
'พลังความรู้ พลังชุมชน...สู่การเปลี่ยนแปลง'
21 เม.ย. 2557
'พลังความรู้ พลังชุมชน...สู่การเปลี่ยนแปลง'
กว่า 10 ปีที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำงานร่วมกับภาคีสุขภาวะ ก่อให้เกิดองค์ความรู้จำนวนมากไม่น้อยกว่า 1 หมื่นเรื่อง จึงมีการขยายผลองค์ความรู้เหล่านี้ไปยังภาคส่วนต่างๆ ภายใต้โครงการสร้างสรรค์โอกาสและพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพให้แก่ภาคีสุขภาวะปี 2556 (สพร.)
ซึ่งศูนย์เรียนรู้สุขภาวะนำองค์ความรู้มาจัดทำเป็นชุดความรู้ นำเสนอในรูปแบบที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และโรงเรียน โดยเปิดโอกาสให้เข้ามาเรียนรู้ ปรับใช้ในการปฏิบัติจริงและสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อเป้าหมายในการสร้างสุขภาวะ
สำหรับโปรแกรมการเรียนรู้ 4 ชุด คือ โภชนาการสมวัยในศูนย์เด็กเล็ก การจัดการความปลอดภัยทางถนนของชุมชนโดยชุมชนและเพื่อชุมชน การเตรียมความพร้อมในการจัดการโรงเรียนปลอดบุหรี่ และท้องถิ่นปลอดเหล้า การจัดการเรียนรู้จะทำใน 4 รูปแบบ ทั้งการอบรม ลานเสวนา เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากต้นแบบ และการทำสื่อ ดีไอวาย ที่เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
ความสำเร็จของโครงการเห็นได้จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการนำชุดความรู้ไปปรับใช้จริง เพื่อแก้ปัญหาของพื้นที่ อย่างที่โรงเรียนกระบุรีวิทยา จ.ระนอง เห็นว่าการเข้าร่วมโครงการนี้ทำให้ทราบแนวทางการดำเนินเรื่องโรงเรียนปลอดบุหรี่ที่ชัดเจน ช่วยหนุนเสริมโครงการที่โรงเรียนดำเนินการอยู่ให้เป็นระบบและรูปธรรมมากขึ้น ได้มีความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ มีการตั้งคณะทำงานและรับสมัครนักเรียนแกนนำ รณรงค์ให้เพื่อนนักเรียนไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเพิ่มเป็นห้องละ 10 คน รวมนักเรียนแกนนำ 290 คน จากนักเรียนทั้งหมด 1,074 คน
มีการจัดทำป้ายโรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่ติดหน้าโรงเรียนและสถานที่ที่มองเห็นได้ชัด มีการประกาศนโยบายเป็นโรงเรียนปลอดบุหรี่ในวันประชุมผู้ปกครองและส่งหนังสือแจ้งหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง มีการติดสติกเกอร์เขตปลอดบุหรี่ครอบคลุมพื้นที่โรงเรียน เช่น ห้องเรียน ห้องพักครู ห้องน้ำ
นอกจากนั้นยังมีการบูรณาการความรู้เรื่องบุหรี่เข้ากับกิจกรรมนอกหลักสูตร อาทิ กิจกรรมกีฬาสี เช่นเดียวกับ อบต.น้ำเกี๋ยน จ.น่าน ใช้ความรู้ที่ได้จากเรื่องท้องถิ่นปลอดเหล้าไปปรับใช้ในพื้นที่
นายสมชาย สิทธิกา ประธานสภา อบต.น้ำเกี๋ยน จ.น่าน บอกว่า เริ่มต้นจากการต้องการแก้ปัญหาคนในชุมชนติดการพนัน ใช้ยาเสพติด จึงมีการจัดตั้งคณะทำงาน 42 ขุนศึก ที่เป็นตัวแทนจากกำนันผู้ใหญ่บ้าน ประธานเยาวชน พระ ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้บริหาร อบต. ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เป็นต้น โดยการบริหารงานภายในคณะทำงาน ผู้ที่ทำงานอยู่ก่อนจะเป็นผู้นำแถวหน้า ผู้ที่เข้ามาใหม่อาจจะเพราะการปรับเปลี่ยนตัวคนจากตำแหน่งทางการเมือง จะเป็นผู้นำแถวสอง การทำเช่นนี้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
คณะทำงาน 42 ขุนศึก มีเทคนิคที่ช่วยหนุนเสริมกระบวนการทำงานในพื้นที่ อาทิ กำหนดเป้าหมายร่วมให้คนในตำบล เพื่อที่ทุกคนจะเห็นเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาพื้นที่ ใช้ข้อมูลบ่งชี้สถานการณ์วิกฤติของชุมชนคืนกลับสู่ชาวบ้าน ทำให้เกิดการตระหนักเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือแก้ปัญหาผู้นำเป็นแบบอย่าง โดยผู้นำกลุ่ม 42 ขุนศึกประกาศตัวเป็นแบบอย่างเลิกเหล้าและไม่สูบบุหรี่ตลอดชีวิต และเริ่มทำจากสิ่งเล็กๆ ที่มีโอกาสสำเร็จก่อน เพื่อเป็นกำลังใจให้คนทำงาน เช่น รณรงค์เลิกเหล้าในงานศพก่อนขยายไปงานอื่นๆ เป็นต้น
ท้ายที่สุด ทพ.กฤษดา เรืองอารีรัตน์ ผู้จัดการ สสส.ยืนยันว่า การดำเนินการได้รับการตอบรับที่ดีผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่พึงพอใจต่อกระบวนการเรียนรู้ มีการนำไปปรับใช้เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะในพื้นที่ของตนเอง ทั้งนี้ สสส.จะมีการจัดโครงการนี้อย่างต่อเนื่องเป็นโครงการระยะยาว โดยจะเลือกองค์ความรู้ที่นำมาจัดทำเป็นชุดความรู้แตกต่างกันในแต่ละปี ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากที่ สสส.สนับสนุนงบประมาณให้ภาคีมาเป็นสนับสนุนชุดความรู้ให้แก่ภาคีใหม่ เพื่อนำไปใช้ในพื้นที่อย่างเหมาะสม ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายให้คนไทยสามารถสร้างสุขภาวะได้ด้วยตนเอง



