ข่าว

"กรณ์"ค้านลดภาษีน้ำมันส่อแห้ว ไม่ปัดฝุ่นใส่มาตรการอุ้มประชาชน

"กรณ์"ค้านลดภาษีน้ำมันส่อแห้ว ไม่ปัดฝุ่นใส่มาตรการอุ้มประชาชน

25 มิ.ย. 2552

ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันส่อแห้ว "กรณ์" ค้านห่วงราคาต่ำทำให้คนไม่ประหยัดพลังงาน ยันไม่นำลดภาษีน้ำมันกลับมาปัดฝุ่นใส่ในมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังทบทวน กองทุนน้ำมันรีดเงินเพิ่ม 40-70 สตางค์ต่อลิตร ยันไม่กระทบราคา แค่ดึงค่าการตลาดผู้ค้า

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การคว่ำ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน จะไม่มีผลใดๆ ต่ออัตราการจัดเก็บภาษีในปัจจุบัน และการประกาศขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา ก็ไม่ได้เพิ่มภาระให้ประชาชน เพราะรัฐบาลได้ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนราคาในอัตราเดียวกับการขึ้นภาษี ส่วนราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นเกิดจากกลไกตลาดโลก ซึ่งรัฐบาลจะให้กองทุนน้ำมันรับภาระไปอีกระยะหนึ่ง

 “ขอยืนยันว่าตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศจะไม่สนับสนุนให้ประชาชนใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง ตอนที่ 6 มาตรการ 6 เดือนครบกำหนด เราก็ได้ตัดมาตรการช่วยเหลือด้านภาษีน้ำมันออกไป เพื่อให้ประชาชนประหยัด และเมื่อมาตรการดังกล่าวครบกำหนดในเดือนกรกฎาคมนี้ ก็ยืนยันว่าจะไม่มีการทบทวนนำมาตรการลดภาษีน้ำมันกลับมาอีกแน่นอน โดยมาตรการทั้งหมดจะสรุปในเร็วๆ นี้เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติต่อไป” นายกรณ์กล่าว

 ขณะที่นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ยังไม่ทราบถึงนโยบายของกระทรวงการคลัง ที่มีข่าวว่าจะปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง แต่หากกระทรวงการคลังลดภาษีคงต้องประสานงานกับปั๊มน้ำมันต่างๆ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค ต้องมีการเช็กสต็อกน้ำมัน เหมือนกับการขึ้น-ลดภาษีทุกครั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้ คาดกันว่าช่วงปลายปีราคาน้ำมันตลาดโลกมีโอกาสสูงขึ้น เพราะเป็นช่วงฤดูหนาว ความต้องการน้ำมัน เพื่อทำความอบอุ่นจะเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาน้ำมันจะขยับขึ้นไปอยู่ประมาณ 70-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายนนี้ กระทรวงพลังงานจะเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่มในอัตรา 40-70 สตางค์ต่อลิตร ซึ่งไม่กระทบต่อประชาชน เพราะไม่ได้ทำราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น แต่เป็นการดึงกำไรจากค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมันเข้าสู่กองทุนน้ำมัน หลังจากจัดเก็บแล้วทำให้กองทุนไม่มีสถานะติดลบ โดยมีรายได้กับรายจ่ายที่ชดเชยอัตราภาษีเท่ากัน คือ เท่ากับ 3,600 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการขยับเพิ่มเงินกองทุน ในช่วงราคาน้ำมันลดลง

 ส่วนการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันเพิ่มได้จัดเก็บเบนซิน 70 สตางค์ แก๊สโซฮอล์และกลุ่มดีเซล 40 สตางค์ต่อลิตร รวมที่เก็บเพิ่มส่วนแก๊สโซฮอล์และบี 2 อัตรา 80 สตางค์ เบนซิน และ บี 5 อัตรา 1.10 บาทต่อลิตร ยังเหลืออัตราที่จะเก็บเพิ่มเท่าอัตราเดิม ส่วนของเบนซิน และ  บี 5 อัตรา 90 สตางค์ แก๊สโซฮอล์-บี 2 อัตรา 1.20 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม ราคาเบนซิน ปรับขึ้นไปแล้ว 2.20 บาทต่อลิตร ดีเซล ปรับขึ้น 3.40 บาทต่อลิตร