ข่าว

รวบกัปตัน-2ลูกเรือเกาหลีใต้

รวบกัปตัน-2ลูกเรือเกาหลีใต้

19 เม.ย. 2557

กัปตันและ2ลูกเรือ ถูกจับแล้ว กับปตันถูกตั้ง 5 ข้อหามีส่วนทำให้เรืออัปปาง หนีออกจากเรือ ไม่รีบอพยพผู้โดยสารก่อนเรือล่มทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมา

 
 
          วันที่ 19 เม.ย.57 นาย ลี จุน-ซก วัย 69 ปี กัปตันของเรือโดยสาร เซโวล และลูกเรืออีก 2 คนที่อยู่ในห้องควบคุมเรือถูกจับกุมตัวแล้วเช้าวันนี้ โดยทั้งสามคนถูกตำรวจนำออกมาพบสื่อมวลชนที่รออยู่ที่สถานีตำรวจในสภาพสวมเสื้อแจ็กเก็ตกันฝนที่มีฮู้ดคลุมและมีผ้าขนหนูปิดบริเวณข้อมือที่ถูกใส่กุญแจมือ
 
          กัปตันถูกตั้ง 5 ข้อหาเช่น ละทิ้งหน้าที่ ประมาททำให้มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ไม่พยายามขอความช่วยเหลือจากเรืออื่น และละเมิดกฎข้อบังคับด้านความปลอดภัยทางทะเล และข้อหาเหล่านี้จะสะท้อนถึงแนวทางการสอบสวนสู่การหาสาเหตุที่ทำให้เรืออัปปางขณะเดินทางออกจากเมืองอินชอนเพื่อไปยังเกาะเชจู โดยเรือล่มห่างจากชายฝั่งเกาะชินโดราว 20 กม. 
 
          อัยการระบุว่า กัปตันและลูกเรือหนีออกจากเรือ ไม่ได้พยายามบังคับเรือด้วยความระมัดระวัง โดยไม่พยายามชะลอความเร็วขณะเรือแล่นไปในเส้นทางที่แคบและยังหันเลี้ยวทำมุมมากเกินไป นอกจากนี้กัปตันยังไม่ได้แนะนำให้ผู้โดยสารรีบลงจากเรือทำให้มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ และเขาไม่ได้ควบคุมเรือ
ในช่วงที่เรือเริ่มเอียงจนจมลงโดยปล่อยให้ผู้ช่วยต้นเรือควบคุมเรือแทน แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเขาอยู่ที่ไหนตอนเกิดเหตุ แม้รู้แน่ชัดว่าเขาไม่ได้อยู่ในห้องควบคุมเรือในช่วงก่อนเกิดอุบัติเหตุ 
 
          และหากศาลตัดสินว่ากัปตันกระทำความผิดจริง อาจต้องโทษจำคุกนาน 5 ปี 
 
          จากรายงานข่าวระบุว่า กัปตันและลูกเรือจำนวนหนึ่งเป็นคนแรกๆ ที่หนีออกจากเรือนอกจากนี้จากบทสนทนาระหว่างเรือกับเจ้าหน้าที่บนฝั่ง และการสอบถามคนบนเรือพบว่า กัปตันทำให้การอพยพผู้โดยสารล่าช้าถึงครึ่งชั่วโมง หลังจากเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการการสัญจรทางเรือเชจู สั่งให้เตรียมพร้อมอพยพและนำเสื้อชูชีพออกมาในช่วงเวลาเพียง 5 นาที หลังจากเรือเซโวลส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือขณะเรือเริ่มเอียงลงเรื่อยๆ แต่กัปตันกลับไม่สั่งการในทันที และปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปกว่า 30 นาที และอาจไม่ได้บอกผู้โดยสารเลยด้วยซ้ำ  
 
          ส่วนกัปตัน กล่าวต่อผู้สื่อข่าวหลังออกจากศาลโดยปกป้องการตัดสินใจของตัวเองว่า กระแสน้ำไหลเชี่ยวและน้ำเย็นมาก บวกกับไม่มีเรือกู้ภัย ทำให้เขาคิดว่าควรให้ผู้โดย สารรออยู่บนเรือจนกว่าเรือกู้ภัยจะมาถึง และยอมรับว่าเขาได้วางแผนเบี่ยงเส้นทางออกจากเส้นทางปกติด้วย และเขาได้เข้าในห้องเคบินช่วงสั้นๆ เพื่อทำอะไรบางอย่าง จากนั้นอุบัติเหตุก็เกิดขึ้นแล้ว ส่วนผู้ช่วยต้นเรือที่ควบคุมเรือที่ถูกจับกุมด้วย บอกว่า เขาไม่ได้หันหัวเรือเร็วเกินไป แต่จากข้อมูลการติดตามเรือลำดังกล่าวโดย กระทรวงการเดินเรือระบุว่าเรือหันเลี้ยวมากเกินและเร็วเกินไป ก่อนจะส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือครั้งแรก
 
          ส่วนประเด็นเรือเบี่ยงออกจากเส้นทางปกติที่กำหนดไว้นั้น กระทรวงการประมงและมหาสมุทรชี้แจงว่าได้อนุมัติให้เปลี่ยนเส้นทางได้ ซึ่งไม่ได้ห่างจากเส้นทางเดิมเท่าใดนัก นอกจากนี้ตำรวจน้ำบอกว่า เรือไม่น่าจะชนหินโสโครกอย่างที่มีรายงานกันก่อนหน้านี้