ข่าว

เดอะทีเร็กซ์รอโอกาสคืนความยิ่งใหญ่

เดอะทีเร็กซ์รอโอกาสคืนความยิ่งใหญ่

17 เม.ย. 2557

เดอะทีเร็กซ์รอโอกาสคืนความยิ่งใหญ่ : ภาพ อภิชัย ชุมศรี

          ผ่านไป 7 นัด สำหรับดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2014 ด้วยอันดับ 16 จาก 18 ทีม จากผลงานในสนาม ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 4 คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับขอนแก่น เอฟซี หรือเดอะทีเร็กซ์ ขณะที่ผลงานในฤดูกาล 2013 คือการจบที่อันดับ 16 จาก 18 ทีมเช่นกัน รอดการตกชั้นไปสู่ลีกภูมิภาค การเริ่มต้นฤดูกาลด้วยผลงานที่อยู่ในโซนอันตราย ทำให้การผ่าตัดทีมเพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์ กลายเป็นสิ่งเร่งด่วนที่ฝ่ายบริหารสโมสรเห็นตรงกัน เพราะคือทางออกเดียวที่ ดร.กษม ชนะวงศ์ ประธานสโมสร ดร.พงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ ผู้จัดการทีม (นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด) รวมทั้ง องอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ ผู้จัดการทีมทั่วไป เห็นตรงกันว่าคือแนวทางที่จะดึงทีมกลับมาก่อนที่จะจมลึกมากไปกว่านี้

          ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นภายในขอนแก่น เอฟซี คือการเปิดทางให้ เทเวศน์ กมลศิลป์ ที่ผ่านผลงานการคุมทีม พิษณุโลก ทีเอสวาย เอฟซี จนยกระดับตัวเองจากทีมลีกภูมิภาคโซนภาคเหนือในปีที่ผ่านมา ให้เลื่อนมาอยู่ในดิวิชั่น 1 ประจำฤดูกาล 2014 เข้ามารับหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนให้กับเดอะทีเร็กซ์ ในขณะที่ ณรงค์ ท่วมไธสง และพิเชษฐ์ สุโพธิ์เมือง ที่มีบทบาทในการทำทีมตั้งแต่ฤดูกาลที่ผ่านมา ต่อเนื่องมาจนถึงฤดูกาล 2014 ก็จะช่วยทีมในฐานะสตาฟฟ์โค้ชร่วม

          องอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ ผู้จัดการทั่วไปขอนแก่น เอฟซี เปิดเผยว่า การเข้ามาคุมทีมของเทเวศน์ กมลศิลป์ คือความหวังสำคัญที่จะทำให้ทีมอยู่รอดและขยับตัวเองจากโซนอันตรายในขณะนี้ให้ไปอยู่ในกลุ่มเลขตัวเดียวของตาราง โดยผลงานของหัวหน้าผู้ฝึกสอนรายนี้คือการพาทีมลงแข่งขัน 2 นัด ชนะ 1 แพ้ 1 ซึ่งฝ่ายบริหารต่างก็พอใจถึงทิศทางของทีมที่เชื่อว่าจะมีโอกาสฟื้นตัวได้อย่างแน่นอน

          "แม้ 2 นัดที่ผ่านมา ยังไม่สามารถชี้วัดอะไรได้ แต่สิ่งที่เราทุกคนต่างเห็นตรงกันคือ การปรับระบบของทีมให้ไปสู่เส้นทางที่ดียิ่งขึ้น เราคงไม่สามารถเร่งรัดให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพราะคือการเริ่มต้นที่ทุกฝ่ายต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งผู้เล่นที่จะต้องเรียนรู้แท็กติกของเฮดโค้ช หรือการที่เฮดโค้ชจะเรียนรู้การใช้งานของผู้เล่นในแต่ละตำแหน่งให้เกิดความคุ้มค่าต่อการทำหน้าที่ในสนาม"

          องอาจ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนในช่วงแรกของการเริ่มต้นฤดูกาล นับจากเกมในนัดที่ 6  มั่นใจว่าเป็นการเลือกในจังหวะที่เหมาะสมที่สุดที่จะทำให้เฮดโค้ชที่เข้ามามีเวลามากพอที่ปรับปรุงระบบทีมให้กลับไปอยู่ในเส้นทางที่จะสร้างผลงานให้ดียิ่งขึ้น

