ข่าว

'ชัยเกษม นิติสิริ'ตอบประเด็นร้อนแถลงการณ์ศอ.รส.

'ชัยเกษม นิติสิริ'ตอบประเด็นร้อนแถลงการณ์ศอ.รส.

19 เม.ย. 2557

สัมภาษณ์พิเศษ : 'ชัยเกษม นิติสิริ' ตอบประเด็นร้อนแถลงการณ์ศอ.รส.

 
                        กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความไม่บังควร หลัง ศอ.รส.ออกแถลงการณ์จะกราบบังคมทูลขอพระบรมราชวินิจฉัยกรณีหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในคดีโยกย้ายนายถวล เปลี่ยนศรี เลขาฯสมช.ในลักษณะไม่เป็นธรรมแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ ครม. ซึ่งเรื่องนี้นายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวในรายการเก็บตกเนชั่นอย่างละเอียด
 
 
@ คำว่าเกินกว่ารัฐธรรมนูญ เป็นแนวคิดที่มาจากท่านเองหรือเปล่า ?
 
                        นายชัยเกษม - เดิมทีเป็นความเห็นส่วนตัว แล้วก็ให้สัมภาษณ์สื่อบางรายไป ต่อมาเมื่อวานนี้ (17 เม.ย.) ศอ.รส.แถลงข่าว ก็นำแนวความคิดนี้ไปอยู่ในแถลงการณ์ของ ศอ.รส.ด้วย
 
 
@ อย่างนี้แปลว่า ศอ.รส. รัฐบาล พรรคเพื่อไทย ก็เห็นด้วยกับแนวทางนี้ ถูกหรือไม่ ?
 
                        นายชัยเกษม - ยังคงพูดถึงไปไม่ได้ไกลขนาดนั้น เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของแถลงการณ์ของ ศอ.รส.เท่านั้น ยังไม่ถึงระดับพรรคเพื่อไทย หรือระดับของรัฐบาล ก็คงต้องไปถามดูอีกทีนะครับ
 
 
@ ก็มีการวิจารณ์กันเยอะว่า การกระทำอย่างนี้ดูแล้วไม่บังควร
 
                        นายชัยเกษม  - จะบังควรหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องที่สังคมจะต้องเป็นผู้ที่พิจารณาในเรื่องนี้ แต่ต้องเรียนว่า เมื่อไม่มีทางออกตามรัฐธรรมนูญ เพราะว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอะไรที่เกินขอบเขตที่จะวินิจฉัยได้ตามรัฐธรรมนูญ ท่านจะทำอย่างไร ท่านจะปล่อยให้ศาลรัฐธรรมนูญทำอะไรตามอำเภอใจได้หรือ เพราะฉะนั้น ถ้าวินิจฉัยเกินรัฐธรรมนูญ เราก็ไม่มีที่พึ่ง ผมก็คิดว่า การที่ให้มีพระบรมราชวินิจฉัยนั้น ก็จะเป็นช่องทางหนึ่งที่น่าจะทำได้ครับ
 
 
@ ถ้ามองอีกนัยหนึ่ง ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งทั้งนายกรัฐมนตรี และ ครม. ก็เท่ากับไม่ยอมรับในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ ?
 
                        นายชัยเกษม  -  คืออย่างนี้ ต้องเรียนว่า หลักในการบริหารบ้านเมือง ไม่ว่าประเทศใดในโลก ต้องไม่ว่างจากผู้บริหาร ประเทศต้องมีรัฐบาล ถ้าประเทศไม่มีรัฐบาลเมื่อไหร่ ความวุ่นวายปั่นป่วนก็จะตามมา เพราะฉะนั้น การที่จะใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ แล้วดูบทกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น เราก็ต้องดูและจะใช้หรือตีความก็แล้วแต่ว่าประเทศนั้นไม่สามารถว่างรัฐบาลได้ เราจะเห็นว่า ในมาตรา 180-187 ที่พูดกันอยู่เสมอว่า มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น ทำให้รัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งไป แต่ปรากฏว่า ในมาตรา 181 กำหนดไว้ว่า รัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ก็คือ ไม่ให้ประเทศว่างรัฐธรรมนูญนั่นเอง
 
