
'พร้อมพงศ์'ท้า'มาร์ค'ประกาศลงลต.วงถก22เมย.
20 เม.ย. 2557
"พร้อมพงศ์" ท้า "อภิสิทธิ์" ประกาศลงเลือกตั้งในวงถกกำหนดวันเลือกตั้ง 22 เม.ย.นี้ ขู่ หากบอยคอตอีกครั้งเจอฟ้องยุบพรรคแน่ บี้ "สมชัย" ลาออกจากด้านบริหารงานเลือกต
วันที่ 20 เม.ย.57 เมื่อเวลา 10.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตอบรับเข้าร่วมหารือกับกกต. และ 70 พรรคการเมือง ในวันที่ 22 เม.ย.นี้ เวลา 14.00 น.ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ เพื่อหารือการจัดการเลือกตั้ง พร้อมตั้งเงื่อนไขว่า หากพรรคเพื่อไทยยังไม่สามารถทำให้บ้านเมืองไม่มีความรุนแรงได้ พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ลงเลือกตั้ง และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ให้ความร่วมมือในการให้ปากคำกับ ป.ป.ช.ในคดีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเก่าแก่ น่าจะเป็นตัวหลักในการเสนอที่ประชุม แต่ก็แปลกใจว่าพรรคประชาธิปัตย์น่าจะแสดงความจริงใจในการลงเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แต่กลับมีเงื่อนไขว่าถ้ายังมีเหตุการเช่นนี้อยู่ ก็จะไม่ลงเลือกตั้ง โดยอ้างถึงเหตุการณ์ที่กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดง จ.ลำพูน ไปคัดค้านการทำหน้าที่ของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง นั้น ตนมองว่าเงื่อนไขต่างๆ เหล่านี้ คือข้ออ้างที่พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ลงเลือกตั้งอยู่แล้ว หยุดหาเหตุอ้าางความชอบธรรมให้ตนเองดีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ควรสำนึกในหน้าของระบอบประชาธิไตย เพราะถ้าไม่ลงเลือกตั้งในครั้งนี้ เชื่อว่าคงจะโดนร้องยุบพรรคแน่นอน
" ข้ออ้างต่างๆ เหล่านี้ มองว่าเป็นการเล่นการเมืองแบบรับลูก แตะมือกัน เพื่อป่วนเมือง สอดรับกับการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ประกาศบนเวทีปราศรัยว่า ถึงกกต.จะนัดหารือในวันที่ 22 เม.ย.นี้ เพื่อหารือกำหนดวันเลือกตั้งนั้น ก็จะไม่สามารถจัดเลือกตั้งได้ถ้ายังไม่ปฏิรูปก่อน เพราะประชาชนไม่ยอม ซึ่งมองว่าความหมายของการปฏิรูปที่นายสุเทพ พูดนั้นคือการปฏิวัติ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยก็เห็นด้วยกับการปฏิรูป แต่ต้องมีการเลือกตั้งก่อน เพื่อปฏิรูปกฎหมายโดยรัฐสภา ดังนั้น จึงขอท้านายอภิสิทธิ์ ต้องประกาศในที่ประชุมกกต.วันที่ 22 เม.ย.นี้ ว่าจะลงเลือกตั้งและจะสนับสนุนกกต.ในการจัดเลือกตั้ง ถ้านายอภิสิทธิ์ ไม่กล้าประกาศ ก็ลาออกไป"นายพร้อมพงศ์ กล่าวและว่า การที่นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ พยายามที่จะยื้อเวลาในการจัดการเลือกตั้ง โดยอ้างว่าต้องปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ถึงจะลงสมัครรับเลือกตั้งนั้น อยากถามว่าเพื่อหวังว่าจะลบล้างคดีของตนเองใช่หรือไม่
"พร้อมพงศ์" บี้ "สมชัย" ลาออกจากด้านบริหารงานเลือกตั้ง
โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงไปชุมนุมคัดค้านการทำหน้าที่ของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ขณะลงพื้นที่นำคณะนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาพรรคการเมืองและการเลือกตั้งชั้นสูง (พตส.) ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จำนวน 80 คน เดินทางมาดูงานเกี่ยวกับการเลือกตั้งของ จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เสมือนเป็นกระจกเหงาสะท้อนในเห็นว่าประชาชนไม่พอใจการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของนายสมชัย เพราะที่ผ่านมานายสมชัย มักแสดงออกด้วยการโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กที่เอนเอียง ด่าทอกลุ่มคนเสื้อแดง แสดงให้เห็นว่าเป็นการทำหน้าที่ขาดสติ มีอคติทางการเมือง ประชาชนมองว่าเป็นการทำหน้าที่ที่สองมาตราฐาน จึงขาดการยอมรับจากประชาชน นำไปสู่การต่อต้าน นี่คือความเสื่อมเสียของกกต. ดังนั้น ตนจึงอยากเรียกร้องให้กกต. ทบทวนการทำงานของตนเอง โดยเฉพาะบทบาทของนายสมชัย ที่จัดการเลือกตั้งล้มเหลว ควรเปลี่ยนบทบาทการทำหน้าที่ของนายสมชัย เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้การทำหน้าที่ของกกต.นั้นล้มเหลวตามไปด้วย และขอเรียกร้องให้นายสมชัย ทบทวนตัวเอง โดยการลาออกจากหน้าที่การบริหารงานเลือกตั้ง เปิดโอกาสให้ท่านอื่นมาทำหน้าที่ เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้กกต.ทำงานลำบาก เพราะประชาชนไม่ยอมรับแล้ว