          "จากนี้ไปคงต้องขอให้เวลาให้ทุกคนในทีมปรับตัว แต่ขอให้ความมั่นใจทั้งกับแฟนคลับและผู้ที่รักขอนแก่น เอฟซี เราจะกลับมาสร้างผลงานได้อย่างแน่นอน เพาะแนวทางของฝ่ายบริหาร เรามีเป้าหมายร่วมกันที่จะเรียกศักดิ์ศรีให้กลับคืนมา พร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ขอนแก่น เอฟซี กลับไปสู่ไทยพรีเมียร์ลีกโดยเร็วที่สุด ด้วยสภาพของทีมที่เต็มไปด้วยผู้เล่นที่มีศักยภาพและการพร้อมที่จะทุ่มเทของฝ่ายบริหาร เมื่อรวมเข้ากับการทำงานที่เข้มแข็งของเฮดโค้ชและทีมงาน เชื่อว่าจะนำความยิ่งใหญ่ของทีมจากภาคอีสานกลับมาได้อย่างแน่อน จะเห็นว่าในทางเทคนิคแล้วการที่มอบหมายให้ ณรงค์ ท่วมไธสง และพิเชษฐ์ สุโพธิ์เมือง ร่วมเป็นสตาฟฟ์โค้ชทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับเฮดโค้ช เพราะจะทำให้ทีมใช้เวลาในการปรับตัวเพื่อเรียนรู้ในระบบใหม่ได้เร็วที่สุด" องอาจ กล่าว

          การปรับทัพของเดอะทีเร็กซ์ จึงเป็นก้าวย่างที่สำคัญและแน่นอนว่าเป้าหมายแรกของความท้าทายคือการพาตัวเองให้พ้นจากโซนอันตราย 
           

เจ.ดับบลิว. ลุ้นแบงค็อกพาพ้นวิกฤติ

          ยังคงอยู่ในภาวะที่ยากลำบากนับจากเปิดฤดูกาล สำหรับ "เจ.ดับบลิว.แบงค็อก.ยู.เอฟซี" หรือจ้าวเวหา ทีมอันดับ 14ในลีกโซนภาคกลาง-ตะวันตก จากการลงแข่งขัน 7 นัด พบกับความพ่ายแพ้ทั้ง 7 นัด แต่สำหรับ วรกร วิจารณรงค์ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ยังมีความหวังว่าจะสามารถพลิกฟื้นสถานการณ์ของทีมให้มีอันดับที่ดีขึ้นในตาราง

          วรกร กล่าวว่า ขณะนี้สิ่งที่ทำได้คือการประคองทีมให้ผ่านพ้นครึ่งฤดูกาลแรกด้วยการบอบช้ำน้อยที่สุด ขณะที่จังหวะสำคัญต่อการฟื้นฟูทีมจะอยู่ในช่วงของการเริ่มต้นเลกที่ 2 หลังพักทีม เพราะเป้าหมายที่วางในขณะนี้คือการเสริมผู้เล่นจากแบงค็อก ยูไนเต็ด เข้ามาสนับสนุน เจ.ดับบลิว.

          "เราเป็นพันธมิตรกับแบงค็อกอยู่แล้ว ดังนั้นเลก 2 ที่วางแผนเอาไว้คือการเสริมผู้เล่นจากแบงค็อกเข้ามาในรูปของการยืมตัวผู้เล่นบางส่วน ซึ่งการได้ผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูงในฟุตบอลอาชีพเข้ามา น่าจะทำให้สถานการณ์ของเราดีขึ้น ด้วยการพ้นจากการอยู่ในโซนรั้งท้ายได้" วรกร กล่าว
"กระทิงป่า" ยิ้มฤดูกาลนี้สปอนเซอร์หนุน

          ปัญญา การเจริญ หัวหน้าผู้ฝึกสอนจันทบุรี เอฟซี หรือ กระทิงป่า ทีมอันดับ 10 ในลีกภาคกลาง-ตะวันออก เปิดเผยว่า ภาพรวมของทีมในปีนี้ในแง่ของการเข้ามาสนับสนุนจากพันธมิตรในพื้นที่ (สปอนเซอร์) ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี เมื่อเทียบกับฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้ทีมมีความพร้อมในแง่ของฐานะทางการเงิน ที่จะเป็นขวัญกำลังใจสำคัญให้ผู้เล่นทุกคนในทีม