                        จะเห็นว่า รัฐธรรมนูญเองกำหนดไว้ด้วยว่า ถ้ามีการยุบสภา ต้องรีบดำเนินการให้มีการเลือกตั้ง โดยกำหนดไว้ไม่เกิน 45 วัน ถึง 60 วัน แต่ปรากฏว่า เวลานี้ อะไรที่ดีไซน์ไว้ในรัฐธรรมนูญมันบิดเบี้ยวไปหมด อย่างเช่น การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ทั้งๆ ที่ผมเห็นว่า ไม่ควรจะเป็นโมฆะ
 
                        นอกจากนั้น พอเป็นโมฆะแล้ว ทาง กกต.ก็บอกว่า ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขของการยุบสภา ไม่จำเป็นต้องเลือกตั้งภายใน 45 วัน หรือ 60 วัน มันก็เลยทำให้ประเทศไม่มีผู้บริหารที่มีอำนาจเต็มเป็นระยะเวลายาวนาน 
ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมาบอกอีกว่า เมื่อนายกฯ ผิด ครม.ต้องไปทั้งคณะ ซึ่งอาจจะไม่เกิดก็ได้ ผมต้องเรียนไว้อย่างนั้น มันก็จะทำให้ประเทศไม่มีผู้บริหารเลย ซึ่งการใช้กฎหมายลักษณะอย่างนั้น คงจะยอมรับยากนะครับ
 
 
@ การแถลงของ ศอ.รส.ในข้อ 3 เหมือนกับเป็นการดักคอศาลรัฐธรรมนูญล่วงหน้าหรือเปล่าว่า หากวินิจฉัยแบบนี้ ถ้าหากว่างเว้นไปทั้งนายกฯ และ ครม. จะนำเรื่องนี้ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อขอให้มีพระบรมราชวินิจฉัยนั้น ?
 
                        นายชัยเกษม - คืออันนี้เป็นเพียงข้อแนะนำ และเป็นความเห็นของ ศอ.รส. จะเห็นได้ว่า ศอ.รส.ไม่ได้ไปสั่งองค์กรในนั้นเลย ไม่ได้ไปบอกว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องทำอย่างนั้น อย่างนี้ เพราะเราไม่มีอำนาจไปสั่งได้ แต่เราเห็นว่า เขาควรจะทำอย่างนั้น อย่างนี้ ก็เป็นความเห็นอย่างหนึ่ง ซึ่งท่านอาจจะทำหรือไม่ทำตามก็ได้
 
                        ถ้าทุกองค์กรที่เมื่อวานนี้ได้พูดถึงในประกาศ ศอ.รส.ทั้งหมด 7 องค์กร หรือ 7 ภาคส่วนของสังคม ถ้าทำได้อย่างที่ ศอ.รส.ว่า ความสงบก็จะเกิดขึ้น มันไม่เกิดการพิพาทกัน ไม่ต้องเกิดการบาดเจ็บล้มตายกัน คือ เราคาดเดาไป เวลานี้การที่คนสองฝ่ายจำนวนมากมาชุมนุมกัน และมีความเห็นแตกต่างกันมากๆ มันอาจจะเกิดความวุ่นวายขึ้น และ ศอ.รส.มีหน้าที่ในการที่จะไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ก็เลยมีข้อแถลงการณ์ดังที่ได้ทราบกันแล้ว
 
 
@ ถ้านายกฯ ต้องไปคนเดียว แต่ครม.อาจจะยังอยู่ได้ จะไม่ทูลเกล้าฯ ใช่หรือไม่ ?
 
                        นายชัยเกษม  -  ขอเรียนว่า เป็นแนวความคิดที่ทำได้ แต่ว่าจะใช้แค่ไหน เพียงใด อย่างไร อยู่ที่ผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรี ว่าจะว่าอย่างไร จริงๆ แล้วตามกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะผูกพันไปทุกองค์กร แต่ถ้าคำวินิจฉัยที่ออกไปนอกรัฐธรรมนูญจะให้ทำอย่างไร ถ้าไม่ไปพึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
 
 
@ ก็อาจจะต้องตีความกันอีกว่า นอกรัฐธรรมนูญหรือเปล่า ?
 