"เพื่อไทย"อุ้ม"ศอ.รส."ออกแถลงการณ์ไม่แทรกแซงการทำหน้าที่องค์อิสระ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมดำเนินคดีกับนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการแก้ไขความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.ศอ.รส. นายชัยเกษม นิติศิริ รมว.ยุติธรรม ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศอ.รส. และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเลขาธิการ ศอ.รส. หลังร่วมกันออกแถลงการณ์แทรกแซงการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ ขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 ว่า กรณีนี้ตนและทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยได้ตรวจสอบแถลงการณ์ของศอ.รส. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็มองว่าไม่ได้เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ การที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาว่าการกระทำของศอ.รส. เป็นการไปแทรกแซงองค์กรอิสระนั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะเมื่อตรวจสอบแล้วไม่มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปกดดันการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระเลย เชื่อว่าการออกแถลงการณ์ของศอ.รส. ครั้งนี้ ศอ.รส.คงได้ข้อมูลอะไรบางอย่าง และเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น จึงได้ออกมาแถลงการณ์ดังกล่าวมา ซึ่งฝ่ายกฎหมายเพื่อไทยมองแล้วว่าการออกแถลงการดังกล่าวไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 เลย เพราะองค์กรอิสระก็ต้องทำหน้าที่ตามกฎหมาย ตัดสินคดีตามรัฐธรรมนูญ อย่างตรงไปตรงมา
" อยากให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หยุดโจมตีแถลงการณ์ ศอรส.ได้แล้ว หยุดเล่นเกมการเมือง เพราะการโจมตีดังกล่าวก็เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ซึ่งหากเปรียบเทียบกับการกระทำของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ในสมัยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ มีการเรียกบุคคลต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนไปชี้แจงนั้น มองว่าเป็นการทำหน้าที่เกินกว่าเหตุยิ่งกว่าศอ.รส.เสียอีก " นายพร้อมพงศ์ กล่าว
"พร้อมพงศ์" เตรียมจี้ป.ป.ช.สอบปมคดีสมัยรัฐบาล "อภิสิทธิ์" ไม่คืบ 21 เม.ย.นี้
นายพร้อมพงศ์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 เม.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ตนจะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพื่อทวงถามความคืบหน้าของการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงของคดีที่เกี่ยวข้องกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันมีพฤติการณ์ส่อทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำความคิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญยัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตราฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง สมัยเป็นรัฐบาล อาทิ คดีทุจริตโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน คดีแแทรกแซงการใช้อำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบของกระบวนการยุติธรรมเกี่ยวการการชันสูตรพลิกศพ 91 ศพ กรณีสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 เป็นต้น เนื่องจากตนได้ตรวจสอบกับคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทย พบว่าการดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการป.