ข่าว

'ตู่-เต้น'เฮ!ศาลไม่ถอนประกัน

'ตู่-เต้น'เฮ!ศาลไม่ถอนประกัน

18 เม.ย. 2557

ศาลอาญาไม่ถอนประกัน 'จตุพร-ณัฐวุฒิ' ชี้พยานหลักฐานไม่เพียงพอ เตือนระวังปราศรัย

 
                       18 เม.ย.57 ที่ห้องพิจารณา 803 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 15.35 น. ศาลอ่านคำสั่งกรณีที่มีการกล่าวหานายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. จำเลยที่ 2-3 ในคดีหมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่ร่วมกับแกนนำ นปช. รวม 24 คนก่อการร้ายว่ามีพฤติการณ์ขึ้นปราศรัยเวทีการชุมนุม นปช. ใน จ.นครราชสีมา เมื่อเดือน ก.พ. 57 ที่ผ่านมา ว่าน่าจะเข้าข่ายผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราว
 
                       โดยศาลพิเคราะห์ คำเบิกความที่ได้จากนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ , นายบรรจบ รุ่งโรจน์ และ นายทศพล เพ็งส้ม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์แล้ว ได้ความจากพยานทั้งสาม ว่า นายจตุพร และนายณัฐวุฒิ จำเลยที่ 2-3 เป็นแกนนำจัดชุมนุมและมีการปราศรัยบนเวที นปช.ที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 23 ก.พ.57 โดยจำเลยทั้งสองจัดให้แกนนำนปช.แต่ละจังหวัดขึ้นแสดงความคิดเห็นและเสนอแนวทางทางการเมือง
 
                       ศาลเห็นว่า แม้มีแกนนำบางคนพูดจาอย่างรุนแรง แต่ยังไม่ปรากฏว่าการกระทำของจำเลยที่ 2-3 ยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายกระทบต่อเกียรติยศ ชื่อเสียง และความเป็นอยู่ของผู้อื่น หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด เพียงลำพังที่จำเลยทั้งสองปราศรัยให้มวลชนต่อต้านรัฐประหาร ย่อมเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ เพราะการทำรัฐประหารเป็นความผิดที่มีโทษอยู่ในตัว ส่วนที่จำเลยทั้งสอง นัดประชาชนชุมนุมเพื่อต่อต้านศาลรัฐธรรมนูญนั้น จำเลยที่ 2-3 และประชาชนถือเป็นกลุ่มหนึ่งที่สามารถแสดงความเห็นในทางหนึ่งทางใดได้ แม้ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญย่อมมีผลผูกพันต่อรัฐสภา และทุกฝ่ายต้องยอมรับ
 
                       ในชั้นนี้พยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานวัตถุ ยังไม่พอฟังได้ว่าจำเลยที่ 2-3 กระทำผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวของศาล แต่ให้จำเลยทั้งสอง ระวังในการจัดชุมนุม และการปราศรัยรวมถึงการกระทำใดๆ ที่อาจผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราว ซึ่งศาลอาจเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวได้ สำหรับคดีก่อการร้ายที่ศาลอาญานัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ ก็ได้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามวันนัดดังกล่าว
 
                       ภายหลังศาลมีคำสั่งดังกล่าว นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายจตุพร กล่าวว่า ศาลเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการแสดงออกซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แม้ว่าการต่อต้านรัฐประหารหรือการไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นการแสดงความคิดเห็น โดยศาลมองว่าเป็นสิทธิของประชาชนซึ่งสามารถกระทำได้ จึงไม่เพิกถอนการปล่อยชั่วคราว แต่ศาลก็ได้กำชับเตือนไม่ให้จำเลยกระทำผิดเงื่อนไข โดยตนได้โทรศัพท์แจ้งนายจตุพรและนายณัฐวุฒิทราบผลแล้ว ซึ่งทั้งสองได้ฝากขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรมด้วย และยืนยันว่าในการชุมนุมใหญ่ของ นปช. จะไม่ให้มีการกระทำที่ผิดกฎหมายและต่อสู้อยู่ในระบอบประชาธิปไตย
 
