ข่าว

'มาร์ค'ชี้'ชินวัตร'เว้นวรรคไม่ใช่ทางออก

'มาร์ค'ชี้'ชินวัตร'เว้นวรรคไม่ใช่ทางออก

21 เม.ย. 2557

'มาร์ค'ชี้'ชินวัตร'เว้นวรรคไม่ใช่ทางออก ต้องกลับมาอยู่ภายใต้กฎหมาย โฆษกศาลรธน. คาด 23 เม.ย.นี้ รู้ชัดตุลาการมีมติให้ 'ยิ่งลักษณ์'เลื่อนชี้แจงปมย้าย'ถวิล'หรือไม่

              21เม.ย.2557 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกระแสข่าวระบุพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และตระกูลชินวัตรจะเลิกเล่นการเมืองว่า เป็นแนวคำพูดที่ตนก็รับรู้ แล้วก็สัมผัสมาโดยตลอด และได้พยายามบอกว่าความจริงอาจจะมองปัญหาผิด   พ.ต.ท.ทักษิณพูดทำนองว่า พร้อมที่จะถอยตระกูลตัวเองออกจากการเมือง แต่ขอให้คืนความยุติธรรม

              "คำว่าขอให้คืนความยุติธรรมนี้พอซักถามลงไปในรายละเอียดทีไรก็กลับมาเรื่องเดิมคือเรื่องนิรโทษกรรม ซึ่งก็คือตัวปมปัญหา  สิ่งที่จะทำให้บ้านเมืองสงบได้นั้นก็คือกฎหมายเป็นกฎหมาย  หมายความว่าเมื่อพ.ต.ท.ทักษิณถูกตัดสินโดยศาลไปแล้วให้ยอมรับคำพิพากษาเสีย ส่วนจะเข้ามารับโทษอย่างไรและขอพระราชอภัยโทษซึ่งเป็นสิทธิที่ทำได้"  นายอภิสิทธิ์กล่าวและว่า

              การที่ตระกูลชินวัตรจะอยู่ในการเมืองนั้น ถ้าตระกูลชินวัตรพร้อมที่จะอยู่ภายใต้กฎหมาย มีสิทธิ์ มีหน้าที่เท่ากับคนอื่น เราก็ไม่มีสิทธิ์ไปห้าม เราไม่มีสิทธิ์ที่จะไปบอก บอกว่าคุณมาอยู่ในการเมืองไม่ได้ ตนบอกว่าจะอยู่ไม่อยู่เป็นสิทธิ์ของตระกูลชินวัตร แต่ถ้าอยู่คุณต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และอยู่ภายใต้กฎหมาย ต้องยอมรับการตรวจสอบ ต้องดำเนินงานทางการเมืองให้มันเกิดความเป็นธรรมขึ้น นี่คือสิ่งที่คนเขาเรียกร้อง  เพราะฉะนั้นการที่จะมีสิทธิ์สมัครลงรับเลือกตั้ง การจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง การจะได้รับฉันทานุมัติ ได้รับสิทธิ์ในการบริหารประเทศ ทำได้ทั้งสิ้น คนไทยไม่มีสิทธิ์ที่จะไปห้าม คนหนึ่งคนใด หรือตระกูลใด เพียงแต่ว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และภายใต้กติกาเหมือนกัน

 

 "ภูมิธรรม"ชี้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา


              นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวปฏิวัติว่า เชื่อว่าผู้นำกองทัพอยากให้ฝ่ายการเมืองแก้ไขปัญหาทางการเมืองกันเอง กระแสข่าวดังกล่าวเป็นเพียงความพยายามของฝ่ายตรงข้ามที่ไม่หวังดี พยายามเสี้ยมให้ทหารออกมาปฏิวัติ ยืนยันว่าการเลือกตั้งเป็นทางออกของประเทศ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกกต.จะต้องเร่งจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประชาชนรับรู้มาตลอดว่าใครที่นำพาประเทศเดินหน้า ใครที่ฉุดรั้งประเทศไว้ ดังนั้นทุกฝ่ายควรลดเงื่อนไขของตัวเองลงเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสีย และทำให้บ้านเมืองกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

              อย่างไรก็ตามสำหรับกระแสข่าวการเว้นวรรคทางการเมืองของตระกูลชินวัตรเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองนั้น ส่วนตัวแล้วมองว่าเป็นสิทธิของแต่ละบุคคลที่จะตัดสินใจเข้าสู่การเลือกตั้งหรือจะเว้นวรรค และเชื่อว่านายกฯ จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก แต่ไม่ได้หมายความว่าการเว้นวรรคเป็นทางเลือกที่จะช่วยแก้ปัญหาที่เป็นอยู่ เพราะไม่มีระบบใดที่จะจัดการใครเพียงคนใดคนหนึ่งได้ ท้ายที่สุดในระบอบประชาธิปไตยนั้น ประชาชนเท่านั้นจะเป็นผู้ตัดสินว่าใครจะได้อยู่ต่อผ่านการหย่อนบัตรเลือกตั้ง


