ข่าว

'อภิสิทธิ์'พร้อมคุย'กกต.-70พรรค'

'อภิสิทธิ์'พร้อมคุย'กกต.-70พรรค'

21 เม.ย. 2557

'อภิสิทธิ์' พร้อมคุย 'กกต.-70 พรรค' พรุ่งนี้ ยินดีรับฟังข้อเสนอ ขออย่าตั้งธงเพื่อประโยชน์การเมือง พร้อมเดินหน้าหาทางออกประเทศ แนะดูบทเรียนปี 49

 
                        21 เม.ย.57 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะเสนอต่อที่ประชุมพรรคการเมือง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีกำหนดจัดขึ้นในวันอังคารที่ 22 เม.ย.57 ว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น มีตนและนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เป็นตัวแทนไปร่วมประชุม ว่า พรรคหวังว่าทุกพรรคการเมืองจะช่วยหาคำตอบให้ประเทศมากกว่าหาคำตอบหรือทางออกให้พรรคการเมือง
 
                        หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เพราะเป้าหมายของ กกต.ต้องการความเห็นจากพรรคการเมือง เพื่อไปหารือกับรัฐบาลในการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ไม่ใช่หาคำตอบว่าพรรคการเมืองต้องการเลือกตั้งวันไหน แต่ต้องกำหนดโจทย์ว่าจะมีการเลือกตั้งที่เป็นคำตอบให้ประเทศได้อย่างไร
 
                        นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เชื่อว่าการเลือกตั้งต้องเป็นส่วนหนึ่งในทางออกของประเทศ แต่ต้องเป็นที่ยอมรับของประชาชน คือ มีความเสรี สุจริต เที่ยงธรรม โดยพรรคประชาธิปัตย์จะเสนอว่า พรรคการเมืองต้องช่วยแก้เงื่อนไขที่ทำให้การเลือกตั้งไม่ประสบความสำเร็จ การออกกฎระเบียบเพื่อแก้ปัญหาในทางปฏิบัติที่เคยเกิดขึ้นในการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.57 ที่หลายฝ่ายคิดว่าเพียงพอต่อการแก้ปัญหา อยากให้ทราบว่าความจริงประชาชนไม่ได้คิดเช่นนั้น แม้แต่ กกต.ท่านหนึ่ง ยังเขียนบทความยอมรับว่าเปิดรับสมัครได้ แต่ไม่แน่ใจจะเปิดสภาได้ ซึ่งการเลือกตั้งได้แต่เปิดสภาไม่ได้ไม่ใช่คำตอบ
 
                        "พรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้การเลือกตั้ง เปิดสภาและได้รัฐบาลที่ประชาชนยอมรับ จึงต้องถกถึงปัญหาที่แท้จริงของประเทศ ด้วยความใจกว้างไม่ใช่ใช้การเลือกตั้ง เป็นพิธีกรรมเพราะความขัดแย้ง และความเสี่ยงต่อความรุนแรงยังดำรงอยู่ คนที่เดือดร้อนที่สุดคือประชาชน อีกทั้งยังกระทบเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นอย่างรุนแรงด้วย ดังนั้นทุกฝ่ายจึงต้องร่วมกันหาทางออกไม่ใช่ทะเลาะกันหรือพูดถึงความต้องการของแต่ละฝ่าย แต่ต้องช่วยหาคำตอบให้ประเทศเดินหน้า ประชาธิปไตยเดินหน้าได้โดยไม่มีความรุนแรง ไม่มีการปฏิวัติ แต่กลับสู่การเลือกตั้งที่เป็นคำตอบให้ประเทศเดินหน้าได้" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
 
                        หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การหลุดพ้นจากความขัดแย้ง มีประเด็นมากกว่าการเลือกตั้งและการปฏิรูป แต่มีเรื่องความเป็นธรรมและความสงบเรียบร้อยด้วย เพราะประชาชนกำลังกังวลว่าจะมีการปะทะระหว่างมวลชนจากคำตัดสินขององค์กรต่างๆหรือไม่ หากไม่สามารถพูดคุยให้ชัดเจนว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ทั้งนี้การเลือกตั้งจะเรียบร้อยได้ทุกฝ่ายต้องมีเสรีภาพในการหาเสียง แต่ล่าสุดแม้แต่กิจกรรมของ กกต.ยังมีมวลชนออกมาไล่ล่า ซึ่งบรรยากาศเช่นนี้ไม่สามารถที่จะทำให้การเลือกตั้งเรียบร้อยได้
 
                        นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากให้ย้อนกลับไปดูบรรยากาศในปี 2549 ที่มีการกำหนดวันเลือกตั้ง แต่สุดท้ายกลับมีการรัฐประหาร เพราะเกิดปัญหาว่ามวลชนอาจเกิดการเผชิญหน้า จนทำให้เกิดความรุนแรง จึงขอให้ทุกพรรคไปร่วมกันหาคำตอบ ไม่ใช่ยึดติดกับข้อเสนอของตัวเอง แต่หากทุกพรรคยึดอยู่ที่ความต้องการของตัวเองก็ไม่ต้องประชุมให้กกต. ทำแบบสอบถามก็ได้ ดังนั้นจะพูดเฉพาะว่าเลือกตั้งวันไหนไม่ได้ เพราะพรรคก็ต้องการให้เลือกเร็วที่สุด แต่การเลือกตั้งต้องเรียบร้อยด้วย
 
                        หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หวังว่าเหตุการณ์ 2 ก.พ.57 และการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา จะเป็นบทเรียนที่พรรคการเมืองจะต้องตระหนักว่ากำลังเก็ดวิกฤตศรัทธาต่อระบบการเลือกตั้ง ทำให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งน้อย ซึ่งไม่ได้สะท้อนเจตนารมณ์ประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย จึงต้องคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งเป็นคำตอบของประเทศ และไม่อยากให้มีการลงมติเรื่องเสียงข้างมากเสียงข้างน้อย นอกจากนี้ที่ผ่านมาพรรคการเมืองส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครขัดข้องในเรื่องการเลื่อนการเลือกตั้ง จึงเชื่อว่าไม่มีการลงมติ และอยากให้ กกต.ถามว่าอยากให้การเลือกตั้งเดินหน้า อย่างไรมากกว่าที่จะถามว่าจะกำหนดวันเลือกตั้งเมื่อไหร่
 
                        นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หวังว่าการประชุมพรรคการเมืองในวันที่ 22 เม.ย.57 เป็นจุดเริ่มต้นการแก้ปัญหาไม่ใช่การเพิ่มอีกหนึ่งบทของความขัดแย้ง โดยไม่หวังว่าจะได้บทสรุปตรงกัน แต่อย่างน้อยควรจะเห็นตรงกันมากขึ้น ด้วยการช่วยกันทำให้กระบวนการเลือกตั้ง เป็นคำตอบให้ประเทศ จึงต้องทำให้กระบวนการทางการเมืองได้รับความยอมรับความศรัทธา ดังนั้นจะคุยแต่การกำหนดวันเลือกตั้งโดยไม่คุยถึงปัญหาปัญหาประเทศไม่ได้ โดยสิ่งที่ต้องหารือคือ เสียงเรียกร้องเรื่องหลักประกันกว่าการปฏิรูปประเทศ และการเลือกตั้งที่เสรีเป็นธรรม
 
                        "ผมขอให้พรรคการเมืองวางความต้องการไว้ก่อน และดูความต้องการของประเทศเป็นหลัก เพื่อให้ประชาชนเห็นว่ากระบวนการทางการเมือง เป็นทางออกให้ประเทศได้ หากไม่ทำสภาพบ้านเมืองก็จะเป็นอย่างนี้ต่อไป โดยต้องลุ้นว่าจะมีความรุนแรงหรือจบลงที่การรัฐประหารหรือไม่ ซึ่งพรรคการเมืองต้องให้คำตอบตรงกันว่าไม่ต้องการให้เหตุการณ์ย้อนกลับไปในปี 2549 ที่มีความผิดพลาดอีก โดยไม่ต้องโทษกัน เพราะทุกฝ่ายมีส่วนผิดด้วยกันทั้งนั้น รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ด้วย" นายอภิสิทธิ์ ระบุ