 
'จตุพร-ณัฐวุฒิ' ขอบคุณศาลอาญาไม่ถอนประกัน
 
 
                       นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ว่า แถลงว่า ศาลให้ยกคำร้องไม่เพิ่มเงื่อนไขการประกันตัว และได้แนะนำให้ระมัดระวังในการขับเคลื่อนสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ตลอดเวลาเราได้ประกาศเสมอว่าที่ใช้สันติวิธี ผมเองมีความเชื่อมั่นว่า แนวทางสันติวิธิ แม้จะเจ็บปวด แต่เราจะชนะอย่างยั่งยั่งยืน เพราะสงครามจะจบด้วย สันติภาพ เพราะสงครามไม่มีวันจบด้วยสงครามผมเชื่อว่าหลังจากนี้อีกไม่นาน จากเดิมที่เรากำหนดการไว้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยวันไหน เราจะต้องมาก่อนวันนั้น 1 วัน แต่ยึดมั่นแนวทางสันติวิธี  ตอนนี้ทีมงานได้ไปเตรียมการอยู่ในพื้นที่ถนนอักษะ เรื่องห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ระบบการต่างๆได้เตรียมไว้แล้ว ผมเชื่อว่าหลังจากศาลรัฐธรรมรูญ นัดหมายการประชุมในวันที่ 23 เม.ย.ว่า จะให้นายกฯขยายเวลา 15 วันหรือไม่ ก็คงจะเป็นคำตอบ เพราะวันเวลาบวกลบกันไป และปัญหาของบ้านเมืองไม่มีวันจะจบ ถ้าประเทศไทย ไม่เดินเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตย และไม่มีการสังฆยานา องค์กรต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย และมีความยุติธรรมที่ทำตามหน้าที่ ผมเชื่อว่าคนไทยต่างมีความรู้สึกกับพฤติการขององค์กรอิสระบางองค์กร โดยเฉพาะตัวบุคคลบางบุคคล ในการที่จะสร้างสิ่งดีงามให้กับประเทศนี้ เราไม่ได้สู้เพื่อการเลือกตั้งอย่างเดียว แต่การต่อสู้ของ นปช.แดงทั้งแผ่นดนต่อไปนี้ เพื่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า การต่อสู้ของคนเสื้อแดงเดินทางมาไกลแล้ว เราควรจะเดินไปให้สุดทาง จงสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นด้วยมือของคนเสื้อแดงและคนผู้รักประชาธิปไตย
 
                       "ผมขอขอบคุณศาลสถิตยุติธรรม ขอบคุณศาลอาญา ที่ให้ความยุติธรรม ขอบคุณจากใจจริง ขอบคุณนายกฯ ขอบคุณหมู่มิตรในคณะรัฐมนตรี ขอบคุณพี่น้องคนเสื้่อแดงทั้งแผ่นดิน ขอบคุณผู้รักประชาธิปไตยที่ติดตามด้วยความห่วงใย ขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่าน เรายังมีภาระกิจต่อสู้ต่อไป รอวันนัดหมายที่เราจะต้องลุกขึ้นมาต่อสู้" นายจตุพร กล่าว
 
                       นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ เลขาฯ นปช. แถลงว่า ผมขอกราบขอบพระคุณ ศาลสถิตยุติธรรมที่ได้พิจารณา เรื่องนี้อย่างรวดเร็ว และได้หยิบยื่นโอกาสแห่งอิสระภาพให้กับพวกผม เพราะผมมั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้น บนเวทีลั่นกองรบที่ จ.นครราชสีมาวันนั้น ไม่มีปรากฎการณ์ใดที่เป็นการสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง หรือปลุกปั่นยุยงใดๆ ผมขอยืนวันว่า วันนี้ถ้าจะดีใจ ผมไม่ได้ดีใจที่ผมสามารถรักษาอิสระภาพไว้ได้ แต่ผมดีใจที่ผมสามารถรักษา โอกาสในการต่อสู้ เพื่อประชาธิปไตยกับประชาชนเอาไว้ได้ ผมเคยสูญเสียอิสระภาพไปแล้วหลายครั้งบนเส้นทางต่อสู้ ถ้าวันนี้จะต้องสูญเสียอิสระภาพอีกครั้ง ผมไม่เสียดาย แต่ผมจะเจ็บปวดมากถ้าไม่ได้มีโอกาสต่อสู้อย่างสุดความสามารถกับขบวนการเผด็จการที่กำลังทำลายระบอบประชาธิปไตย
 
