ข่าว

ธปท.มั่นใจดึง"ราเกซ"กลับสู้คดีในไทย

ธปท.มั่นใจดึง"ราเกซ"กลับสู้คดีในไทย

24 มิ.ย. 2552

แบงก์ชาติมั่นใจนำ "ราเกซ สักเสนา" กลับมาดำเนินคดีในไทยได้แน่ รอศาลฎีกาของแคนาดาตัดสินในเดือนสิงหาคมนี้ เผยตามเงินยักยอกได้กว่า 1.5 พันล้านบาท และอยู่ระหว่างดำเนินคดีอีกเพียบ ป.ป.ช.แก้กฎหมาย 3 ฉบับเปิดช่องใช้อำนาจดึงเงินจากผู้ร้ายข้ามแดน

 นายวีระชาติ ศรีบุญมา ผู้อำนวยการ สำนักคดี ฝ่ายกฎหมายและคดี ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับนายราเกซ สักเสนา กรณียักยอกทรัพย์สิน ของธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ หรือ บีบีซี ว่าทางการไทยอยู่ระหว่างรอความคืบหน้าในการนำตัวนายราเกซมาดำเนินคดีในประเทศไทย โดยต้องรอศาลฎีกาของประเทศแคนาดาในเดือนสิงหาคมนี้ด้วยว่าจะตัดสินอย่างไร แต่มั่นใจว่า 80-90% จะสามารถนำตัวกลับมาดำเนินคดีในไทยได้แน่นอน

 ส่วนความเสียหายของการทุจริตนั้น มีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ขณะนี้ได้ติดตามนำเงินที่มีการยักยอกมาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้แล้ว 1,537 ล้านบาท อยู่ระหว่างบังคับคดีทางแพ่งอีก 500 ล้านบาท อยู่ระหว่างอายัดทรัพย์ในประเทศอังกฤษ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อยู่ระหว่างอายัดทรัพย์ในประเทศเกิร์นซีย์ (Bailiwick Of Guernsey) 6.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อายัดที่ดินบางแสน 105 ล้านบาท และรวมกับผู้ต้องหาอีก 1 ราย และได้ยึดทรัพย์เอ็นซีดี หรือบัตรเงินฝากมาเป็นทรัพย์ของแผ่นดินแล้ว 23 ล้านบาท

 ศ.ภักดี โพธิศิริ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ป.ป.ช.อยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมาย 3 ฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ 1.เรื่องความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ 2.การติดตามสินทรัพย์กลับคืน 3.การส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งมี 2 ฉบับเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และอีก 1 ฉบับกฤษฎีกาส่งให้วิปรัฐบาลเพื่อให้ส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหากกฎหมายทั้ง 3 ฉบับผ่านสภาผู้แทนราษฎร ประเทศไทยก็สามารถทำสัตยาบันเกี่ยวกับอนุสัญญาประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต หรือ ยูเอ็นซีเอซี ซึ่งสัญญานี้ช่วยให้ป.ป.ช.มีอำนาจดึงทรัพย์สินคืนจากผู้ร้ายข้ามแดนได้สะดวกขึ้น รวมทั้งสามารถติดตามทรัพย์สินของสถาบันการเงินเอกชนได้ด้วย

 นอกจากนี้ จะมีการจัดตั้งสำนักงานติดตามทรัพย์สินและเรียกคืนทรัพย์สิน เพื่อทำหน้าที่เข้าไปตรวจสถาบันการเงินเอกชน ที่มีการทุจริต รวมทั้งจะสามารถดึงคดีบีบีซีกับคดีการทุจริตของธนาคารกรุงไทยเข้ามาดูแลภายใต้สำนักงานใหม่นี้ได้ ซึ่งสำนักงานใหม่นี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของป.ป.ช. ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำรายละเอียดเพื่อเสนอครม.ให้มีการจัดตั้งในระยะสั้นนี้