
'ปชป.'เตือน'พท.'สร้างเลือกตั้งเลือด!
22 เม.ย. 2557
'ปชป.' เตือน 'พท.' ดึงดันเดินหน้าเลือกตั้งไม่ฟังปชช. สร้างลต.เลือด อัด 'รบ.' ใช้ 'ศอ.รส.' ใส่ร้ายองค์กรอิสระ-ศาล ท้า 'แม้ว' พิสูจน์วางมือการเมือง-กลับมารับโทษ
22 เม.ย. 57 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กกต.เป็นเจ้าภาพจัดประชุมหารือพรรคการเมือง เพื่อหาบทสรุปเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ว่า พรรคยืนยันที่จะให้ความร่วมมือ แต่น่าเสียใจที่พรรคเพื่อไทย ยังออกแถลงการณ์ย้ำท่าทีเดิม ไม่พร้อมเสียสละให้ประเทศไทย โดยยืนยันว่าจะต้องเลือกตั้งให้เร็วที่สุด ไม่รับฟังเสียงทัดทานจากประชาชน และภาคส่วนอื่นๆ จึงขอเรียกร้องเป็นครั้งสุดท้าย ขอให้พรรคเพื่อไทยคำนึงถึงสาเหตุที่ทำให้ประเทศเดินมาสู่วิกฤต ว่าไม่ได้เกิดจากพรรคไม่ลงเลือกตั้ง หรือกลุ่ม กปปส.ไปขัดขวางการเลือกตั้ง แต่เกิดจากพฤติกรรมคิดล้มล้างรัฐธรรมนูญ ออกกฎหมายนิรโทษกรรม ทุจริตคอร์รัปชั่น จนทำให้เกิดวิกฤตในชาติ
"การเลือกตั้งสำคัญและต้องเกิดเร็วที่สุด แต่ต้องบริสุทธิ์ ยุติธรรม และทุกฝ่ายยอมรับ การหารือจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญว่าจะพ้นปัญหา หรือจะติดอยู่ในวงจรอุบาทว์ จึงขอให้พรรคการเมืองมาร่วมกันทำให้สถานการณ์ประเทศสงบก่อน ค่อยกลับไปเลือกตั้ง หากเริ่มต้นเร็ว การเลือกตั้งก็เกิดขึ้นเร็ว แต่ถ้าไม่ยอมรับความจริง การเลือกตั้งจะยิ่งช้าออกไป ถ้าพรรคเพื่อไทยยังมีท่าทีเช่นนี้ นอกจากการเลือกตั้งเกิดไม่ได้แล้ว แนวโน้มเกิดความรุนแรง ฆ่ากันเองในหมู่คนไทยจะมีความเป็นไปได้มากขึ้น การเลือกตั้งจะกลายเป็นการเลือกตั้งเลือด เพราะมวลชนตรงข้ามมีการตั้งกองกำลังขึ้นมาพร้อมห้ำหั่นแล้ว แม้แต่หน้าสถานที่ประชุมก็มีการเผชิญหน้า แล้วจะเลือกตั้งได้อย่างไร อย่าเห็นแก่ตัวไปเลือกตั้งแล้วปล่อยให้คนไทยฆ่ากัน"
อัด 'รบ.' ใช้ 'ศอ.รส.' ใส่ร้ายองค์กรอิสระ-ศาล
นายชวนนท์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากข้าราชการที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ ศอ.รส.เป็นเครื่องมือทางการเมืองให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมว่า ศอ.รส.ได้กลายเป็นศูนย์สังหารความสงบ ใช้อำนาจรัฐปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่ชอบธรรม บิดเบือนกฎหมาย สนับสนุนการใช้ความรุนแรง ซึ่งประชาชนต้องทบทวนบทบาทเหล่านี้ว่าจะปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ต่อไปหรือไม่ จึงขอเรียกร้องไปยัง ผบ.เหล่าทัพ และปลัดกระทรวง ว่าจะยอมให้ ศอ.รส.อ้างอำนาจของข้าราชการไปเป็นเครื่องมือในการทำผิดหรือไม่ ทั้งนี้เห็นว่า ผบ.เหล่าทัพ และปลัดกระทรวง ต้องถอนตัวจาก ศอ.รส. ไม่เช่นนั้นจะยิ่งเกิดความขัดแย้งจนยากเยียวยา
นายชวนนท์ ยังกล่าวถึง บทสรุปจากการประชุม ศอ.รส. ว่า เนื้อหาทั้งหมดเป็นการสะท้อนถึงการใช้อำนาจรัฐเพื่อจัดการกับฝ่ายตรงข้ามสร้างประโยชน์ทางการเมืองให้กับรัฐบาลดังนี้
1. กำหนดให้มีการเลือกตั้งให้เร็วที่สุดภายในวันที่ 15 มิ.ย. 57 หากกกต.ไม่ดำเนินการจะมีการแจ้งจับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