                       "ขอประกาศพันธสัญญากับประชาชน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมยืนยันว่าในวันนัดหมายใหญ่ของประชาชน พวกผมจะประคองชีวิตและอิสระภาพ ไปยืนเคียงข้างทุกท่านแน่นอน หลังจากนี้พวกผมจะทำงานเตรียมการอย่างเต็มที่ เพื่อแสดงพลังในวัน Thailand Open Day ของเราอย่างถึงที่สุด เราจะยึดแนวทางสันติวิธี ไม่มีความรุนแรง ไม่เผชิญหน้า ไม่มีการใช้กำลังอาวุธ ต่อทั้งผู้ชุมนุมต่างกลุ่ม และเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่ ไปสร้างพลังของเราให้เต็มที่ ออกมากันให้มหาศาลในวันนัดหมาย วัน Thailand Open Day   จะเป็นวันชี้ขาดว่าประเทศไทยจะเดินไปในทิศทางใด" นายณัฐวุฒิ กล่าว
 
 
ศาลนัดฟังคำร้องถอนประกัน 'ตู่-เต้น' บ่ายสามวันนี้
 
 
                       ห้องพิจารณา 803 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อเวลา 09.00 น. ศาลนัดไต่สวนนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีต ส.ส.ระยอง , นายบรรจบ รุ่งโรจน์ อดีต ส.ส.ชลบุรี และนายทศพล เพ้งส้ม อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง กรณีที่มีการกล่าวหานายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. จำเลยที่ 2-3 ในคดีหมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่ร่วมกับแกนนำ นปช. รวม 24 คนก่อการร้าย ว่าทั้งสองมีพฤติการณ์ กระทำการเข้าข่ายผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราว โดยทั้งสองได้ขึ้นเวทีปราศรัย นปช.ที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 25 ก.พ.57 ทั้งที่ศาลอาญา ได้กำหนดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวคดีก่อการร้าย ห้ามจำเลยกระทำการใดๆลักษณะดูหมิ่นผู้อื่น ยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายกระทบต่อเกียรติยศ ชื่อเสียง และความเป็นอยู่ของผู้อื่น หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
 
                       โดยวันนี้นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของจำเลย ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการไต่สวนดังกล่าวออกไปเป็นวันที่ 8 พ.ค.นี้ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ศาลนัดสืบพยานโจทก์คดีก่อการร้ายดังกล่าว เนื่องจากนายจตุพร จำเลยที่ 2 มีอาการป่วยเป็นไข้ เจ็บคอ และนายณัฐวุฒิ จำเลยที่ 3 มีอาการหลอดลมอักเสบซึ่งต้องพักรักษาตัว จึงไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ ซึ่งนายวิญญัติ ทนายความได้นำใบรับรองแพทย์โรงพยาบาลพระราม 9 ของจำเลยทั้งสอง มายื่นต่อศาลประกอบการพิจารณาด้วย พร้อมยืนยันในคำร้องว่าจำเลยไม่มีเจตนาหลบหนีแต่เพราะอาการป่วยจึงไม่สามารถมาศาลได้และขอให้ศาลอนุญาตเลื่อนนัดการไต่สวนออกไปสักครั้งหนึ่งก่อนเพื่อให้สถานการณ์บ้านเมืองคลี่คลายลงและเพื่อให้โอกาสจำเลยทั้งสองต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ในการที่จะรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เช่น คลิปวีดีโอ ภาพถ่ายบรรยากาศการชุมนุม นปช. ประกอบการไต่สวนที่จะยืนยันว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้กระทำผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราว ซึ่งการที่จำเลยที่ 2-3กับพวกรวมทั้งประชาชน ต้องออกมาชุมนุมเพื่อปกป้องพิทักษ์รัฐธรรมนูญและการปกครองเพราะการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.และอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายคนได้กระทำผิดต่อกฎหมาย โดยพยานหลักฐานนั้นมีจำนวนมากและยังรวบรวมไม่แล้วเสร็จ จึงไม่สามารถเตรียมพยานหลักฐานมาเสนอได้ทันในวันนี้
 