                        นายชัยเกษม  - เรื่องนี้ก็ต้องไปว่ากัน ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องของแต่ละองค์กรที่เกี่ยวข้อง พอมีการวินิจฉัยไป ถ้าศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในกรอบที่เห็น รัฐบาลเห็นว่าอยู่ในกรอบ ก็เดินไปตามกรอบนั้น แต่ถ้ารัฐบาลเห็นว่าไม่อยู่ในกรอบ รัฐบาลก็ต้องหาทางดูว่า นอกกรอบรัฐธรรมนูญ จะต้องทำอย่างไร ผมก็เป็นเพียงข้อเสนอแนะแนวหนึ่งเท่านั้น คนอื่นอาจจะมีความเห็นที่แตกต่างไปก็เป็นได้
 
 
@ ข้อเสนอแนะของคุณชัยเกษมก็สอดคล้องกับแถลงของ ศอ.รส.
 
                        นายชัยเกษม  - ครับ ก็สอดคล้องกันเป็นบางส่วน แต่จะเห็นว่า ของผมอ้าง มาตรา 7 แต่ ศอ.รส.ไม่พูดถึง เพราะเห็นว่าเป็นสิทธิ เป็นเรื่องที่สามารถ เหมือนกับร้องทุกข์ต่อในหลวงได้ เท่านั้นเอง ให้พระองค์ท่านเป็นผู้วินิจฉัย แต่ของผมอ้าง มาตรา 7 เลย ว่า มันเป็นสิ่งที่ในรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญทำเกินขอบเขต หรือ ตัดสินไปนอกรัฐธรรมนูญ มันก็ไม่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ก็อาศัย มาตรา 7 แต่ผลก็เหมือนกัน จะอ้างหรือไม่อ้างก็แล้วแต่
 
 
@ แถลงการณ์ของ ศอ.รส.ดูเหมือนพยายามจะบอกไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ - ป.ป.ช.- กกต. ถ้าเกิดมีอะไรออกมาที่ ศอ.รส.หรือรัฐบาลไม่ชอบก็จะไม่ยอมรับ ก็จะไม่เอาแบบนั้น ?
 
                        นายชัยเกษม  - ไม่ใช่อย่างนั้นครับ เพราะ ศอ.รส.ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปวินิจฉัย หรือมีท่าทีอะไรแทนรัฐบาลได้ แต่ที่ ศอ.รส.เสนอไป เพียงแต่ว่า 7 ภาคส่วนของสังคมสามารถดำเนินการปฏิบัติได้ตามอำนาจหน้าที่ของตน หรือ ปฏิบัติตนทำให้ไม่เกิดความวุ่นวาย ทำให้ไม่เกิดการปะทะกันของกลุ่มคนสองกลุ่มใหญ่ๆ ได้ มันก็เกิดความสงบเรียบร้อย วัตถุประสงค์ของ ศอ.รส.มีอย่างเดียวครับว่า เป็นข้อเสนอแนะว่า ถ้าทำได้อย่างนี้ มันก็จะเกิดความเรียบร้อยในสังคมเท่านั้นเอง ไม่ได้มีวัตถุประสงค์อื่น เราไปตอบแทนหน่วยอื่นๆ ไม่ได้ อย่างวันนี้ (18 เม.ย.) เห็นข่าวว่า กกต.บอกว่า ศอ.รส.สั่งไม่ได้ แน่นอนครับว่า สั่งไม่ได้ และเราก็ไม่ได้ไปสั่งเขา แต่มีข้อสังเกต ข้อเตือนนิดหนึ่งว่า ท่านทำอะไร ท่านต้องคิดถึงด้วยว่า อะไรที่ท่านทำ อะไรที่มันไม่ตรงไปตรงมา ไม่พยายามเลือกตั้ง ถ้ามีคนเห็นอย่างนี้ขึ้นมาแล้วมันเกิดความเห็นที่แตกต่างกัน ที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นมา ให้ท่านไปพิจารณาเท่านั้นเอง ศอ.รส.ไม่มีอำนาจไปสั่ง กกต. ท่านมีอิสระในการดำเนินการ
 
 
@ แต่ว่า แถลงของ ศอ.รส.7 ข้อ เหมือนกับเป็นการตั้งแง่กับ ป.ป.ช. - ศาลรัฐธรรมนูญ ?
 
                        นายชัยเกษม  - อย่าใช้คำว่า ตั้งแง่ เลยครับ ก็เป็นเพียงแค่ข้อเสนอ คุณอ่านเรื่อยๆ เงียบๆ ไปอย่างธรรมดาๆ เป็นเหมือนกับข้อสังเกตว่า ถ้าทำได้อย่างที่ ศอ.รส.ว่าแล้ว ความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองก็คงเป็นไปได้ แต่ว่า ถ้าใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือ อาจผิดเพี้ยนไปจากที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดไว้