
คุยเรื่องหนี้ครัวเรือนอีกรอบ
24 เม.ย. 2557
สวัสดีเศรษฐกิจ : คุยเรื่องหนี้ครัวเรือนอีกรอบ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
สถานการณ์ในปัจจุบัน ตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี ณ สิ้นปี 2556 ขยับขึ้นมาอยู่ในระดับ 82.3% มีมูลค่าสินเชื่อคงค้างที่ 9.79 ล้านล้านบาท เทียบกับช่วงไตรมาส 3 ปี 2556 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 80.1% หากเทียบกับสิ้นปี 2555 แล้วจะมีสัดส่วนเพียง 75% ของจีดีพี
การเติบโตของหนี้ครัวเรือนที่อัตราการเติบโตช้าลงมาอยู่ที่ 11.4% เป็นการเติบโตที่ชะลอลงค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับอดีต ปี 2555 ที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง 18% การเติบโตที่ช้าลงอาจทำให้ใครต่อใครสบายใจขึ้นมาบ้าง เพราะเหตุว่าหนี้ครัวเรือนที่มีสัดส่วนสูงขึ้นมาจากการเติบโตของจีดีพี ที่ชะลอตัวลงมากกว่าการเติบโตของสินเชื่อที่สถาบันการเงินให้แก่ครัวเรือน จึงทำให้สัดส่วนของหนี้ภาคครัวเรือนปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หรือตั้งแต่สิ้นปี 2551 ในขณะนั้นหนี้ภาคครัวเรือนต่อจีดีพี มีสัดส่วนเพียง 55.1% เท่านั้น เราจะเห็นได้ว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนกับจีดีพี ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นประเด็นที่ไม่ควรประมาท เพราะมันมีความเสี่ยงจากความเปราะบางทางเศรษฐกิจ หากดอกเบี้ยปรับขึ้นในอนาคต หนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นมาถึงตรงจุดนี้ เชื่อกันว่าในระยะสั้นจะยังไม่ใช่เป็นปัจจัยที่มากดดันเศรษฐกิจไทย แต่ในอนาคตหากว่าดอกเบี้ยเงินกู้เริ่มปรับเพิ่มขึ้น หรือทางการมีนโยบายที่เข้มมากขึ้นแล้วมันก็มีความเสี่ยงมากตามไปด้วย
มีการคาดการณ์กันว่าสิ้นปี 2557 หนี้ครัวเรือนแตะ 84% เรื่องนี้ผมอยากให้ท่านผู้อ่านลองฟังจากบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่มองว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี ล่าสุด ณ สิ้นปี 2556 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 82.3% แม้จะเป็นระดับที่ค่อนข้างสูง แต่โอกาสที่จะขยับขึ้นไปอีกอย่างต่อเนื่อง และหลายฝ่ายเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่หนี้ตรงนี้จะเพิ่มขึ้นจนแตะระดับ 84% ณ สิ้นปี 2557 เพราะแม้ว่าเศรษฐกิจชะลอแต่สินเชื่อครัวเรือน หรือสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคตรงนี้ ยังไงคนก็ยังต้องใช้
ด้านนักวิชาการฝั่งสถาบันการศึกษาออกมาระบุได้น่าคิดว่า หนี้ครัวเรือนของไทยที่สูงขึ้น แม้จะทำให้ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่คงยังไม่เพิ่มจนถึงระดับที่สร้างปัญหาให้แก่เศรษฐกิจไทย ตราบใดที่เงื่อนไขสำคัญที่สุดคือ ประชาชนคนที่เป็นหนี้ยังมีงานทำและยังมีขีดความสามารถในการชำระหนี้ได้ เพียงแต่การจะหวังให้การบริโภค กลับมาเป็นเครื่องจักรหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นคงเป็นไปได้ยากมาก
ผมได้รวบรวมภาพมาให้เห็นแล้วนะครับว่า ปัจจุบัน อดีต และอนาคตในเรื่องหนี้ครัวเรือนที่เป็นไปและเป็นมานั้น จะทำให้การบริโภคของครัวเรือนอันเป็นเครื่องยนต์หนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจยังทำงานไม่ได้ในเวลานี้ และหากว่าเศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตอย่างน้อยปีละ 4-5% หลายฝ่ายก็เชื่อว่าการบริโภคจะเริ่มกลับมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา เพราะการที่เศรษฐกิจเติบโตขึ้นมาก ย่อมหมายถึงประชาชนคนทำงาน พ่อค้าแม่ค้า คนมีหนี้น่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นมากตามไปด้วย ความมั่นใจในการบริโภคก็น่าจะกลับมาอีกครั้ง ไม่ใช่เตี้ยติดดินแบบในปัจจุบัน...ขอบคุณครับ
--------------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : คุยเรื่องหนี้ครัวเรือนอีกรอบ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



