ข่าว

"กษิต"เตรียมยก"โรฮิงญา"ถกในที่ประชุมเออาร์เอฟ

"กษิต"เตรียมยก"โรฮิงญา"ถกในที่ประชุมเออาร์เอฟ

29 ม.ค. 2552

รัฐมนตรีต่างประเทศ"กษิต ภิรมย์" เตรียมยกประเด็นโรฮิงญ่า ถกในที่ประชุมเออาร์เอฟ

(29ม.ค.) นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวภายหลังพบปะหารือกับนายเรมอน ฮอลด์ ผู้แทนสำนักงานข้าหลวงภัยแห่งสหประชาชาติระดับภูมิภาคประจำประเทศไทย และผู้ประสานงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นานกว่า 1 ชั่วโมง ว่า ได้มีหารือถึงการขอความร่วมมือแก้ไขปัญหากรณีชาวโรฮิงญ่า ใน 3 ระดับ คือ 1.การดำเนินการร่วมกันระหว่างไทยกับยูเอ็นเอชซีอาร์ 2.การดำเนินการของไทยกับประเทศในภูมิภาค ทั้งประเทศต้นทาง ระหว่างทางและปลายทางของปัญหา และ 3.ความร่วมมือของประเทศในภูมิภาคกับยูเอ็นเอชซีอาร์ และประเทศให้ความช่วยเหลือ นายกษิต กล่าวว่า ในการพบปะกันครั้งนี้ ยูเอ็นเอชซีอาร์ต้องการทราบข้อมูลเพื่อตรวจสอบข้อมูลตามที่เป็นข่าวว่าหน่วยงานความมั่นคงของไทยได้ใช้หลักเกณฑ์ตามหลักมนุษยธรรมของกฎหมายทางทะเล ทั้งการผลักดัน ต้อนรับและดูแลผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายอย่างไร รวมถึงยูเอ็นเอชซีอาร์ต้องการเข้าพบชาวโรฮิงญ่าที่อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานไทย ซึ่งตนได้ตอบรับตามหลักการแล้ว ส่วนจะพบกับชาวโรฮิงญ่าอย่างไร จะมีการหารือในที่ประชุมในกรอบของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงของประเทศ (กอร.มน.) ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ ในบ่ายวันนี้ (29 ม.ค.) เพื่อยูเอ็นเอชซีอาร์จะได้ส่งผู้แทนไปเยี่ยมและพูดคุยชาวโรฮิงญ่าที่อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานความมั่นคง นายกษิต กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนได้สั่งการนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ประจำนครเจนีวา ได้หารือกับทางสหประชาชาติ เพื่อให้มีการประสานในการระดมงบประมาณช่วยเหลือชาวโรฮิงญ่าที่อยู่ในพม่า และติดค้างในบังกลาเทศ มาเลเซีย อินโดนีเซียและไทย นายกษิต กล่าวว่า นอกจากนี้ตนเตรียมที่จะหยิบยกประเด็นนี้หารือในที่ประชุมอาเซียนระดับรัฐมนตรี ที่จะมีขึ้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ และการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เออาร์เอฟ) ในเดือนกรกฎาคมนี้ ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ รวมถึงในที่ประชุมความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMST-EC) เนื่องจากพบว่ามีขบวนการค้ามนุษย์ขนย้ายชาวโรฮิงญ่าไปทำงานในไทย มาเลเซียและอินโดนีเซีย "ผมขอยืนยันว่า ไทยเป็นประเทศสมาชิกของยูเอ็นมานาน และมีประสบการณ์ทำงานร่วมกันกับยูเอ็นเอชซีอาร์ และองค์การการค้ามนุษย์ (ไอโอเอ็ม) ทั้งนี้เรามีแผนปฏิบัติการที่สมบูรณ์แบบ (Comprehensive plan of action) เพื่อแก้ไขปัญหาชาวเวียดนามอพยพเข้าไทยทางเรือ เมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งอาจจะนำแผนดังกล่าวมาปรับใช้ในกรณีโรฮิงญ่า โดยไม่เห็นว่ามีปัญหาจะร่วมมือกันไม่ได้ เพียงแต่ต้องพิจารณาถึงกฎหมายของไทย และกฎหมายระหว่างประเทศด้วย โดยขอย้ำว่า ต้องแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ในการเข้าดูแลคุณภาพชีวิตและสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานของชาวโรฮิงญ่า” นายกษิต กล่าว เมื่อถามว่า พม่าไม่ยอมรับชาวโรฮิงญ่าจะทำอย่างไร จะมีหารือพูดคุยกับรัฐบาลพม่าในกรอบต่างๆ โดยทราบว่า ทางพม่าก็มีการหารือกับยูเอ็นเอชซีอาร์อย่างเงียบๆ จึงไม่มีเหตุที่ต้องไปประณามหรือพูดจาว่าพม่าในเชิงลบ