
'พุทธะอิสระ'เรียกร้องปฏิรูปก่อนลต.
22 เม.ย. 2557
'พุทธะอิสระ' เคลื่อนมวลชนเรียกร้อง 'กกต.-พรรคการเมือง' ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
22 เม.ย. 57 เมื่อเวลา 08.30 น. พระพุทธะอิสระฯนำมวลชน กปปส.จากเวทีแจ้งวัฒนะ เคลื่อนตัวออกจากเวทีชุมนุมด้วยขบวนรถบัส จำนวนกว่า 10 คัน เพื่อไปปฏิบัติภารกิจนอกพื้นที่ตามกำหนดการเดิม คือเป้าหมายแรก เพื่อไปพบปะกับพนักงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ต่อด้วยภารกิจตามล่าตัวบุคคลที่มีพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง อย่างไรก็ตาม ภายหลังขบวน กปปส.แจ้งวัฒนะ มุ่งหน้าออกจากเวที เคลื่อนตัวไปยังถนนแจ้งวัฒนะเพื่อขึ้นทางด่วน ปรากฏว่าขบวนได้ลงทางด่วนบริเวณงามวงศ์วาน ก่อนจะวนรถกลับเวทีแจ้งวัฒนะกะทันหัน โดยระบุว่า ได้รับรายงานว่าคนเสื้อแดงกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ที่จะเดินทางเข้ามาชุมนุมที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะนำมวลชนมาตลบหลังเวทีชุมนุมแจ้งวัฒนะ เพื่อสลายพื้นที่ชุมนุม
อย่างไรก็ตาม มีรถบัสและรถยนต์ส่วนตัวของผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่ง ได้จอดปิดกั้นทางเข้าออกโรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ที่จะมีการประชุมพรรคการเมืองในวันนี้ ทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งตรวจสอบข้อมูลเพื่อเปลี่ยนสถานที่จัดประชุม แต่เมื่อ กปปส.แจ้งวัฒนะ ได้รับแจ้งว่าไปผิดสถานที่ ก็รีบนำขบวนกลับที่ตั้งทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนำมวลชนกลับที่ตั้งเวทีแจ้งวัฒนะ ไม่พบว่ามีเหตุการณ์ผิดปกติ โดยพระพุทธะอิสระ ได้นำรถบัสจำนวนหนึ่งไปปักหลักด้านหลังศูนย์ราชการ อาคารบี เพื่อปิดเส้นทางเข้า-ออกด้านหลังศูนย์ราชการ ป้องกันไม่ได้คนเสื้อแดงเดินทางเข้าไปศาลรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันว่า กปปส.แจ้งวัฒนะ จะตรึงกำลังจนกว่าคนเสื้อแดงจะล่าถอยออกจากพื้นที่ ท่ามกลางการดูแลความเรียบร้อยของทั้งทหารและตำรวจที่ตั้งแถวอยู่ด้านหลังศูนย์ราชการ อาคารบี โดยแกนนำ กปปส.แจ้งวัฒนะ ประกาศให้เวลามวลชนเสื้อแดง ที่ระบุว่าเก็บตัวอยู่ในสโมสรราชพฤกษ์ เดินทางออกไปภายใน 5 นาที และมีการประกาศกดดันอย่างหนัก ว่าหากไม่ออกจากพื้นที่จะบุกเข้าไปขับไล่ จากนั้นทหารได้ส่งตัวแทนเข้าเจรจากับพระพุทธอิสระ โดยระบุว่า คนเสื้อแดงได้ขึ้นรถออกไปแล้ว โดยใช้ทางออกอีกด้าน เพื่อไม่ให้เผชิญหน้ากับ กปปส. ทำให้พระพุทธอิสระ นำมวลชนกลับมาปักหลักในที่ตั้งก่อนที่จะเคลื่อนขบวนออกไปปฏิบัติภารกิจอีกครั้งในช่วงบ่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่มีการเผชิญหน้าระหว่าง กปปส.แจ้งวัฒนะ และตำรวจกับทหารที่ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยด้านหลังศูนย์ราชการ มีการปล่อยข่าวว่ามีการวางระเบิดบริเวณลานจอดรถอาคารศูนย์ราชการ อาคารเอ ทำให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่นำรถมาจอดด้านหน้าประตูทางเข้ากระทรวงยุติธรรม ต้องรีบนำรถออกไปจอดในที่ปลอดภัยอย่างโกลาหล แต่สุดท้ายปรากฏว่าเป็นการปล่อยข่าวของการ์ด เพราะต้องการเคลียร์พื้นที่
