ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ว่า ใช่หรือไม่ว่ามีทีมจากจังหวัดภาคเหนือ คอยชี้เป้าอยู่ในที่ประชุม มีทีมจากคลองเตย และทีมที่เคยก่อเหตุที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง หากรัฐบาลมีความจริงใจ ขอให้ไปหาว่ามีใครไปพักที่รีสอร์ท ย่านรามอินทรา เป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยลงมือที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่รัฐบาลปล่อยให้ลอยนวลโดยที่ตำรวจไม่จับกุมใช่หรือไม่ เพราะเหตุรุนแรงที่เกิดกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล มีทั้งหมดกว่า 66 คดี แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ
"จริงหรือเปล่ามีความตั้งใจยิงแกนนำ กปปส. ในวันที่การ์ด คปท.ตาย โดยเป้าต้องการยิงแกนนำ กปปส.และแกนนำคปท.ใช่หรือไม่ ข้อมูลทั้งหมดที่มี เราจึงไม่สามารถให้เกิดเหตุการณ์ก่อนแล้วมาเสียใจในภายหลังได้ การท้าทาย และกล่าวหาว่านายอภิสิทธิ์ ขี้ขลาดนั้น ขอถามว่ามีความพยายามทำร้ายนายอภิสิทธิ์ มากี่ครั้งแล้ว แต่คนเหล่านั้น ไม่ถูกดำเนินคดีเพราะเป็นลิ่วล้อใช่หรือไม่ ทีมที่ทำร้ายนายอภิสิทธิ์ ที่กระทรวงมหาดไทย ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับหัวโจกในการฝึกการ์ดให้ใช้ความรุนแรงอยู่ในปัจจุบัน หากยังตอบคำถามไม่ได้ ก็ไม่สามารถมั่นใจในความปลอดภัยได้ ขอฝากไปยังทีมที่ก่อเหตุ ถ้ามีใครใช้จ้างวานฆาตกรรมใคร ดิฉันจะจ่ายสามเท่าครึ่งจากค่าจ้างที่ได้รับ หากสาวไปถึงผู้บงการได้ หรือถ้าทำให้คนที่เป็นเป้ารอดพ้นจากอันตราย จะจ่ายสองเท่าครึ่ง เพราะการข่าวรู้ดีว่ามีการจ่ายค่าจ้างกันในราคาใด เช่น ยิงเอ็ม 79 ที่ไม่ก่อให้เกิดการเสียชีวิตได้ครั้งละ 3.5 หมื่นบาท แต่ถ้ายิงหัวก็จะอีกราคาหนึ่ง"
น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า ทีม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องตอบคำถามด้วยว่า ทำไมส่งสัญญาณให้คนเสื้อแดงถอนตัวจากสถานที่ประชุมกลับบางเขน ก่อนที่นายอภิสิทธิ์ จะเดินทางไปที่ประชุมตัวแทนพรรคการเมือง เป็นเพราะกลัวว่าจะถูกลูกหลงใช่หรือไม่ หากไม่มีแผนที่จะลอบสังหารต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้
สวน 'พท.' คนขี้ขลาดไม่ใช่ 'มาร์ค' แต่เป็น 'แม้ว-ปู' หนีคุก-ไม่ยอมรับอำนาจศาลรธน.
นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงตอบโต้พรรคเพื่อไทยที่ ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ ขี้ขลาดที่ไม่ร่วมประชุมตัวแทนพรรคการเมืองว่า คนขี้ขลาดคือคนที่ไม่ยอมมารับโทษจากคำพิพากษาศาล และคนที่ไม่กล้ายอมรับโทษ ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำตัดสิน โดยมีการปฏิเสธยอมรับอำนาจศาล และยังเตรียมที่จะขอพระบรมราชวินิจฉัยด้วย
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ปฏิบัติหน้าที่รมว.แรงงานและผอ.ศอ.รส. รู้ได้อย่างไรว่าจะมีการวินิจฉัยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) พ้นตำแหน่ง แสดงว่ามีการแทรกแซงสอดแนมการทำงาน ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ และ ศอ.รส.ทำเกินหน้าที่หรือไม่ ทั้งนี้ทุกฝ่ายมีหน้าที่ต้องน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผูกพันทุกองค์กรตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ จึงขอถามว่าการจะขอพระบรมราชวินิจฉัยจะใช้รัฐธรรมนูญมาตราใด ดังนั้นรัฐบาลควรหยุดพฤติกรรมมิบังควร และขอให้นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ เก็บอาการที่อยากเป็นใหญ่หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ พ้นตำแหน่ง เพราะหากไม่ผิดระวังนายสุรพงษ์ จะไม่มีพรรคให้ยืน
ด้านนางสาวมัลลิกา กล่าวเรื่องเดียวกันว่า คนขี้ขลาดที่แท้จริงคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่หนีคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ดิ้นรนหนีคดีทุจริตและคดีในศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้ตัวเองถูกดำเนินคดี แตกต่างจากนายอภิสิทธิ์ ที่เดินหน้าสู้ความจริงทุกอย่างเพื่อให้จบที่กระบวนการยุติธรรม



