
รายงาน-ระแวงกันเองแท้ๆ !
ความพ่ายแพ้ของ เนวิน ชิดชอบ หัวหอกคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทยให้แก่ "นายใหญ่" ทักษิณ ชินวัตร ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งซ่อมส.ส.สกลนคร เขต 3
ได้มาพร้อมกับเค้าลางความบาดหมางใจในพรรคร่วมรัฐบาลที่ปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้น โดยเฉพาะจากฟากภูมิใจไทย ที่ออกมาตำหนิพรรคประชาธิปัตย์ว่าไม่ให้ความสำคัญกับพรรคร่วมในศึกเลือกตั้งซ่อม
นั่นเพราะปัญหาความไม่ไว้วางใจในพรรคร่วมที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
หาก "ภูมิใจไทย" สามารถคว้าชัยชนะได้ นั่นเท่ากับว่าเป็นการติดปีกให้ภูมิใจไทยได้ผงาดในพื้นที่ภาคอีสาน เพราะสมาชิกพรรคเพื่อไทย แต่หัวใจเป็นภูมิใจไทย เตรียมย้ายซบอีกหลายสิบชีวิต
นั่นจึงเท่ากับว่าภูมิใจไทยจะกลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งค่ายสะตอได้มีการประเมินสถานการณ์เกาะติดการเติบโตของของภูมิใจไทยตลอดเวลา
เพราะต้องยอมรับว่าพื้นที่ภาคอีสานเป็นจุดบอดของพรรคประชาธิปัตย์มาทุกยุคสมัย
ดังนั้นเมื่อ "ภูมิใจไทย" แข่งกับพรรคเพื่อไทย จึงเป็นผลดีต่อประชาธิปัตย์ เพื่อไม่ให้พรรคใดพรรคหนึ่งสามารถครองพื้นที่นี้ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหมือนพรรคไทยรักไทยในอดีต
นี่จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชาธิปัตย์ ไม่ยอมทุ่มทุนกับ "ภูมิใจไทย" ในการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา
สังเกตได้จากภายหลังพรรคภูมิใจไทย ขนทีมแกนนำลงพื้นที่จัดเรียลิตี้โชว์ ยังมีโทรศัพท์สายตรงจาก สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้จัดการรัฐบาล ไปห้ามปรามให้เบาๆ หน่อย
ภูมิใจไทยจึงฝังใจว่าส่วนหนึ่งของความพ่ายแพ้ครั้งนี้ เกิดจากเจตนาของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องการเตะตัดขาเพื่อป้องกันการเป็นคู่แข่งที่อันตรายที่สุดในอนาคต
เมื่อผลเลือกตั้งซ่อมสกลนคร ทำให้ภูมิใจไทยต้องพ่ายแพ้แบบหมดรูป ย่อมส่งผลกระทบต่อพรรคร่วมอย่างพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ "ป๋าเติ้ง" บรรหาร ศิลปอาชา หมายมั่นปั้นมือว่าจะทวงคืนพื้นที่นี้กลับมาหลังจากพลาดพลั้งให้พรรคพลังประชาชนก่อนแปรรูปเป็นพรรคเพื่อไทย ในศึกเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ
นี่จึงเป็นเหตุผลทำคัญทำให้ "ป๋าเติ้ง" ออกอาการผวา เพราะหากไม่สามารถปักธงในพื้นที่ได้ อำนาจการต่อรองที่ชาติไทยพัฒนา มีน้อยอยู่แล้ว ก็จะน้อยลงไปอีก เมื่อเทียบกับภูมิใจไทย
เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้จึงทำให้เหล่าอดีตนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองผู้อยู่เบื้องหลังพรรคร่วมรัฐบาล นัดถกปัญหากันที่ห้องอาหาร เดอะ ไชน่า เฮ้าส์ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล
มีบรรดาขุนพลพรรคตัวจริงมาร่วมคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น บรรหาร ศิลปอาชา, สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา สุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง และเลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา อนุทิน ชาญวีรกูล แกนนำพรรคภูมิใจไทย พินิจ จารุสมบัติ,ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ, ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.ไอซีที แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน
โดยปราศจากแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ และเกิดขึ้นในช่วงที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ควง "สุเทพ" เหินฟ้าเดินสายโรดโชว์ ที่สิงคโปร์
การพบปะกันครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลเจอสารพัดมรสุมรุมเร้า
ไม่ว่าจะเป็นความพ่ายแพ้หลังการเลือกตั้งซ่อม
ส.ว. คว่ำ พ.ร.ก.สรรพสามิตน้ำมัน
และกรณี กกต.อยู่ในระหว่างการพิจารณาการถือครองหุ้นของส.ส.ซึ่งมีแกนนำรัฐบาลรวมอยู่ด้วย
แม้ว่ากกต.จะซื้อเวลาการสอย เหล่าบรรดา ส.ส.-รมต.ถือหุ้นออกไปอีก แต่ก็คงไม่นานเกินไป
เมื่อถึงวันนั้นย่อมส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ !!!
ว่ากันว่า การรวมตัวครั้งนี้เพื่อรวมพลังให้พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าพรรคร่วมเหล่านี้ยังมีอำนาจเหนือความเป็นความตายของรัฐบาลโดยการนำของพรรคประชาธิปัตย์
ท่ามกลางกระแสข่าวว่าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เตรียมจับมือกับพรรคภูมิใจไทย โดยนาทีนี้ ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรค เตรียมเทใจให้พรรคภูมิใจไทยตลอดเวลา
นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ "สุวัจน์" ต้องออกโรงเองในการเชิญแกนนำพรรคร่วมมาจับเข่าคุยกันเพื่อปรับเกมการเมืองรับมือกับพรรคประชาธิปัตย์
นั่นเพราะการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ ยิ่งในช่วงที่สัญญาใจระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันใกล้คืบคลานเข้ามาถึง
หลังจากที่มีการผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 วงเงินกว่า 1.7 ล้านล้านบาท รวมไปถึงการ "ตีเช็คเปล่า" ผ่าน พ.ร.บ.และ พ.ร.ก.เงินกู้ 8 แสนล้านบาท ผ่านสภาไปแล้ว
เพื่อให้พรรคร่วมได้ละเลงงบประมาณผ่านโครงการหาเสียงต่างๆ โดยเฉพาะงบโครงการถนนปลอดฝุ่นในการหาเสียงชิงพื้นที่รากหญ้า
บวกกับกระแสความนิยมของรัฐบาลลดลงอย่างฮวบฮาบถึงขั้น "สอบตก" หลังจากแบ่งเค้กกันอย่างมูมมาม
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่กลุ่มการเมืองเหล่านี้ต่างวิ่งจับขั้วเพื่อประสานผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ในช่วงที่กลิ่นอายของการยุบสภาตลบอบอวล
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็หวาดระแวงไม่ใช่น้อยเพราะกลัวถูกโดดเดี่ยว จึงส่ง "สามสี" ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส.สัดส่วนมาเป็นกาวใจกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วม
โดยเชิญแกนนำพรรคร่วมมาเลี้ยงวันคล้ายวันเกิด "ไตรรงค์" ที่ ร.ร.ดิ เอมเมอรัลด์ ในค่ำคืนวันที่ 24 มิถุนายน โดยมี "สุเทพ" ผู้จัดการรัฐบาลมาร่วมงานด้วย
เคลียร์ใจ สยบความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน !!!
บัญชา แข็งขัน



