
จีนโชว์'มังกรทะเล'ค้นหา'กล่องดำเอ็มเอช370'
จีนโชว์'มังกรทะเล' ค้นหา'กล่องดำเอ็มเอช370'
แม้ว่าแบตเตอรี่ของกล่องดำ "เอ็มเอช 370" น่าจะหมดลงแล้ว แต่การค้นหายังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง วันนี้ (16 เม.ย.) ออสเตรเลียระดมเครื่องบิน 14 ลำ และเรือ 11 ลำ ออกค้นหาเครื่องบิน "เอ็มเอช 370" ในพื้นที่ทั้งหมด 55,100 ตารางกิโลเมตร ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเพิร์ธ 2,000 กิโลเมตร แต่ยังไม่มีความคืบหน้า หลังจาก "บลูฟิน 21" ยานดำน้ำไร้คนขับลอยกลับขึ้นมาบนผิวน้ำและโหลดข้อมูลรวมเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ก็ยังไม่พบเศษซากชิ้นส่วนใดๆ ของเครื่องบิน "เอ็มเอช 370" เรียกได้ว่า 2 วันแห่งการค้นหา...คว้าน้ำเหลว?!!
สำหรับการทำงานของ "บลูฟิน 21" จะมี 4 ตัวเลขสำคัญ คือ 2-16-2-4 รวมเป็น 24 ชั่วโมง โดยการทำงานของบลูฟิน 21 เริ่มต้นเลข 2 คือ 2 ชั่วโมงเต็มที่บลูฟิน 21 ดำดิ่งลงท้องทะเล เพื่อไปสู่พิกัดที่คาดว่ามีกล่องดำของ เอ็มเอช 370 อยู่จุดนั้น ใช้เวลา 2 ชั่วโมงเต็มในการดำดิ่งสู่พิกัดเป้าหมาย ต่อด้วยเลข 16 เป็นช่วงเวลา 16 ชั่วโมงที่ดำดิ่งใต้ผิวน้ำ เพื่อเก็บข้อมูลขึ้นมาบนผิวน้ำ ทั้งนี้ บลูฟิน 21 มีพื้นที่การค้นหาเพียง 3X5 ตารางไมล์ เมื่อเทียบกับพื้นที่การค้นหาทั้งหมด 5 หมื่นตารางกิโลเมตร ถือว่ามีพื้นที่การค้นหาแคบมาก หลังจากนั้น บลูฟิน 21 จะใช้เวลาอีก 2 ชั่วโมง ลอยขึ้นมาจากใต้น้ำ รวมเป็น 20 ชั่วโมงเต็มแล้ว เหลืออีก 4 ชั่วโมงสุดท้าย เป็นช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ดึงข้อมูลออกมาจากบลูฟิน 21
"บลูฟิน 21" เครื่องมือการค้นหาที่ไฮเทคที่สุดขณะนี้ เพราะเหตุใดถึงยังทำงานไม่สำเร็จ นักวิเคราะห์พูดคุยกันว่า ช่วงแรกมีการคาดการณ์กันว่า พื้นผิวใต้มหาสมุทรอินเดียน่าจะเป็นสันเขาใต้มหาสมุทร เนื่องจากอดีตเคยมีแมกมาของภูเขาไฟ แต่เมื่อบลูฟิน 21 ลงไปอาจไม่ใช่แบบนั้น เนื่องจากมีลักษณะของโคลนตะกอน ซึ่งโคลนตะกอนมีผลกระทบต่อการทำงานของระบบโซนาร์ของบลูฟิน 21 ทำให้การสแกนภาพไม่ชัดเจน และไม่ได้ภาพสามมิติอย่างที่ต้องการ นอกจากนี้ บลูฟิน 21 ลงไปได้แค่ 4-5 กิโลเมตรเท่านั้น ทำให้ทีมงานต้องกลับมาทบทวนว่าจะส่งบลูฟิน 21 อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เริ่มมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับพื้นที่ในการค้นหาขณะนี้ เป็นพื้นที่ที่ถูกต้องจริงๆ หรือไม่ เนื่องจากครั้งแรกที่ได้ยินเสียงปิง ที่คาดว่าอาจจะมาจากกล่องดำ มาจากเรือ "ไห่ซุ่น" ของจีน ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน เป็นความถี่ 37 กิโลเฮิรตซ์ หลังจากนั้นเรือ "โอเชียนชิลด์" ของออสเตรเลีย ก็ค้นพบคลื่นความถี่ 33.3 กิโลเฮิรตซ์ ซึ่งพื้นที่ค้นหาขณะนี้เป็นพื้นที่ที่เรือโอเชียนชิลด์พบ 4 ปิง โดย 2 จุดนี้ ห่างกัน 500-600 กิโลเมตร เป็นไปได้หรือไม่ว่า พื้นที่การค้นหาอาจไม่ถูกต้อง เนื่องจากสัญญาณจากกล่องดำนั้นตั้งไว้ที่ 37.5 กิโลเฮิรตซ์
ขณะเดียวกัน เริ่มมีคำถามถึงปฏิบัติการร่วมค้นหาของทางการจีน ซึ่งฝ่ายจีนมีผู้โดยสารบนเครื่องบิน "เอ็มเอช 370" ถึง 153 คน ซึ่งฝ่ายจีนก็มีการรายงานข่าวเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดทางการจีนเตรียมยานดำน้ำพร้อมมนุษย์ 3 คน ที่ชื่อ "เจียวหลง" หรือ "มังกรทะเล" ซึ่งสามารถลงน้ำลึกได้ถึง 7 กิโลเมตร ซึ่งยานดำน้ำ "มังกรทะเล" ไม่ได้แค่ถ่ายภาพ แต่เป็นหุ่นยนต์ที่มีมือจับ ถ้าเจอกล่องดำก็สามารถนำขึ้นมาได้ทันที ขณะนี้รอเพียงขั้นตอนปฏิบัติ ถ้า "บลูฟิน 21" ไม่ประสบความสำเร็จ "มังกรทะล" ก็พร้อมจะออกโรงค้นหากล่องดำ "เอ็มเอช 370" ต่อ
ส่วนประเด็น "คราบน้ำมัน" ซึ่งค้นพบเมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา และมีการเก็บตัวอย่างน้ำมันไปตรวจสอบ อยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบว่าเป็นน้ำมันจากเครื่องบิน "เอ็มเอช 370" หรือไม่นั้น
ขณะที่หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามว่า ปกติแล้วเครื่องบินโบอิ้ง 777 ที่สามารถบรรทุกน้ำมันได้ 3 หมื่นแกลลอน บินไป 7 ชั่วโมง จนถึงบริเวณที่ค้นหาตอนนี้ คาดว่าน้ำมันน่าจะหมดแล้ว ทั้งนี้ เครื่องบินโบอิ้ง 777 จะมีถังเก็บน้ำมันบริเวณช่วงปีก เรียก "น้ำมันเครื่องบิน" มีลักษณะเป็นก๊าซใส คาดว่าคงหลงเหลือน้อยมาก อาจถูกคลื่นลมซัดแตกกระจาย ไม่น่าจะเหลือมาถึง 5 สัปดาห์แห่งการค้นหา นอกจากนี้ยังมี "น้ำมันเครื่องยนต์" หล่อเลี้ยงกลไกต่างๆ ของเครื่องยนต์นั้น แต่น้ำมันส่วนนี้ก็น้อยมากเช่นกัน จึงไม่น่าจะหลงเหลือให้เห็น จึงเกิดข้อสงสัยว่า คราบน้ำมันที่พบและกำลังรอผลการตรวจนั้น เป็นคราบน้ำมันมาจากอะไรกันแน่!!
..................................................................
(หมายเหตุ : "ปริศนา เอ็มเอช 370" จากรายการเก็บตกภาคค่ำ เนชั่นทีวี 19.30 น. โดย "นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์" ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี และ "พรรณี อมรวิพุธพนิช" บรรณาธิการรายงานพิเศษ)



