
'เฉลิม'ยันแถลงการณ์ศอ.รส.ชอบธรรม!
21 เม.ย. 2557
'เฉลิม' ยัน 'ศอ.รส.' ออกแถลงการณ์ ชอบธรรมตามกฎหมาย ไม่ก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรม หนุนถ่ายทอดสด กกต.ถกพรรคการเมืองจัดเลือกตั้งใหม่
21 เม.ย. 57 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่บช.ปส. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกแถลงการณ์ตำหนิ ศอ.รส.ทำเกินอำนาจหน้าที่ ว่า ยืนยันว่า ศอ.รส.ไม่ได้มีความขัดแย้งกับศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช. แต่ ศอ.รส.มีสิทธิ์ที่จะออกแถลงการณ์บอกองค์กรอิสระทั้งสองหน่วยงาน เนื่องจากรัฐบาลแต่งตั้งพวกตนมาทำหน้าที่ โดยจากการข่าวรับฟังได้ว่า มีความพยายามจะตัดสินเกินบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ จึงห่วงใย ส่วนที่บอกว่าสองหน่วยงานบริสุทธิ์ยุติธรรมนั้น ขอให้บริสุทธิ์ยุติธรรมจริงๆ เรื่องจะได้ไม่เกิด เพราะมีความพยายามเรียกร้องว่า หากนายกฯ ออก ครม.ต้องพ้นทั้งคณะ ซึ่งหากพวกคุณทำกันทำขนาดนั้น จะนองเลือด ตนเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญรักบ้านรักเมืองเหมือนกัน ที่ตนออกแถลงการณ์ไป จะไม่ฟัง หรือทำอะไรก็เรื่องของคุณ แต่วันหนึ่งอย่ามาเสียใจ อย่ามาบอกว่า ศอ.รส.มีข่าวแล้วไม่บอกให้ทราบ และถ้าข่มขู่ตนจะออกแถลงการณ์ทำไม
"ถ้าจะไม่ฟังก็เชิญคุณ ก็ตัดสินไปตามที่เป็นข่าว แล้ววันนั้นนายกฯ ที่มารับหน้าที่ใหม่ จะรู้ว่านรกมีจริง บ้านเมืองมีเรื่อง คุณมีหน้าที่ ผมมีหน้าที่ แต่หน้าที่ต่างกัน ทำไมเราไม่ช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ หรืออยากให้นองเลือด หรืออยากให้มีการปฏิวัติเหมือนปี 49 ผมฟันธงเลยว่า หากทหารไม่ปฏิวัติ ขบวนการ กปปส. ขบวนการส้มหล่น ขบวนการนายกฯ คนกลาง ที่ตัดสูทชุดขาวไว้รอแพ้เรียบ ไปไม่ได้ พวกผมก็เป็นพสกนิกรเหมือนกัน ไม่ใช่แค่กำนันสุเทพ แล้วเชิญศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช.ออกแถลงการณ์ด่าผมมาอีกร้อยฉบับก็ไม่โกรธ แต่ประชาชนจะตัดสินว่าถึงวันหนึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม บอกแล้ว ก็ไม่ฟัง มานั่งร้องไห้"
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันว่า แถลงการณ์ของ ศอ.รส.ไม่ได้ก้าวก่ายกระบวนยุติธรรม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตามกฎหมายถูกต้องชอบธรรม เพราะศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลการเมือง จึงไม่ใช่การหมิ่นฯศาล ทำเป็นตกใจออกแถลงการณ์
เมื่อถามว่า ที่ระบุว่าหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน จะนองเลือด คือออกมาในรูปแบบใด ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า นองเลือดเพราะคนทั้งประเทศที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยจะไม่ยอม เนื่องจากเห็นว่าตัดสินเกินรัฐธรรมนูญ เพราะมาตรา 181 ยังอยู่ หากตัดสินแบบยกกระบิ ไม่มีใครเหลือเลย มีปัญหาแน่ ดังนั้น ต้องไม่ตัดสินช่วยใคร ต้องถูกต้อง ตรงไปตรงมา ตนไม่ได้ข่มขู่ เพียงแต่หากท่านเดินกันไกลเกินกว่ารัฐธรรมนูญกำหนด มีเรื่อง ส่วนกระแสข่าวเรื่องปฏิวัติตนไม่พูด
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า สำหรับพ.ร.บ.ความมั่นคง ที่จะหมดอายุในวันที่ 30 เม.ย. จะขยายเวลาการประกาศใช้ออกไปอีกหรือไม่ขึ้นอยู่กับนายกฯ ส่วนตนไม่เสนอ เพราะได้ออกแถลงการณ์ไปแล้ว จึงแล้วแต่รัฐบาล และหน่วยงานความมั่นคง
ศอ.รส.หนุนถ่ายสด กกต.ถกพรรคการเมืองจัดเลือกตั้งใหม่
