ข่าว

'มาร์ค'อัด'ศอ.รส.'ทำตัวเป็นคู่ขัดแย้ง

'มาร์ค'อัด'ศอ.รส.'ทำตัวเป็นคู่ขัดแย้ง

18 เม.ย. 2557

"อภิสิทธิ์"อัด"ศอ.รส."ทำตัวเป็นคู่ขัดแย้ง-เพิ่มปัญหาให้บ้านเมืองหลังออกแถลงการณ์บีบองค์กรอิสระถามกลับหากครม.พ้นทำหน้าที่จะใช้สถานะใดทูลเกล้าฯขอพระบรมราชวินิจฉัย

 
 
          วันที่ 18 เม.ย.57 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวผ่านรายการฟ้าวันใหม่ ทางสถานีโทรทัศน์ บลูสกาย ถึงแถลงการณ์ของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) ฉบับที่  1 โดยเชื่อว่าแถลงการณ์ดังกล่าวจะเพิ่มความขัดแย้งให้กับสังคมเพิ่มมากขึ้น เพราะได้ยุยงให้กลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลไม่ยอมรับในอำนาจและคำตัดสิน และตนแปลกใจกับการทำหน้าที่ของ ศอ.รส.ที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองแทนการเข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อย รวมถึงตนมองว่าศอ.รส. ได้ทำเกินหน้าที่อย่างไม่เหมาะสมที่ได้ได้ตั้งคำถามกับการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระในรัฐธรรมนูญ  
 
          “แถลงการณ์จะเรียกว่าสอนก็ไม่เชิง ขู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นการบีบให้องค์กรที่มีหน้า อย่าตัดสินในทางที่ไม่เป็นคุณกับรัฐบาล ที่เปรียบเหมือนความมั่นคงของประเทศ  ทั้งที่ความมั่นคงของประเทศจะเกิดได้ คือ ทุกฝ่ายต้องเคารพกฎหมาย เคารพคำตัดสินของตุลาการและเคารพการตัดสินขององค์กรอิสระ แต่หากพบว่าคำตัดสินนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ว่าไปตามกระบวนการ ดังนั้นสิ่งที่ ศอ.รส.ควรทำอย่างยิ่งคือแถลงการณ์ให้ทุกฝ่ายยอมรับคำตัดสินของ ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญมากกว่าทำตัวเป็นปัญหา และเพิ่มความขัดแย้ง ด้วยการใช้กลไกรัฐ , มวลชน ข่มขู่ คุกคามไม่ให้เกิดการตรวจสอบฝ่ายของตนเอง ดังนั้นเพื่อยุติปัญหาขอให้ ศอ.รส.สลายตัวไป เพราะไม่ได้ทำหน้าที่รักษาความมั่นคงแล้ว” นายอภิสิทธิ์ ระบุ
       
          นายอภิสิทธิ์ ระบุถึงประเด็นข้อเสนของ ศอ.รส.ให้รัฐบาลนำความกราบขึ้นทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัยว่าคณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งไปหรือไม่ หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นสถานภาพความเป็นนายกฯ  ว่าตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สิ้นสุดและมีผลผูกพันต่อทุกองค์กร แต่หากมีพยานหลักฐานยืนยันว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใดมีความไม่สุจริต สามารถดำเนินการโต้แย้งทางกฎหมายได้ แต่ในกรณีที่ ครม. จะนำความขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อขอพระบรมราชวินิจฉัยนั้น ตนขอเตือน คือ 1.คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญทำในประปรมาภิไธย ดังนั้นกรณีที่นำคำวินิจฉัยในพระปรมาภิไธยเพื่อขอพระบรมราชวินิจฉัยอีกจะทำได้หรือไม่ และที่สำคัญ หากศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ ครม. ต้องพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ รัฐบาลจะใช้สถานะใดนำความขึ้นทูลเกล้าฯ อย่างไรก็ตามการออกแถลงการณ์ของ ศอ.รส. นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร รักษาการนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคงปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นไม่ได้
       
          นายอภิสิทธิ์ ได้ระบุถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเตรียมส่งนายโภคิน พลกุล ที่ปรึกษานายกฯ ฐานะกรรมการยุทธศาสตร์ และนายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไปร่วมหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 22 เม.ย. นี้ ว่า ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ส่วนตนนั้นตั้งใจจะเข้าร่วมด้วยตนเอง และตนได้ทำหนังสือตอบรับไปยังกกต.แล้ว