          "ฤดูกาลที่ผ่านมาผมและผู้ใหญ่ในทีมทำงานกันหนักมาก เพื่อที่จะหารายได้มาสนับสนุนเป็นเงินเดือน ทำกันทุกวิถีทาง  ฤดูกาล 2013 จันทบุรี เอฟซี มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนอยู่ที่ 300,000 บาท จะเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนั้นทำให้จำเป็นต้องปล่อยตัวผู้เล่นบางส่วนออกไปเพื่อโอกาสที่ดีของผู้เล่นรายนั้น ทั้งยังทำให้ทีมลดภาระค่าใช้จ่ายลง ส่วนฤดูกาลนี้จากการมีพันธมิตรเข้ามามากยิ่งขึ้นทำให้มีงบประมาณที่จะนำมาใช้จ่ายได้อย่างเพียงพอ โดยจากการสนับสนุนที่ได้รับทำให้สามารถบริหารรายจ่ายต่อเดือนเฉลี่ยที่ 500,000 บาท ครอบคลุมทั้งเงินเดือนและการใช้เป็นค่าเดินทางในนัดที่ออกไปเล่นนอกบ้าน จากเดิมที่ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายแบบไปแข่งและกลับในวันเดียวกัน ก็เปลี่ยนมาเป็นการเดินทางไปก่อนหน้า1 วัน เท่ากับว่าผู้เล่นจะไม่ล้าจนเกินไปกับการเดินทาง" ปัญญา กล่าว
"ชงโค" ยกนิ้ว "เทโร" พาทีมนำจ่าฝูง

          พงษ์กฤษณ์ โอถาวร ผู้จัดการทีมบีซีซี-เทโร เอฟซี ( กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย : ชงโคสีม่วง) ทีมนำในลีกโซนกรุงเทพฯ-ภาคกลาง กับผลงานลงแข่งขัน 7 ชนะ 5 เสมอ 1 แพ้ 1 เปิดเผยว่า การประสบความสำเร็จด้วยการยึดพื้นที่จ่าฝูงของตารางเอาไว้ได้ ถือเป็นสูตรสำเร็จของการทำทีมที่ลงตัวระหว่างกรุงเทพคริสเตียนกับพันธมิตร คือ บีอีซีเทโร จากไทยพรีเมียร์ลีก ที่เข้ามาร่วมสนับสนุนทั้งในส่วนของสตาฟฟ์โค้ช ผู้เล่นบางส่วนและงบประมาณในการทำทีม ซึ่งการได้ตัวผู้เล่นที่มีศักยภาพสูงจากบีอีซี เทโร มาช่วยประคองทีม เมื่อรวมเข้ากับผู้เล่นเดิมจากฤดูกาลที่ผ่านมา และการเล่นที่เป็นไปตามแผนที่สตาฟฟ์โค้ชวางแนวทางเอาไว้ เป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ทีมมีผลงานที่เป็นไปในทิศทางบวกมากยิ่งขึ้น

          "ฤดูกาล 2013 เราจบที่อันดับ 3 ของตาราง แต่ฤดูกาลนี้ การที่เราได้รับการสนับสนุนจากบีอีซี เทโร ผมเชื่อว่าเราจะแรงพอและจะยืนระยะได้อย่างยาวนานกับการเป็นจ่าฝูง แม้ว่าฤดูกาลนี้ทุกทีมจะน่ากลัว แต่เราจะผ่านทุกทีมไปยังเป้าหมายให้ได้" พงษ์กฤษณ์ กล่าว
"นกงูเหล็ก" พอใจผลงานทีมในบอลถ้วย

          ยุทธพงษ์ บุญอำพร หัวหน้าผู้ฝึกสอนสระแก้ว เอฟซี ทีมอันดับ 5 ในลีกภาคกลาง-ตะวันออก เปิดเผยว่า การแข่งขันในรายการไทยคม เอฟเอคัพ ผลงานทีมรอบแรกเป็นการออกไปเยือนและเอาชนะ กองเรือยุทธการ ได้ด้วยสกอร์ 2-1 ขณะที่การแข่งขันในรอบที่ 2 เป็นการเปิดบ้านเอาชนะมุกดาหาร ซิตี้ ด้วยสกอร์รวม 3-1 ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการจับสลากเพื่อประกบคู่ในรอบถัดไป จากทั้ง 2 นัดที่ผ่านมา ในรายการนี้พอใจผลงานของผู้เล่นในทีมที่ทำให้สระแก้ว เอฟซี ยังคงอยู่ในเส้นทางการแข่งขันได้ต่อไป ซึ่งการลงแข่งขันในรายการนี้จะทำผลงานเพื่อพาทีมเข้ารอบให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้

          "2 นัดในรายการไทยคม เอฟเอ คัพ ทุกคนในทีมทำได้ดี  แต่แน่นอนว่าในรอบถัดไปย่อมต้องเจอทั้งทีมใหญ่และทีมในระดับเดียวกัน ซึ่งเราพร้อมจะทำผลงานให้ดีที่สุดในทุกนัดที่ลงแข่งเพื่อสร้างชื่อ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะแข่งขันในรายการใด สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดก็เสียงเชียร์จากแฟนบอล  เพราะนี่คือกำลังใจที่จะทำให้ผู้เล่นทุกคนสู้ไม่ถอยในเกม" ยุทธพงษ์ กล่าว