ข่าว

สภาฯคึกจัดสืบสานประเพณีไทยน้อมรำลึกร.7

สภาฯคึกจัดสืบสานประเพณีไทยน้อมรำลึกร.7

21 เม.ย. 2557

สภาฯคึกจัดงานสืบสานประเพณีไทยฯเฉลิมฉลอง120 ปี กษัตริย์นักประชาธิปไตย น้อมรำลึกร.7 สรงน้ำพระสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สสส.ร่วมแจมจัดชุดความรู้เตือนภัยโรคหน้าร้อน

              วันที่ 21 เม.ย. นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการสืบสานประเพณีไทย เฉลิมฉลอง120 ปี กษัตริย์นักประชาธิปไตย” พร้อมลั่นฆ้องชัยเพื่อเป็นสิริมงคลในพิธีเปิดงาน โดยมีคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา ที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ปรึกษา ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง ตลอดจนผู้ที่สนใจ เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยนายสุวิจักขณ์กล่าวว่า เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ที่ทรงสละพระราชอำนาจและทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรกแก่ปวงชนชาวไทยในการใช้เป็นกฎหมายสูงสุดปกครองประเทศ และยังทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักประชาธิปไตยที่มุ่งมั่นพัฒนาวางรากฐานระบอบการปกครองประชาธิปไตยและการเมืองให้เจริญก้าวหน้า รวมถึงด้านประเพณีและวัฒนธรรม และเพื่อเป็นการสืบสานประเพณีไทยที่ดีงามต่อการเสริมสร้างสัมพันธภาพระหว่างกันในองค์กร ตระหนักถึงคุณค่าสถาบันครอบครัว นอกจากนี้ ยังเป็นการทำตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นต่อไป

               ภายในงานได้มีการจัดเสวนา “สืบสานประเพณีไทย... จากรัชสมัยพระปกเกล้าฯสู่ปัจจุบัน” โดย นางมาลินี สาคริก ประธานมูลนิธิหลวงประดิษฐ์ไพเราะ และนายสามารถ จันทร์สูรย์ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยนางมาลินี กล่าวถึงวัฒนธรรมจากอดีตมาจนถึงปัจจุบันว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯได้ทรงปูพื้นฐานวัฒนธรรมประชาธิปไตยอย่างเข้มแข็งที่สามารถเปลี่ยนผ่านบ้านเมืองได้โดยเสียเลือดเนื้อ จึงเป็นรากฐานให้ประเพณีคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ย่างไรก็ตามโลกทุกวันนี้เติบโตเร็ว ดังนั้น ทุกคนและข้าราชการรัฐสภาต้องช่วยกันเองกันแก้ไขเพื่อรักษาวัฒนธรรมประเพณีที่แท้จริงให้คงไว้ ดังที่รัชกาลที่7ทรงสละอำนาจให้ประชาชนทรงอำนาจไว้ เพื่อยึดแนวทางสร้างสันติสุขให้คนในชาติ ขณะที่นายสามารถ กล่าวว่า ประเพณีของไทยที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ซึ่งบางประเพณีมีการทำลายคุณค่า สิ่งที่ดีงาม เช่น ประเพณีสงกรานต์ที่ปัจจุบันมีการฉีดน้ำ สาดน้ำ แทนการรดน้ำ และยังมีการทำผิดศีลและใช้แป้งลวนลามเพศตรงข้าม ถ้ารุนแรงก็ถึงขั้นฆ่า หรือดำเนินกระบวนการตามกฎหมาย ทั้งที่คุณค่าของประเพณีคือความรัก เคารพนับถือกัน ในการรดน้ำดำหัวด้วยน้ำที่บริสุทธิ์ สะอาด แต่ปัจจุบันกลับเป็นการทำลายความสัมพันธ์แก่กัน จึงอยากขอให้ทุกคนจึงควรตระหนักและให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงามได้อยู่กับประเทศชาติสืบต่อไป

               ทั้งนี้ ได้มีการจัดขบวนแห่พระพุทธรูปทองคำ การสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำรัฐสภา และรดน้ำดำหัวขอพรจากผู้บริหารสำนักงาน ขณะเดียวกัน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมจัดบูธศูนย์สุขภาพ พร้อมจัดเอกสาร หนังสือ/แผ่นพับ/ชุดความรู้ด้านสุขภาพและการเล่นสงกรานต์ รวมทั้งแผ่นพับเตือนภัยโรคหน้าร้อน และเอกสารรณรงค์ไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุรี่เพื่อสุขภาพดียั่งยืน พร้อมกันนี้ทางสภาฯยังได้จัดบูธบริการอาหารไว้เลี้ยงผู้ร่วมกิจกรรมอย่างครบครัน