ข่าว

'เฉลิม'ปัดเตรียมขอนายกฯพระราชทาน

'เฉลิม'ปัดเตรียมขอนายกฯพระราชทาน

23 เม.ย. 2557

'เฉลิม' ยัน ไม่ได้เตรียมขอนายกฯพระราชทาน ระบุทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัย ไม่ต้องทำในนาม ศอ.รส. ชี้เป็นไปได้ยาก ระเบิดพลีชีพปองร้าย 'มาร์ค'

 
                         23 เม.ย. 57  เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวถึงกระแสข่าวนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมทำหนังสือขอพระราชทานนายกฯ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า ไม่เป็นความจริง ตนไม่เคยพูด คนเอามาบอกเป็นพวกเพ้อเจ้อ เพียงแต่เราคิดกันว่าครั้งหนึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยตัดสินนายสมัคร สุนทรเวช หลุดจากตำแหน่งนายกฯคนเดียว แต่ครม.ไม่หลุด หากคราวนี้ศาลรัฐธรรมนูญทำเกินกว่ากฎหมายกำหนด บอกว่าต้องออกไปทั้งหมดพวกตนจะพึ่งพระบารมี เพราะเป็นพสกนิกรเหมือนกัน หากทุกข์ร้อนสามารถพึ่งพระบารมีได้ โดยจะทำหนังสือกราบบังคมทูลฯ ไม่ให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท แต่ไม่ใช่ขอนายกฯพระราชทาน
 
                         ผู้สื่อข่าวถามว่า การหนังสือกราบบังคมทูลฯ จะทำในนาม ศอ.รส.หรือส่วนตัว ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนกำลังคิดอยู่ แต่จริงๆ ใช้อดีตส.ส.จำนวน 9 คนก็ได้ มีตนเป็นแกนนำ ไม่เห็นต้องทำในนาม ศอ.รส.เลย เพราะเป็นพสกนิกรได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องนี้ ตนมีความเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเกินกว่ากำหนด ฝืนมาตรา 181 จึงไม่มีที่พึ่งที่ไหน ถามว่าตนไม่มีสิทธิ์หรือ
 
                         ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. เอาเนื้อหาการประชุมภายใน ศอ.รส.ไปพูดบนเวทีปราศรัยนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า พูดไม่ตรง ไม่มี แต่เรื่องการตั้งทีมจับกุมนายสุเทพ นั้นเป็นเรื่องจริงล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะตำรวจมีหน้าที่ต้องจับกุม ไม่ต้องไปสั่งเขา เพราะมีหมายจับ
 
                         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม ศอ.รส.จะเริ่มขึ้น ร.ต.อ.เฉลิม ได้ชี้แจงต่อองค์ประชุม ศอ.รส.ถึงกรณีที่นายสุเทพ ใช้คำว่า “เดรัจฉาน” ด่าตนเองบนเวทีปราศรัยกปปส. พร้อมทั้งกล่าวหาตนเองจะนำการไฟฟ้าฝ่ายผลิตไปแปรรูปนั้น โดยยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริง ต้องชี้แจงเรื่องนี้เพราะเสียชื่อ ผอ.ศอ.รส. พร้อมกล่าวด้วยว่าตัวเองไม่เข้าข่ายเดรัจฉาน เพราะไม่เคยผิดศีลธรรม จริยธรรม หรือเป็นชู้กับเมียใคร
 
                         ส่วนที่มีการนำเสนอว่านายธาริต เป็นผู้เสนอความคิดเรื่องการทูลเกล้าฯขอพระบรมราชวินิจฉัยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายกฯและครม.พ้นสภาพจากการปฏิบัติหน้าที่รักษาการนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ได้ยืนยันไปแล้วนายธาริตไม่ได้เป็นผู้เสนอต่อที่ประชุมศอ.รส. เป็นเพียงแนวคิดที่พูดกันในศอ.รส.และหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกินกว่าอำนาจที่กฎหมายบัญญัติไว้ เราจะยอมให้คน 9 คน (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ) มามีอิทธิพลเหนือคนทั้งประเทศได้อย่างไร ดังนั้น ตนพร้อมอดีตส.ส.รวม 9 คน จะร่วมกันลงชื่อทูลเกล้าฯขอพระบรมราชวินิจฉัย โดยตนจะเป็นคนแรกที่ลงนามในฐานะประชาชน และจะไม่พึ่งศอ.รส.
 
 
 
 
ชี้เป็นไปได้ยาก ระเบิดพลีชีพปองร้าย 'มาร์ค'
 
 
                         ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เข้าร่วมหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยอ้างว่ามีคนลอบปองร้ายว่า พรรคประชาธิปัตย์เวอร์ ตนอยู่กองปราบมา 10 ปี ระเบิดพลีชีพจะใช้ต่อเมื่อต้องการฆ่าคนทีเดียวพร้อมกันจำนวนมาก อาทิ กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ฆ่านาวิกโยธิน ซึ่งหากจะมีการฆ่านายอภิสิทธิ์ เขาไม่ใช้ระเบิดพลีชีพหรอก เพราะคนทำระเบิดพลีชีพจะตายด้วย แต่เดินเข้าไปใช้ปืนยิงกบาลทีเดียวจบ แล้ววิ่งออกมา ตนยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริง ส่วนจะมีคนคิดร้ายกับนายอภิสิทธิ์หรือไม่ตนไม่ทราบ แต่ไม่ถึงกับใช้ระเบิดพลีชีพแน่  
 