พ.ต.ท.หญิง อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล คณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงหลังการประชุมศอ.รส. ว่า ที่ประชุม ศอ.รส. มีมติเห็นว่าเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข่าวสารโดยตรง โดยไม่มีการบิดเบือนอันเป็นส่วนสำคัญที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย ศอ.รส.จึงเห็นสมควรให้สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ หรือ NBT และช่อง 9 อสมท. จัดการถ่ายทอดสดการหารือการจัดเลือกตั้งใหม่ทดแทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง กับผู้แทนพรรคการเมือง ในวันที่ 22 เม.ย.นี้ โดยให้อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ประสานงานกับสำนักงาน กกต.และผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เพราะ ศอ.รส. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการจัดการเลือกตั้งเป็นหัวใจสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและโดยเฉพาะจะเป็นส่วนสำคัญที่จะนำความสงบเรียบร้อยมาสู่ชาติบ้านเมืองในขณะนี้
พ.ต.ท.หญิง อัญชุลี กล่าวต่อว่า ในวันนี้ (21 เม.ย.) ศอ.รส.ได้มีหนังสือถึงปลัดกระทรวง เลขาธิการ หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่เทียบเท่า เพื่อแจ้งมติของที่ประชุมให้ทราบและสั่งการให้หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า อธิบดีหรือเทียบเท่า ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น และรัฐวิสาหกิจ ดำเนินคดีอาญาและดำเนินคดีแพ่งโดยเร่งด่วนในกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมายังสถานที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐ แล้วทำการปิดล้อม บุกรุก หรือข่มขู่ หรือทำให้เสียทรัพย์ รวมถึงให้หลีกเลี่ยงการต้อนรับหรือกระทำการใดๆ ที่เข้าข่ายเป็นการสนับสนุนหรือเห็นด้วยกับการกระทำของแกนนำกลุ่ม กปปส. หรือกลุ่มอื่นใด ซึ่งอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีด้วย ซึ่งข้อสั่งการดังกล่าวของ ศอ.รส. เป็นไปตามอำนาจตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ทั้งนี้ ศอ.รส.ร่วมกับส่วนราชการได้ดำเนินการเปิดสถานที่ราชการต่างๆ ที่ถูกปิดให้เริ่มเปิดทำการได้ถึง 70 แห่งแล้ว และมีหน่วยราชการเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุก ปิดล้อมสถานที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐแล้วทั้งหมด 28 หน่วยงาน เป็นจำนวนทั้งสิ้น 37 คดี
พ.ต.ท.หญิง อัญชุลี กล่าวว่า นอกจากนี้ทาง ศอ.รส.ได้รับรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งอันเกิดจากการกระทำของแกนนำ กปปส. กับพวก เมื่อครั้งการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา คือ คดี กปปส. ขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 191 คดี แยกเป็นคดีที่เกิดในกรุงเทพมหานคร จำนวน 51 คดี และคดีที่เกิดในต่างจังหวัด จำนวน 140 คดี คดีเจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น 180 คดี แยกเป็นคดีที่เกิดในกรุงเทพมหานคร จำนวน 66 คดี และคดีที่เกิดในต่างจังหวัด จำนวน 114 คดี รวมคดีที่เกี่ยวกับการกระทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งทั้งสิ้น 371 คดี โดยศาลได้ออกหมายจับให้ รวมทั้งสิ้น 203 หมาย ได้ตัวมาสอบสวนแล้ว 258 คน ทั้งนี้เฉพาะเจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้งมีจำนวนถึง 1,713 คน