2. ทำลายภาพลักษณ์องค์กรอิสระที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารของรัฐบาล เช่น ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ
3. ไม่ยอมรับคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญหากวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีและครม.พ้นสภาพ และอาจขอพระบรมราชวินิจฉัยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
4. มีการข่มขู่ว่าหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินไม่เป็นกลางจะมีการใช้ความรุนแรง
5. ให้ทำหนังสือไปยังปลัดกระทรวงไม่ให้ข้าราชการร่วมชุมนุมและให้เรียกผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขา กปปส.ไปพบมารายงานต่อ ศอ.รส.
6. กรณีการยิงบ้านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศอ.รส.ระบุว่า เป็นฝีมือของกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.เพื่อสร้างสถานการณ์
ท้า 'แม้ว' พิสูจน์วางมือการเมือง-กลับมารับโทษ
นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ระบุว่า จะวางมือทางการเมืองว่า หากคิดวางมือทางการเมืองจริงต้องดำเนินการ 5 อย่าง คือ 1. เลิกตั้งวอร์รูมที่ฮ่องกง 2. ให้มารับโทษ 3. ให้รัฐบาลยอมรับคำวินิจฉัยขององค์กรอิสระ 4. ให้ประกาศให้พรรคเพื่อไทยและสมุนยอมรับคำวินิจฉัยขององค์กรอิสระทุกองค์กร ทุกกรณี และ 5. ให้ล้มเลิกความคิดที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบปกติหรือรูปแบบจำแลงที่นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ออกมาเสนอให้ขอพระบรมราชวินิจฉัยกลับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นความพยายามสร้างกระบวนการนิรโทษกรรมในรูปแบบใหม่อันเป็นการกระทำที่มิบังควร
นางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงพฤติกรรมรัฐบาลรักษาการในขณะนี้ว่า มีความจงใจ 6 เรื่องคือ 1. จงใจใช้เสียงข้างมากทำผิดกฎหมาย 2. จงใจไม่เคารพองค์กรอิสระ ศาล ปล่อยข่าวทำลายความน่าเชื่อถือ 3. จงใจคัดค้านต่อต้านคำตัดสินว่ารัฐบาลทำผิดกฎหมาย โดยมีขบวนการสอดรับกัน 4. จงใจไม่ยอมรับองค์กรอิสระ ศาล 5. จงใจใช้คนเสื้อแดงคุกคาม 6. จงใจให้เกิดการเผชิญหน้าเพื่อให้เกิดความรุนแรง ซึ่งจากความจงใจทั้ง 6 ประการนี้มีเป้าหมายที่จะทำให้เกิดสงครามกลางเมืองเพื่อให้ตัวเองรอดแต่ประเทศชาติไม่รอด เป็นพฤติกรรมที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องรับผิดชอบ หากยังไม่หยุดพฤติกรรมเหล่านี้
นางสาวมัลลิกา กล่าวว่า รัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะหาทางออกให้กับประเทศโดยดูได้จากพฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดี ที่มีลักษณะหน้าไหว้หลังหลอก โดยเฉพาะกรณีที่บอกว่าจะวางมือทางการเมืองนั้นเป็นมุกเดิมๆ ที่พูดมาตั้งแต่ปี 51 แต่ไม่มีการดำเนินการจริง นอกจากนี้ยังมีการฝึกการ์ดโดยนายสุภรณ์ อัตถาวงษ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการข่มขู่องค์กรที่กำลังทำหน้าที่ และยังมีกิจกรรมของคนเสื้อแดงที่ออกแถลงการณ์ข่มขู่องค์กรอิสระและศาล รวมถึงกลุ่มฮาร์ดคอร์เสื้อแดงยังคุกคามคนเห็นต่างอย่างต่อเนื่องด้วย โดยทั้งหมดเป็นพฤติกรรมที่สอดรับกัน
