ข่าว

'ปชป.' ชี้คำแถลงการณ์'ศอ.รส.'เข้าข่ายกบฏ

'ปชป.' ชี้คำแถลงการณ์'ศอ.รส.'เข้าข่ายกบฏ

18 เม.ย. 2557

"ปชป." ชี้คำแถลงการณ์"ศอ.รส."เข้าข่ายกบฏ ให้ทีมกฎหมายศึกษาก่อนยื่นเอาผิด ด้าน"ทีมกฎหมาย" ระบุไม่แน่ใจปอ.ม.113 เอาผิดศอ.รส.ได้หรือไม่เพราะพฤติกรรมยังไม่เกิด

 
 
          วันที่ 18 เม.ย.57 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าขณะนี้คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ได้พิจารณาเพื่อดำเนินการเอาผิดรัฐมนตรีที่มีตำแหน่งในศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.)  อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รักษาการรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายชัยเกษม นิติศิริ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการยุติธรรม รวมถึงนายธาริต เพ็งดิษฐ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หลังจากที่ร่วมออกแถลงการณ์ใช้อำนาจข่มขู่องค์กรตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ ในเบื้องต้นจากคำแถลงการณ์ฉบับที่ 1 นั้นพบว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเข้าข่ายกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา หมวด 2 ว่าด้วยความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ในมาตรา 113 ที่ระบุถึงการกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ อย่างไรก็ตามการดำเนินการตามกฎหมายนั้นอาจจะต้องรอให้การปฏิบัติเกิดขึ้นก่อน อาทิ การไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในคำร้องขอให้วินิจฉัยสถานภาพความเป็นนายกฯ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อย่างไรก็ตามหากการศึกษาของทีมกฎหมายระบุว่ามาตรา 113 ไม่สามารถเอาผิดได้ตนยังมีช่องทางอื่นที่จะดำเนินการเอาผิด
 
          นายชวนนท์ กล่าวด้วยว่าส่วนประเด็นที่ ศอ.รส. เสนแนะให้รัฐบาลนำความกราบขึ้นทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัยว่าคณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งไปหรือไม่ หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นสถานภาพความเป็นนายกฯ ย้ำให้เห็นถึงภาวะจนตรอกทางกฎหมายของทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย และถือเป็นการกระทำที่ไม่เคารพต่อคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีผลผูกพันต่อทุกองค์กร  รวมถึงเป็นการกระทำที่อาจละคายเคืองเบื้องยุคลบาท อย่างไรก็ตามทางพรรคประชาธิปัตย์ขอเรียกร้องไปยังองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ อาทิ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), ศาลรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบอย่างเที่ยงตรง และดำเนินการไปตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย ส่วนข้าราชการ พนักงานของรัฐ ขอให้ทำหน้าที่โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นข้าราชการไทย และประชาชนต้องแสดงความเป็นเจ้าของประเทศ และร่วมปกป้องประเทศเพื่อความสงบของบ้านเมือง
 
          ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ฐานะทีมกฎหมาย กล่าวว่าคำแถลงการณ์ของ ศอ.รส. นั้นเชื่อว่าเป็นการใช้อำนาจบริหารเพื่อเข้าไปแทรกแซงอำนาจของฝ่ายตุลาการ เพราะ ศอ.รส. คือหน่วยงานของรัฐบาล ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำและมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นผู้ควบคุม ดังนั้นคำแถลงของศอ.รส.ดังกล่าวถือว่าเป็นการแสดงออกเพื่อให้เห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณนั้นไม่ยอมรับอำนาจของศาล และองค์กรอิสระในรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้องค์กรอิสระมีอำนาจในการตรวจสอบ
       
          นายราเมศ กล่าวด้วยว่าสำหรับการดำเนินการเอาผิดบุคลากรของ ศอ.รส. โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 นั้น ต้องไปพิจารณาในรายละเอียดให้รอบคอบ เพราะบทบัญญัติในมาตราดังกล่าวระบุว่า ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ (1) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ, (2) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญหรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือ(3) แบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร  ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต ดังนั้นเฉพาะของคำแถลงการณ์อาจจะไม่เข้าข่ายมาตราดังกล่าว ต้องพิจารณาถึงการกระทำและผลที่เกิดขึ้นประกอบด้วย