ป.ช.เกี่ยวกับคดีดังกล่าวไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ บริหารงานมาก่อนรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพราะเห็นว่าวันนี้ประชาชนควรทราบว่าการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงมีความคืบหน้าอย่างไร และขอเรียกร้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.เร่งดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง เนื่องจากเมื่อเทียบกับกรณีโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรรมการ ป.ป.ช.กลับใช้เวลาเพียงไม่นาน ในการเร่งรีบไต่สวนข้อเท็จจริง จึงอยากให้เทียบมาตราฐานในการตรวจสอบ มีการดำเนินการในลักษณะที่เลือกปฏิบัติหรือไม่ ซึ่งขอให้ ป.ป.ช.รีบชี้แจงโดยด่วน
"เพื่อไทย" ยันส่ง "จารุพงศ์-โภคิน" ร่วมวงถกกกต. 22 เม.ย.นี้
นายพร้อมพงศ์ แถลงถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชิญพรรคการเมืองหารือเรื่องการเลือกตั้ง ในวันที่ 22 เม.ย.นี้ ว่า พรรคเพื่อไทยได้ทำหนังสือตอบรับส่งให้กกต.ว่าจะส่งนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายโภคิน พลกุล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยไปร่วมประชุมครั้งนี้ โดยได้กำหนดข้อเสนอ 5 ข้อ เพื่อให้กกต.พิจารณา เร่งดำเนินการจัดการเลือกตั้ง และจะนำมติของการประชุมพรรคการเมืองที่ลงเลือกตั้งส.ส. เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 57 จำนวน 53 พรรคการเมืองที่ได้ประชุมเมื่อ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา ที่มีมติให้กกต.เร่งจัดการเลือกตั้ง ภายใน 45-60 วัน เนื่องจากก่อนหน้านั้นนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งระบุว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งประมาณวันที่ 20-27 ก.ค. และจะได้รัฐบาลชุดใหม่ประมาณวันที่ 1 ต.ค.นั้น ทางเพื่อไทยมองว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน เพราฉะนั้นในวันที่ 22 เม.ย. จะเป็นโอกาสที่ดีที่พรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองต่างๆ ที่มีข้อสรุปเห็นตรงกันว่าจะต้องเร่งดำเนินการจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วันและกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งรายละเอียดจะนำไปเสนอในที่ประชุมวันที่ 22 เม.ย.
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยมองว่าถ้าวันที่ 22 เม.ย. กกต.ได้หารือกับพรรคการเมืองทั้งหมดและได้ข้อสรุปจนสามารถกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ เพื่อหารือรัฐบาลออกพ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่จะเป็นเรื่องที่ดีที่จะหาทางออกในขณะนี้ เพื่อแก้วิกฤตทางการเมืองที่ต้องฟังเสียงประชาชนและจะต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม หากกกต.กำหนดวันเลือกตั้งได้เร็วก็จะได้รับการชื่นชมจากประชาชน แต่ถ้ายังยื้อเวลาตนเชื่อว่ากกต.อาจะได้ก้อนอิฐจากประชาชนแทนดอกไม้ ทางออกเดียวขณะนี้คือการเลือกตั้ง ดังนั้นวันที่ 22 เม.ย. กกต.ต้องมีความชัดเจน หากยังอ้างเหตุผลอื่นต้องตอบคำถามสังคมได้ให้ และกกต.ต้องรับผิดชอบ นี่เป็นโอกาสที่กกต.จะได้แสดงบทพระเอก
"การหารือในวันนั้น หาเสียงส่วนใหญ่ยืนยันว่าจะดำเนินการจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน กกต.ก็ต้องดำเนินการตามนั้น ไม่เช่นนั้นกกต.จะตอบสังคมได้อย่างไร ซึ่งพรรคการเมืองทั้งหมดได้มีมติไปแล้ว ได้ยื่นหนังสือให้กกต.ไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมที่จะออกพ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมในการจัดการเลือกตั้งใหม่ ดังนั้น ทางออกเดียวในขณะนี้ คือ การเลือกตั้ง กกต.ต้องฟังเสียงประชาชน และให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด นี่คือการลดปัญหาความขัดแย้งได้ นำประเทศเข้าสู่ภาวะปกติได้"นายพร้อมพงศ์ กล่าว