                       ขณะที่ศาลพิจารณาคำร้องแล้ว เห็นว่ากรณียังไม่มีเหตุจำเป็นที่จะให้เลื่อนนัดไต่สวนวันนี้ จึงให้เริ่มไต่สวนนายสาธิต รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ , นายบรรจบ อดีต ส.ส.ชลบุรี และนายทศพล อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพยานได้กล่าวถึงคำปราศรัยของนายจตุพร และนายณัฐวุฒิ จำเลยทั้งสอง ที่ขึ้นเวทีปราศรัยวันที่ 25 ก.พ.57 ที่ จ.นครราชสีมา ว่า เป็นการปลุกระดมให้ นปช. แต่ละจังหวัดจัดชายฉกรรจ์ ตั้งเป็นกองกำลังจังหวัดละไม่ต่ำกว่า 100 คน อีกทั้งยังมีการอ้างถึงการตั้งรัฐบาลผลัดถิ่น นัดให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมใหญ่ในกทม. ซึ่งนอกจากการปราศรัยดังกล่าวแล้ว จำเลยยังได้ให้สัมภาษณ์ลักษณะดังกล่าวอีกหลายครั้ง โดยการไต่สวนนายสาธิต รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำส่งเอกสารที่เป็นคำถอดเทปการปราศรัย เสนอศาลด้วย
 
                       ภายหลังศาลใช้เวลา 3 ชั่วโมง ไต่สวนพยานทั้ง 3 ปากเสร็จสิ้นแล้ว ได้นัดฟังคำสั่งว่าจะเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวนายจตุพร และนายณัฐวุฒิ หรือไม่ ภายในวันนี้ ( 18 เม.ย.) เวลา 15.00 น.
 
                       ขณะที่น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. ซึ่งได้เดินทางมาร่วมการไต่สวน กล่าวว่า เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และเชื่อศาลจะเมตตา แม้ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ไม่กระทบต่อการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ซึ่งที่ผ่านมามีการหารือกันถึงเรื่องนี้บ้างแล้ว และไม่มีการวางตัวใครแทน ส่วนปัญหาของบ้านเมืองในขณะนี้ส่วนตัวมองว่าเกิดจากนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ไม่ทำหน้าที่ จัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อย จึงเรียกร้องให้ กกต.คนอื่นๆพิจารณาถึงการทำหน้าที่ของนายสมชัย พร้อมทั้งขอเรียกร้องให้ ศอ.รส. ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง น.พ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ไม่เดินทางเข้าร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ระดับปลัดกระทรวง กับผู้บริหาร ศอ.รส.ด้วย
 
                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้วันนี้นายจตุพร และนายณัฐวุฒิ จำเลยที่ 2-3 จะไม่ได้เดินทางมาศาล แต่ น.พ.เหวง โตจิราการ และนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก แกนนำ นปช. และกลุ่มเสื้อแดงร่วม 10 คน ได้เดินทางมาร่วมฟังการพิจารณาด้วย
 
                       สำหรับกรณีดังกล่าว นายสาธิต รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ให้พิจารณาเพิกถอนประกัน แต่เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ศาลอาญามีคำสั่งว่า นายสาธิต ไม่ได้เป็นคู่ความหรือผู้มีส่วนได้เสียในคดีแต่อย่างใด จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องแต่กรณีดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการให้ข้อมูลกล่าวกับศาลว่า จำเลยที่ 2 - 3 กระทำการที่น่าเข้าข่ายฝ่าฝืนต่อเงื่อนไขศาล จึงเห็นควรไต่สวนพยานหลักฐานให้ได้ความเป็นที่กระจ่างชัดว่า เป็นการกระทำที่ผิดเงื่อนไขของศาลหรือไม่ โดยศาลออกหมายเรียก นายสาธิต , นายบรรจบ อดีต ส.ส.ชลบุรี และนายทศพล อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพยาน และให้โอกาสจำเลยที่ 2-3 จะยื่นคำคัดค้านต่อศาลภายใน 15 วันก่อนวันนัดไต่สวนดังกล่าว