
ผู้นำองค์กรท้องถิ่น หนุนสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่ (2)
22 เม.ย. 2557
ผู้นำองค์กรท้องถิ่น หนุนสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่ (2) : สิทธิชัย สิขวัตร ... รายงาน
โครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เกิดความแตกแยกโดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มสนับสนุนการก่อสร้างและกลุ่มที่คัดค้านการก่อสร้าง โดยฝ่ายสนับสนุน อย่างนายประเสริฐ สันหาด นายก อบต.คลองขนาน บอกว่า พื้นที่ตำบลคลองขนานอยู่บริเวณที่จะก่อสร้างและเป็นเส้นทางการขนส่งถ่านหิน ชาวบ้านในตำบลคลองขนานได้ศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นภายหลังจากมีการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน โดยรับฟังจากเจ้าหน้าที่ กฟผ.อย่างต่อเนื่องรวมทั้งรับฟังฝ่ายค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ไม่ต้องการให้นำถ่านหินมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งตำบลคลองขนานมี 9 หมู่บ้าน ประชาชากร 8,900 คน ส่วนใหญ่ไม่ค้านการสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานจากถ่านหินและยินดีให้สร้างด้วยซ้ำเพราะชาวบ้านส่วนใหญ่เชื่อในประสิทธิภาพของเทคโนโลยีของ กฟผ.
นายสานัญ ชลธี อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 7 บ้านคลองแรด ต.คลองขนาน อ.เมือง จ.กระบี่ กล่าวว่า หลังการไฟฟ้านำชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นไปศึกษาดูงานที่ต่างๆ ที่มีการผลิตกระแสไฟฟ้าจากถ่านหิน โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง ชาวบ้านต้องการให้ก่อสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าในกระบี่ หากตำบล หรือพื้นที่ไหนไม่ยินยอมให้ก่อสร้าง พื้นที่ตำบลคลองขนานก็พร้อมจะให้มีการสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหินเพราะชาวบ้านเชื่อมั่นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงในการผลิตกระแสไฟฟ้า และเชื่อว่าจากอดีตถึงปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการทำงานมันต่างกัน
ขณะที่นายหร้าเหม มามาตย์ นายก อบต.เหนือคลอง บอกว่า ต้องการเห็นความเจริญในพื้นที่โดยเฉพาะพลังไฟฟ้าที่มีความสำคัญในชีวิตประจำวัน กระบี่เป็นเมืองท่องเที่ยวเป็นเมืองเกษตรอุตสาหกรรม ชาวบ้านในตำบลเหนือคลองสนับสนุนให้สร้างโรงงานไฟฟ้าจากถ่านหิน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและให้ประชาชนได้ใช้กระแสไฟฟ้าอย่างเพียงพอและเชื่อในประสิทธิภาพเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง
ในการเปิดรับฟังความคิดเห็นตามกระบวนการ ค.1 เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา กลุ่มกรีนพีซ เครือข่ายปกป้องกระบี่จากถ่านหิน ได้คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และเกิดการกระทบกระทั่งกับชาวบ้านที่สนับสนุน จนเกิดการโห่ไล่ ใช้มือทุบ ขว้างเก้าอี้ ขว้างปาขวดน้ำ ชกต่อย ทำร้ายร่างกายฝ่ายคัดค้าน ซึ่งมีเจตนาละเมิดสิทธิชุมชน ซึ่งกลุ่มคัดค้านได้ร้องเรียนไปยังกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อให้ตรวจสอบการกระทำดังกล่าว
ต่อมาเมื่อวันที่ 25 มีนาคม นพ.นิรันด์ พิทักษวัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพร้อมคณะกรรมการได้มาประชุมตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีการเกิดความรุนแรงในการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการสร้างท่าเทียบเรือและโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยนายเผ่าพงษ์ เต็มสัมฤทธิ์ รองผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมรับฟัง พร้อมกับกลุ่มสนับสนุนและคัดค้านโครงการก็มาร่วมรับฟังเช่นกัน ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รับฟังความคิดเห็นประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการสร้างท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว รองรับเรือบรรทุกถ่านหินลิกไนต์ใช้ผลิต โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง
นพ.นิรันด์ พิทักษวัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า เป็นการรับฝังความคิดเห็นของทุกฝ่ายหลังจากนั้นให้ส่งเอกสารรายละเอียดให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อพิจารณาว่าการจัดประชาชุมรับฝังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากไม่ถูกต้องอาจให้ยกเลิกผลการประชุมวันดังกล่าวเพื่อความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย
ด้านนายอดุลย์ เป็งถา หัวหน้าโครงการศึกษาเพื่อพัฒนาขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้ากระบี่ โดยกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน บอกว่า การจัดเวทีรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้เสียโครงการท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วนั้น กฟผ.ได้กำหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็นประชาชน 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นไปแล้ว ใช้กระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน ชี้แจงความเป็นมาและรายละเอียดในการดำเนินโครงการรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อวิตกกังวลและข้อซักถามจากผู้ร่วมประชุมเพื่อนำมาประกอบการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้ครบถ้วนและรอบด้านมากที่สุด
การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 เป็นการลงพื้นที่สำรวจและรับฟังความคิดเห็นภาคสนามจากผู้นำชุมชน หัวหน้าครัวเรือนและประชาชนในพื้นที่โดยเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามและการประชุมกลุ่มย่อย เพื่อประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโครงการและการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 3 เพื่อเสนอผลวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ข้อซักถามจากผู้เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะและข้อกังวลจากประชาชนผู้มีส่วนได้เสียและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะเป็นประโยชน์สำหรับการพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาโครงการให้เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นและการยอมรับจากชุมชนที่ยั่งยืน
นายอดุลย์ กล่าวต่อว่า กลุ่มเป้าหมายเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชนมี 7 กลุ่ม คือ 1.ผู้แทนประชาชนใน ต.ตลิ่งชัน ต.คลองขนาน ต.เกาะศรีบอยา อ.เหนือคลอง และอ.เกาะลันตา 2.หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ได้แก่ กฟผ.คณะผู้ศึกษาและสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3.ผู้แทนหน่วยงานจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น เช่น โรงเรียน วัด มัสยิด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล 4.นักการเมือง ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา 5.ผู้แทนองค์กรและกลุ่มจัดตั้ง เช่น กลุ่มด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มอาชีพกลุ่มสุขภาพ 6.ผู้แทนสื่อมวลชนพื้นที่ และ 7.ประ ชาชนและผู้สนใจทั่วไปโดยไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่จะทำการศึกษา
-------------------------
(ผู้นำองค์กรท้องถิ่น หนุนสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่ (2) : สิทธิชัย สิขวัตร ... รายงาน)



