ข่าว

อิริไชมาเซ

อิริไชมาเซ

23 เม.ย. 2557

อิริไชมาเซ : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล

            สิ่งที่ขึ้นชื่อลือชาอย่างหนึ่งของเมืองไทยในสายตาของชาวต่างประเทศ ก็คือ มีร้านอาหารให้เลือกรับประทานอย่างหลากหลาย และตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งแตกต่างจากหลายประเทศที่ร้านอาหารจะเปิด-ปิดเป็นเวลา และเป็นอาหารที่ตามใจคนขายไม่ใช่ตามใจคนซื้อ เวลาจะเข้าร้านอาหารก็ต้องตรวจสอบก่อนว่า ร้านเขาขายอาหารอะไร จะไปสั่งโน่นสั่งนี่ที่เราอยากกินไม่ได้ ดังนั้น เวลาที่ชาวต่างประเทศโดยเฉพาะชาวตะวันตกมาเที่ยวเมืองไทย บางคนจะมีความสุขมากกับการรับประทานอาหารนานาชนิด ที่มีขายทุกหนทุกแห่ง แม้ว่าคุณภาพและความสะอาดจะอยู่ในขั้นปานกลาง การบริการอาจไม่ดีนัก แต่ราคาสบายกระเป๋า

            ในทางกลับกัน เวลานี้คนไทยเองกลับไม่ค่อยรับประทานอาหารที่ขายทั่วไป หรืออาหารตามสั่ง แต่กลับหันไปนิยมอาหารญี่ปุ่น อาหารเกาหลี ถ้าไปตามห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าจะเห็นว่าในปัจจุบัน พื้นที่ส่วนหนึ่งของห้างได้กลายเป็นร้านอาหารไปเรียบร้อยแล้ว และส่วนใหญ่ของร้านอาหารเหล่านั้น จะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น ขณะที่ร้านอาหารไทยหรือร้านอาหารจีนแทบจะหาไม่พบ และฟู้ดคอร์ตที่เคยขายอาหารต่างๆ ในราคาที่เป็นมิตรกับผู้บริโภค กลับถูกลดพื้นที่ลงเรื่อยๆ เพื่อผลักไสให้ลูกค้าไปกินร้านอาหารญี่ปุ่น ซึ่งมีราคาแพงกว่าหลายเท่า และบางครั้งการรับประทานอาหารญี่ปุ่นมื้อเดียวก็สามารถจะรับประทานอาหารทั่วๆ ไป เช่น ข้าวขาหมู ข้าวหมูแดง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง เกี๊ยว บะหมี่ ฯลฯ ได้ถึง 10 มื้อ

            มีคำถามว่า ทำไมอาหารญี่ปุ่นถึงได้แพงระยับ คำตอบก็คือ ร้านอาหารญี่ปุ่นได้ทำให้อาหารของเขาเป็นสินค้าทางวัฒนธรรม นับตั้งแต่การแต่งร้าน อุปกรณ์ในการรับประทานอาหาร ตัวอาหาร การบริการ ซึ่งล้วนมีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นซึ่งสามารถทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มของอาหารแต่ละจาน โดยลูกค้ามัวแต่ชื่นชมหรือหลงใหลได้ปลื้มกับบรรยากาศ และการที่อาหารญี่ปุ่นมีราคาแพงก็กลับเป็นจุดขายสำหรับคนไทย ที่มีนิสัยไม่ชอบน้อยหน้าคนอื่น การได้ไปรับประทานอาหารในร้านญี่ปุ่นแพงๆ ถือเป็นความภาคภูมิใจ ที่เก็บไปคุยอวดกับเพื่อนได้ ทั้งๆ ที่ตามจริงแล้ว อาหารญี่ปุ่นก็ไม่ได้มีรสมีชาติเช่นอาหารไทยหรืออาหารจีน

            มีคำถามต่อไปว่า การที่ห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์การค้าลดพื้นที่ฟู้ดคอร์ตที่จำหน่ายอาหารในราคาชาวบ้านลง แล้วเอาพื้นที่ไปให้แก่ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีราคาแพงกว่าหลายเท่านั้น เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคหรือไม่? ผมคิดว่าเรื่องนี้อยู่ที่จิตสำนึกของเจ้าของห้างและศูนย์การค้า ว่าจะมีความเอื้อเฟื้อ หรือช่วยลูกค้าในภาวะที่แต่ละคนกำลังเผชิญกับสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ หรือมุ่งหวังแต่จะกอบโกยผลกำไร โดยไม่สนใจว่าใครจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าสมาคมคุ้มครองผู้บริโภคมีความเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ช่วยบอกมาด้วยครับ

            คนไทยนั้นรับประทานอาหารกันมากกว่าวันละ 3 มื้อ คือหิวขึ้นมาเมื่อไหร่ก็กินเมื่อนั้นโดยไม่มีเวล่ำเวลา ถ้าต้องถูกบีบให้เข้าร้านอาหารญี่ปุ่นบ่อยๆ ทั้งๆ ที่รายได้เท่าเดิม ก็เหมือนกับเป็นการซ้ำเติมคนที่ได้รับเดือดร้อนอยู่แล้ว ให้เดือดร้อนหนักขึ้นไปอีก

            ผมว่าห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าควรจะเพลาๆ เรื่องร้านอาหารญี่ปุ่นลงบ้าง แล้วขอพื้นที่คืนให้แก่ฟู้ดคอร์ดและอาหารอื่นที่มีราคาย่อมเยากว่า น่าจะเป็นการอยู่ร่วมกันที่ดีกว่า