23เม.ย.นี้รู้"ปู"เลื่อนชี้แจงปมย้าย"ถวิล"ได้หรือไม่

              นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ รองเลขาธิการและหัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 เม.ย.นี้ ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณากรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ขอขยายเวลายื่นคำชี้แจงการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ของนายถวิล เปลี่ยนศรี โดยในวันดังกล่าวตุลาการจะเข้าประชุมครบทั้ง 9 คน เพราะขณะนี้ยังไม่มีตุลาการขอลาการประชุมแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม หากดูตามระเบียบวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญผู้ร้องสามารถขอขยายระยะเวลาส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ ซึ่งกรณีนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ขอขยายเวลาชี้แจง 15 วัน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับดุลยพินิจของตุลาการว่าจะให้เลื่อนการยื่นคำชี้แจงหรือไม่ และหากอนุญาตให้เลื่อนการชี้แจงจะเลื่อนกี่วัน คาดว่าในวันดังกล่าวจะมีผลสรุปว่าจะให้เลื่อนการชี้แจงหรือไม่

 

ศิษย์เก่ามธ.-จุฬาฯ-มหิดล-มศว. ให้กำลังใจตุลาการศาลรธน.

 
             เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางพัชรี เลิศปกรณ์ชัย ผู้ประสานงานกลุ่มธรรมศาสตร์อภิวัตน์ประเทศไทย กลุ่มจุฬาประชาคมและกลุ่มจุฬารักประเทศไทย กลุ่มพี่น้องมหิดล กลุ่มมศวรักประเทศไทย และกลุ่มวิศวะร่วมปฏิรูปประเทศไทย พร้อมกับศิษย์เก่าสถาบันดังกล่าวจำนวนหนึ่ง ได้มายื่นหนังสือพร้อมกับมอบดอกไม้เพื่อเป็นกำลังใจในการทำหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องเกี่ยวกับสถานภาพความเป็นรัฐมนตรีของน.ส.ยิ่งลักษณ์สิ้นสุดลงหรือไม่เนื่องจากแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิลไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ปรากฏว่ารัฐบาล หรือศอ.รส.ได้มีการเคลื่อนไหวเชิงกดดันและข่มขู่คุกคามการทำหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคับแค้นทางจิตใจและการไม่ยอมรับกระบวนการตรวจสอบตามระบอบประชาธิปไตยของรัฐบาล ดังนั้นจึงขอให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมืองโดยไม่ต้องกลัวต่อแรงกดดันหรือการคุกคามใดๆ


 

"สมชัย"เผยวางกรอบเจรจา70พรรคการเมืองแล้ว


              นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงรูปแบบการขอความเห็นพรรคการเมืองในการประชุมกับตัวแทนพรรคการเมือง 70 พรรค ในวันที่ 22 เม.ย.นี้ ว่า ต้องคุยกันก่อนว่าจะแบ่งเวลากันอย่างไร เช่นถ้าทุกพรรคจะขอพูดหมด ก็ต้องให้พูดได้เพียงพรรคละ 1 นาทีครึ่ง เพราะจำนวนพรรคมีมาก และหากจะอภิปรายเชิงเหตุและผล ทาง กกต. จะจัดแบ่งช่วงเวลาให้ฝ่ายที่เห็นควรเลือกตั้งโดยเร็วพูดครึ่งชั่วโมง และฝ่ายที่เห็นควรให้ชะลอออกไปก่อนพูดอีกครึ่งชั่วโมง จากนั้นค่อยถามความเห็นจากทุกพรรคการเมือง โดยทั้งหมดนี้จะมีการจดบันทึกเหตุผลทั้งหมดไว้ ซึ่งยังไม่ถือเป็นมติ ทาง กกต. ก็จะนำไปประกอบการประชุมกันเองและไปหารือกับรัฐบาลต่อไป ทั้งนี้ คำถามหลักจะมีเพียงคำถามเดียว คือพรรคการเมืองเห็นว่าวันเลือกตั้งวันไหนที่เป็นวันที่เหมาะสม สามารถจัดเลือกตั้งแล้วประสบความสำเร็จ คือเลือกตั้งได้สงบเรียบร้อย ได้ ส.ส. ครบสามารถเปิดการประชุมรัฐสภาได้ ตั้งรัฐบาลได้ แต่หากการประชุมล่มก็ต้องนัดประชุมใหม่ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหารือได้