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 10.30 น. ได้เกิดเหตุการณ์ยิงปืน 2 นัดใส่การ์ด กปปส.ที่บริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ 5 แต่ผู้ก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีเข้าซอยไปได้ ต่อมาการ์ดได้จับตัวผู้ต้องสงสัยได้ 3 ราย ที่ปากซอยแจ้งวัฒนะ 5 และ 12 ตรวจค้นพบหลักฐานว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบแฝงตัวเป็นวินมอร์เตอร์ไซค์รับจ้าง พร้อมพกอาวุธปืน เครื่องกระสุน ในตัวยังพบบัตรประจำตัวตำรวจทั้ง 3 ราย คือ จ.ส.ต.ณรงค์เดช จาระนุ่น ผบ.หมู่สน.คันนายาว ด.ต.สมหมาย แก้วดินไทร และ ร.ต.อ.ธวัชชัย จิตตรีธาติ รองสว.สส.สน.ประชาชื่น โดยทั้งหมดยืนยันว่าเป็นตำรวจสายสืบเข้ามาหาข่าว และไม่รู้จักกับผู้ที่ยิงปืนใส่การ์ด เพราะในร้านกาแฟที่เห็นว่าใกล้กับพื้นที่เกิดเหตุมีตำรวจนอกเครื่องแบบหลายสน.นั่งอยู่ในร้าน จากนั้นพระพุทธะอิสระ ได้ติดต่อไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อให้มารับตัวกลับออกไป พร้อมกำชับว่าอย่าพกอาวุธเข้ามาหาข่าวในที่ชุมนุมอีก
เคลื่อนมวลชนเรียกร้อง 'กกต.-พรรคการเมือง' ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
เมื่อเวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานขบวนมวลชน กปปส.แจ้งวัฒนะ นำโดยหลวงปู่พุทธะอิสระ ได้เคลื่อนขบวนออกจากที่ตั้งเวทีกปปส.แจ้งวัฒนะ ไปที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถนนวิภาวดี เพื่อนำป้ายไวนิลขนาดยาวเรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งไปมอบให้กับตัวแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จัดประชุมพรรคการเมือง เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งอยู่ที่โรงแรมดังกล่าว โดยนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. และนายอัศวิน อิงคะกุล เจ้าของโรงแรมมิลาเคิล เป็นตัวแทนมารับป้ายดังกล่าว ซึ่งระบุข้อความว่า “คนไทยจะไม่ไปเลือกตั้งจนกว่าจะมีการปฏิรูป” โดยหลวงปู่ฯ กำชับให้นำป้ายไปติดไว้ในห้องประชุมวันนี้ด้วย จากนั้นได้เคลื่อนมวลชนมาที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อทวงถามบทบาทหน้าที่ และท่าทีของผู้บริหารกสทช. เกี่ยวกับกรณีที่มีวิทยุชุมชนหลายสถานีออกอากาศเนื้อหาโจมตี จาบจ้วงสถาบัน เข้าข่ายกระทำผิดมาตรา 112 เช่น สถานีวิทยุชุมชนเรดการ์ดของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ และนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ โดยหลวงปู่ฯ นำเอกสารการถอดเทปรายการวิทยุชุมชนล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้า ซึ่งมีเนื้อหาจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงมาเป็นหลักฐานให้กับ กสทช.ด้วย นอกจากนี้ยังได้ตำหนิเกี่ยวการปล่อยให้วิทยุชุมนุมที่ไม่มีใบอนุญาตออกอากาศวิทยุชุมนุมได้ เช่น วิทยุเรดการ์ดของนายโกตี๋ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกกสทช.และตำรวจกองปราบปรามบุกตรวจสอบสถานีและสั่งปิดไม่ให้มีการออกอากาศ กระทั่งล่าสุดถูกออกหมายจับ แต่ยังพบวิทยุเรดการ์ดของนายโกตี๋ยังออกอากาศได้ตามปกติ
ด้านนายฐากูร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. อ้างว่ามีการตั้งศูนย์เฉพาะกิจตรวจสอบเนื้อหาการออกอากาศของสถานีวิทยุและโทรทัศน์อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการกระทำความผิดตามมาตรา 112 แต่ กสทช.ไม่มีอำนาจเข้าไปถอดปีกสัญญาณให้ยุติการออกอากาศ เรื่องดังกล่าวเป็นขั้นตอนที่ตำรวจต้องดำเนินการ นอกจากนี้กสทช.เป็นเพียงหน่วยงานพลเรือนขณะที่สถานีวิทยุของโกตี๋ไม่ธรรมดามีกองกำลังติดอาวุธ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ กสทช.จะเข้าไปจัดการ แต่ที่ผ่านมามีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ในการเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมาก็มีมวลชนเสื้อแดงไปรวมตัวที่สถานีด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังคำชี้แจงของกสทช.ทำให้ผู้ชุมนุมโห่ร้องแสดงความไม่พอใจ ที่กสทช.เพิกเฉยไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ดังนั้นหากเป็นเช่นนี้ประชาชนก็จะขอจัดการเอง



