
กองทุนฟื้นฟูฯเชียงใหม่เฮครม.อนุมัติงบซื้อหนี้เกษตรกรคืน
29 ม.ค. 2552
กองทุนฟื้นฟูฯเชียงใหม่ เฮครม.อนุมัติงบช่วยซื้อหนี้สินเกษตรกรคืนจากสถาบันการเงิน - นายทุน ชี้เป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน - ตรงจุด หลังกองทุนฟื้นฟูฯขาดงบอุดหนุนจากรัฐบาลมานาน วอนอย่ามองเป็นนโยบายประชานิยม - หวังผลการเมือง แนะรัฐบาลจัดโซนนิ่งพื้นที่เพาะปลูกแก
(29ม.ค.) นายชัยศิลป์ รินแก้ว ประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับการที่ ครม.อนุมัติเงินงบประมาณ 607 ล้านบาท ไปซื้อหนี้สินเกษตรกรจากสถาบันการเงินและนายทุน ซึ่งกำลังจะถูกขายทอดตลาด เป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ควรดำเนินการ เพราะหนี้สินดังกล่าวกำลังจะถูกขายทอดตลาดไปอยู่ในมือนายทุน หนี้ก้อนนี้กองทุนฟื้นฟูฯขอชะลอไว้ก่อนเพราะไม่มีงบประมาณมาซื้อคืน
แม้การอนุมัติเงินงบประมาณจะล่าช้าและขาดเงินทุนมาซื้อหนี้สินเกษตรกรอยู่ระยะหนึ่ง หลังจากกองทุนฟื้นฟูฯตั้งขึ้นเมื่อปี 2542 ในยุครัฐบาลที่มีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ได้รับงบประมาณเบื้องต้นมาจำนวน 1.8 พันล้านบาท แต่หลังจากนั้นกองทุนฟื้นฟูฯไม่เคยได้รับอนุมัติงบเพิ่มเติมเลย ซึ่งกองทุนฟื้นฟูฯตั้งเป้าจะขออนุมัติงบจากรัฐบาลปีละ 2 หมื่นล้านบาท คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 3 ปี จะซื้อหนี้สินเกษตรกรได้ทั้งหมด
ส่วนแนวทางแก้ปัญหาหลังซื้อหนี้สินคืนจากสถาบันการเงิน ในส่วนของกองทุนฟื้นฟูฯ มีนโยบายฟื้นฟูอาชีพโดยการจัดอบรมและจัดหาเงินทุนเพิ่มเติมให้เกษตรกร แต่การแก้ปัญหาภาคเกษตรให้ยั่งยืน โดยเฉพาะปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ รัฐบาลต้องไม่ใช่วิธีการแทรกแซงราคา หรือรับจำนำผลผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องแก้ปัญหาระยะยาวโดยการจัดโซนนิ่งการเพาะปลูกสินค้าเกษตร เพื่อควบคุมดีมานด์และซับพลายให้สอดคล้องกันจะทำให้กลไกตลาดสินค้าเกษตรเดินหน้าไปได้
นายชัยศิลป์ กล่าวว่า สำหรับเงินงบประมาณที่รัฐบาลจะอนุมัติเพิ่มเติมอีก 1.75 หมื่นล้านบาท เพื่อซื้อหนี้เกษตรกรที่เหลือทั้งหมด นับเป็นการช่วยเหลือที่ถูกต้องตรงจุดและได้ผลมากที่สุด ไม่อยากให้ฝ่ายต่างๆมองว่าเป็นโครงการประชานิยมหว่านเงินซื้อเสียงเพื่อหวังผลทางการเมือง เพราะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง หากระดับรากหญ้ามีความเข้มแข็งแล้วจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าไปได้
นายชัยศิลป์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากองทุนฟื้นฟูฯนำงบประมาณซื้อหนี้สินเกษตรกรใน จ.เชียงใหม่แล้ว 100 รายเป็นเงินกว่า 30 ล้านบาท จากจำนวนเกษตรกรที่เป็นสมาชิก 2 แสนราย และเมื่อต้นเดือน ม.ค. 2552 ช่วยเหลืออีก 7 ราย เป็นเงินประมาณ 1 ล้านบาท ส่วนงบที่ครม.อนุมัติล่าสุด 607 ล้านบาท คาดว่าจะมีเกษตรกรที่ได้รับการช่วยเหลือซื้อหนี้ 50 ราย
อย่างไรก็ตาม กองทุนฟื้นฟูฯพยายามประชาสัมพันธ์เชิญชวนเกษตรกรทั้งที่เป็นสมาชิกและไม่เป็นสมาชิก มาสมัครเป็นสมาชิกของกองทุนฟื้นฟูฯ รวมทั้งขึ้นทะเบียนหนี้สินเพื่อรับการช่วยเหลือตามเงื่อนไข เพราะที่ผ่านมายอมรับว่าเกษตรกรยังขาดความรู้ความเข้าใจจึงไม่มาขึ้นทะเบียนหนี้สินกับกองทุนฟื้นฟูฯ ทำให้ไม่ได้รับความช่วยเหลือ โดยกองทุนฟื้นฟูฯจะเปิดรับการขึ้นทะเบียนหนี้สิ้นจนถึงวันที่ 11 ก.พ. 2552 นี้