                         ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การที่นายอภิสิทธิ์ไม่ได้เดินทางไปร่วมหารือกับกกต.จะไม่กระทบต่อการจัดการเลือกตั้ง กกต.ไม่ต้องสนใจ พรรคไหนไม่ไปก็ไม่ต้องประชุม หน้าที่จัดการเลือกตั้งเป็นของกกต. อย่าเอาพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นตัวตั้ง จนกระทั่งต้องล้มการเลือกตั้ง โดยตนคิดว่าหากมีการเปลี่ยนวิธีการรับสมัครให้สามารถทำทางระบบอินเทอร์เน็ตได้ ส่วนรัฐบาลขอร้องกองทัพ หากกองทัพให้ความร่วมมือจัดการเลือกตั้งในพื้นที่หน่วยทหาร และถ้ารัฐบาลใช้ตนจะแสดงให้ดู ทั้งนี้ ศอ.รส.กำลังตรวจสอบอยู่ว่า กกต.ประวิงเวลาหรือไม่ มีเหตุอันควรเชื่อหรือไม่ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หากชัดเจนตนจะออกแถลงการณ์ ซึ่งวันนี้กกต.ยังขะมักเขม้นอยู่ จึงยังไม่คิดจะดำเนินการ แต่ฝากบอกกกต.ว่าการจัดการเลือกตั้งเป็นอำนาจของท่าน กกต.มี 5 คน อย่าให้คนๆ เดียวมาชี้นำ 
 
 
 
 
'ศอ.รส.' จี้ 'กกต.' จัดเลือกตั้งโดยเร็ว แก้ขัดแย้งคนในชาติ
 
 
                         เมื่อเวลา 13.00 น. นายธันว์ พีรวุฒิ คณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงผลการประชุมศอ.รส.ว่า ศอ.รส.ได้รับรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ความวุ่นวายระหว่างกลุ่มมวลชนกปปส. กับกลุ่ม กวป.ที่ต้องการมายื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญ บริเวณศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ซึ่งศอ.รส.มีความกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์นี้ เนื่องจากแสดงให้เห็นถึงการเผชิญหน้ากันระหว่างมวลชนสองฝ่ายตามที่ศอ.รส. ได้ระบุไว้ในแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 ว่าจะเกิดความรุนแรงและเหตุร้ายขึ้น โดยเฉพาะการระดมจัดมวลชนให้มีการชุมนุมใหญ่ทั้งของ กปปส. และ นปช. และกลุ่มอื่นๆ ในลักษณะท้าทายและแข่งขันกัน ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ คือ การวินิจฉัยขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ 2 องค์กร คือ คณะกรรมการ ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ศอ.รส. จึงขอเรียกร้องให้แกนนำทุกกลุ่มยุติการชุมนุมและไม่ปลุกระดมเรียกคนเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ เพราะจะเป็นความเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดการกระทบกระทั่ง และก่อเหตุร้ายต่อกัน ซึ่งหากแกนนำยังคงฝ่าฝืนจนเกิดเหตุร้าย แกนนำทุกคนทุกกลุ่มจะต้องรับผิดชอบต่อการทำผิดกฎหมาย ทั้งทางอาญาและทางแพ่ง
 
                         นายธันว์ กล่าวว่า ศอ.รส.ได้รับรายงานเกี่ยวกับการประชุมระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับหัวหน้าพรรคการเมืองหรือผู้แทนพรรคการเมืองเพื่อหารือการกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ซึ่งจากการประชุมดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องวันเลือกตั้ง ศอ.รส.จึงขอเรียกร้องให้กกต.จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็วเพื่อจะได้มีรัฐบาลชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้กกต. ดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันการขัดขวางการเลือกตั้งซ้ำอีก ซึ่งศอ.รส. ยินดีให้การสนับสนุนแก่ กกต. เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากมีการร้องขอ อย่างไรก็ตาม หากมีการขัดขวางการเลือกตั้งเกิดขึ้นซ้ำอีก ผู้กระทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
 
                         นายธันว์ กล่าวอีกว่า บทวิเคราะห์การเมืองไทยโดยเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์ ระบุว่า วิกฤตทางการเมืองของไทยมาถึงขั้นอันตรายสูงสุดเมื่อกลุ่มต่อต้านนายกรัฐมนตรี ผลักดันให้เกิดรัฐประหาร โดยองค์กรตัดสินเสี่ยงที่จะนำประเทศไปสู่เผด็จการหรือสงครามกลางเมือง โดยศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการ ป.ป.ช. และ กกต. กำลังนำสถานการณ์เข้าสู่จุดสำคัญของการต่อสู้ระหว่างชนชั้นนำกับผู้ออกเสียงเลือกตั้งในชนบทที่ดำเนินมานาน 8 ปี โดยใช้คดีความ 2 กรณี ซึ่งมีกำหนดจะชี้ขาดในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งบทวิเคราะห์นี้สอดคล้องกับความเห็นของศอ.รส. ดังนั้นเพื่อมิให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้น ศอ.รส. โดยผู้อำนวยการ ศอ.รส. และประธานที่ปรึกษา ศอ.รส. จึงขอเรียกร้องให้ทุกองค์กรและทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างตรงไปตรงมาโดยเห็นแก่ความถูกต้องและชาติบ้านเมือง