              นายสมชัย กล่าวต่อว่า ส่วน กกต. ก็ได้ให้ตัวเลขที่เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ในการกำหนดวันเลือกตั้งไปแล้ว คือหลังจากวันหารือคือวันที่ 22 เม.ย. ไป 90 วัน เนื่องจาก กกต. ต้องใช้เวลาประชุมกันและพูดคุยหาข้อยุติกับรัฐบาลภายใน 10 วัน เผื่อเวลาสำหรับกระบวนการทูลเกล้าขอพระราชทานโปรดเกล้าออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ประมาณ 20 วันตามพระราชอำนาจ หลังจาก พ.ร.ฎ. เลือกตั้งฯ ออกมา กกต.ก็ขอเวลาบริหารจัดการตามกฎหมายอีก 60 วัน ส่วนการประเมินสถานการณ์ว่าเมื่อไหร่ควรจะเริ่มต้นนับ 90 วันที่ทำให้เลือกตั้งสงบเรียบร้อยได้ ก็อยู่ที่ข้อเสนอของพรรคการเมืองเองที่จะประเมิน กกต. จะยังไม่ประเมินจุดนี้

              “ถ้าจะเอาเร็วคือวันที่ 15 มิ.ย.ตามที่พรรคการเมืองมีการเสนอมา ซึ่งกว่าที่กกต.จะตกลงกับรัฐบาล กว่าที่จะทูลเกล้า ฯ และโปรดเกล้าฯ ก็จะเหลือเวลาไม่ถึง 45 วันตามกฎหมายด้วยซ้ำ”นายสมชัย กล่าวและว่า การเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งใหม่นี้เชื่อว่าจะไม่มีการโมฆะด้วยสาเหตุเดิมแน่นอน เพราะ กกต. ได้เตรียมกลไกมาตรการต่าง ๆ รับมือไว้แล้ว แต่สถานการณ์อย่างกรณีที่คนเสื้อแดงมาปิดล้อมขับไล่ กกต. ในการจัดอบรมหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูงรุ่นที่ 5 ที่ไปดูงาน จ.เชียงใหม่ ลำพูนและลำปางนั้น หากเข้าสู่การเลือกตั้งแล้วมีการข่มขู่คุกคามขัดขวางการเข้าไปทำหน้าที่ของ กกต. เพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้งในที่ใดที่หนึ่ง หรือขัดขวางไม่ให้พรรคการเมืองไปหาเสียงในพื้นที่ใด ก็อาจเป็นเหตุให้นำไปสู่การฟ้องร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ นายสมชัย กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นขณะนี้ทราบว่ามีสถานีโทรทัศน์สามช่องที่จะดำเนินการถ่ายทอดสดการประชุม 70 พรรคการเมืองในวันที่ 22 เม.ย.นี้แล้ว คือช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ช่อง 11 หรือ NBT กับ ช่อง TPBS ซึ่งเมื่อมีการถ่ายทอดสดก็เชื่อว่ามีคนที่อยากจะพูดจำนวนมากขึ้น ก็ต้องตกลงกันว่าจะจัดสรรเวลาอย่างไร แต่หากมาโต้เถียงกันเรื่องอื่นที่ไม่ใช่การกำหนดวันเลือกตั้ง ก็ขอให้ไปโต้เถียงกันนอกห้องประชุม

              ผู้สื่อข่าวถามว่าถึงความคืบหน้าการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ว. เพิ่มเติมในวันที่ 22 เม.ย.นี้ นายสมชัย กล่าวว่า กกต. จะได้พิจารณารับรองในรายที่มีประเด็นเบาบางและชัดเจนว่าไม่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย แต่ทั้งนี้ยังไม่มีทางที่จะสามารถประกาศได้ครบ 95 % เพื่อเปลี่ยนผลัด ส.ว.เลือกตั้งชุดใหม่แน่นอน คงต้องยกยอดไปต่อในวันที่ 28 เม.ย.นี้

 

กกต.ประสานตร.ดูแลความเรียบร้อย


             นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต.กล่าวว่า สำหรับมาตรการการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุการณ์ความวุ่นวายในการหารือร่วมกันระหว่างกกต.กับพรรคการเมืองในวันที่ 22 เม.ย. นั้น ขณะนี้ทาง กกต.ได้มีการประสานขอความร่วมมือไปยังสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้องและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เข้ามาช่วยดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยต่างๆ ทั้งนี้เชื่อว่าการหารือจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวาย เนื่องจากทุกพรรคการเมืองก็ต้องการให้การหารือครั้งนี้ประสบความสำเร็จเพื่อจะได้กำหนดวันเลือกตั้งส.ส.ได้โดยเร็ว

             อย่างไรก็ตาม การประชุม กกต. ในช่วงเช้าวันที่ 22 เม.ย.  กกต.จะมีการหารือเกี่ยวกับกรณีที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส. ) มีคำสั่งให้สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ 11  และสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี หรือ ช่อง 9 ถ่ายทอดสดการหารือร่วมกันระหว่าง กกต. และพรรคการเมือง เนื่องจากการจะอนุญาตให้มีการถ่ายทอดได้หรือไม่ จะต้องมีมติจากที่ประชุมกกต.ก่อน