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวให้กำลังใจนายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ที่ถูกคุกคามหลังออกมาตั้งกองทุนกำจัดขยะแผ่นดินดำเนินการกับคนที่จาบจ้วงสถาบัน รวมถึงให้กำลังใจ นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ถูกปาระเบิดใส่บ้านพัก พร้อมกับตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่าความรุนแรงเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการฝึกการ์ดของนายสุภรณ์ หรือไม่ และเกี่ยวพันกับอีกกว่า 30 คดีที่เกิดขึ้นในรอบห้าเดือนที่ผ่านมากับคนที่เห็นแตกต่างจากรัฐบาลหรือไม่ โดยเห็นว่าการที่คดีไม่คืบหน้าถือว่ารัฐบาลละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และฝากถามไปยังนางสาวยิ่งลักษณ์ และครอบครัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าจะรู้สึกอย่างไรหากบ้านพักของตัวเองและคนที่ตัวเองรักโดนเอ็ม 79 ทั้งนี้เชื่อว่าหากมีการจับกุมผู้ก่อเหตุได้ความสงบจะกลับมา ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ศอ.รส.ไม่ใช่การออกมาข่มขู่องค์กรอิสระ
"จากข้อมูลที่ได้มาเชื่อว่าผู้ก่อเหตุยิงเอ็ม 79 ใส่บ้านพักปลัดกระทรวงสาธารณสุขน่าจะเป็นคนเดียวกับที่ก่อเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่บ้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จึงขอให้ ศอ.รส.ตามตัวมาดำเนินคดีด้วย"
อัด 'พร้อมพงศ์' บุก ป.ป.ช.ทวงคดี 'มาร์ค-สุเทพ' สร้างข่าวกลบความผิดนาย
นายจุฤทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เร่งรัดให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขากปสส.รวม 7 คดี ว่า ขอให้นายพร้อมพงศ์ แยกให้ออกระหว่างจินตนาการกับความจริง เพราะการร้องเรียนเป็นเรื่องจินตนาการ คดีอาจไม่มีความผิด ไม่มีหลักฐานที่จะดำเนินการว่าบุคคลทั้งสองมีความผิดหรือการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.เพียงเพื่อใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้น ดังนั้นพรรคเพื่อไทยต้องเตือนนายพร้อมพงศ์ ให้หยุดสร้างภาพ เพราะหากมั่นใจว่านายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ผิดจริงขอให้ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยนำหลักฐานให้นายพร้อมพงศ์ ไปมอบให้ ป.ป.ช. เพราะสิ่งที่ทำมีแต่ประโยชน์ในการสร้างข่าวไม่ได้เป็นประโยชน์ในคดี หากนายพร้อมพงศ์ มีเวลาว่างมากควรใช้เวลาในการช่วยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีแก้ต่างในคดีทุจริตจำนำข้าวจะดีกว่า
นายจุฤทธิ์ ยังกล่าวเตือนนายพร้อมพงศ์ ที่จะเดินสายไปยังหน่วยงานราชการโดยอ้างว่าเพื่อขอหลักฐานเอาผิดกับนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ว่า อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายแทรกแซงการทำงานของข้าราชการ จึงเตือนข้าราชการด้วยว่าอย่าไปให้ความร่วมมือสร้างเอกสารเท็จหรือเป็นเครื่องมือให้กับพรรคการเมือง



