ข่าว

'ปึ้ง'ไล่'รัฐบุคคล'กลับไปเลี้ยงหลานที่บ้าน

'ปึ้ง'ไล่'รัฐบุคคล'กลับไปเลี้ยงหลานที่บ้าน

17 เม.ย. 2557

"สุรพงษ์"ไล่"รัฐบุคคล"กลับไปเลี้ยงหลานที่บ้านเปิดประเด็นหากศาลรธน.ชี้มูลนายกฯไม่ส่งผลครม.พ้นทั้งคณะเหตุครม.มีตั้งแต่"ปู1-ปู5" จวก"หมอณรงค์"ทำตัวเหนือกฎระเบียบ

 
 
 
          วันที่ 17 เม.ย.57 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะรัฐบุคคล นำโดย พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีต ผบ.สส.ออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองร่วมพูดคุยหาทางออกความขัดแย้ง เพื่อเป็นทางออกประเทศว่า กลุ่มรัฐบุคคลเป็นผู้สูงอายุ ควรจะไปเลี้ยงหลานที่บ้าน ไม่น่ามาใช้สมองคิดสร้างสรรค์ในสิ่งที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง ไปดึงคนนั้นคนนนี้มาเกี่ยงข้อง ควรไปเลี่ยงหลานกันให้หมด อายุมากแล้ว คนแก่มากบางทีก็มีพฤตกรรมเหมือนเด็ก
 
 
 
 


หากศาล รธน.ชี้มูลนายกฯ ไม่ส่งผล ครม.พ้นทั้งคณะ เหตุ ครม.มีตั้งแต่ "ปู 1 - ปู 5"  
 
          นายสุรพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมองกันว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรี และครม.พ้นสภาพทั้งหมดจะทำให้ปลัดกระทรวงมีอำนาจเทียบเท่ากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงและทำหน้าที่รักษาแทนและมีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีรักษาการได้ว่า ไม่ได้ห่วงในประเด็นดังกล่าว เพราะหากคำตัดสินออกมานายกรัฐมนตรีและ ครม.ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ต้องอย่าลืมว่า ครม.ปู 1 ปู 2 ปู3 ปู4 และปู 5 ในแต่ละชุดความผิดอาจไม่เหมือนกัน อยากกรณีการถอดถอนนายถวิล เปลี่ยนศรี อาจเป็นเฉพาะ ปู 1 ตนก็อาจจะหลุดไปพร้อมๆ กับนายกรัฐมนตรี แต่ ครม.ปู 3,4, 5 ยังอยู่  ซึ่งยังมีรองนายกรัฐมนตรีคนอื่นอยู่ปฏิบัติหน้าที่ได้ กว่าจะมาถึงปลัดกระทรวงคงไม่มีโอกาส เพราะการจะตัดสินต้องดูว่า ครม.ชุดไหนด้วยที่อนุมัติเรื่อง หากตัดสินตรงไปตรงมาให้ความเป็นธรรมไม่มีปัญหา อย่าหาว่าตนชี้นำหรือกดดันศาล แต่ต้องการเห็นความยุติธรรมมีจริงในสังคมไทย
 
 
 
 
 
ระบุเชิญปลัดกระทรวงมา ศอ.รศ. ไม่มีนัยยะซ้อนเร้น 
 
          นายสุรพงษ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เชิญหัวหน้าระดับปลัดกระทรวงเข้าร่วมประชุม ศอ.รส.ว่า  ไม่มีวัตถุประสงค์ใดๆ แทรกซ้อน แต่เป็นการนำคำพูดของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ที่ปราศรัยประกาศจัดตั้งรัฏฐาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา เปิดวีดีโอให้ปลัดแต่ละกระทรวงดู เพื่อทำความเข้าใจ ในระเบียบข้าราชการพลเรือน ซึ่งมีข้อกำหนดชัดเจนในการที่จะให้การสนับสนุนคนที่เป็นกบฎต่อบ้านเมืองหรือคนที่พยายามยึดอำนาจไว้กับตนเองนั้น เป็นการกระทำไม่ได้ เพราะผิดกฎหมาย หากข้าราชการไปสนับสนุนถือเป็นการดำเนินการที่ผิดระเบียบของข้าราชการพลเรือน การที่เชิญปลัดกระทรวงมาชี้แจงถึงข้อมูลเหล่านี้ เนื่องจากปลัดกระทรวงแต่ละท่านได้ทำงานในตำแหน่งหน้าที่มานานพอสมควร บางคนอาจไม่ได้สนใจระเบียบข้อบังคับของการเป็นข้าราชการ ฉะนั้นต้องรื้อฟื้นให้ปลัดกระทรวงได้รับทราบข้อกฎหมายระเบียบของตนเองให้เข้าใจและนำไปชี้แจงข้าราชการในแต่ละกระทรวง ซึ่งการให้ความร่วมมือสนับสนุนบุคคลอย่างนายสุเทพ ที่เป็นรัฏฐาธิปัตย์นั้น ผิดวินัยของข้าราชการ
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ปลัดกระทรวงที่ไม่มาตามคำเชิญของ ศอ.รส.ถือว่ากระด่างกระเดื่องต่อรัฐบาลหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ต้องดูด้วยเหตุผล ซึ่งปลัดกระทรวงแรงงานแจ้งมาว่าป่วยไม่สามารถมาร่วมฟังคำชี้แจงได้ แต่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขปฏิเสธชัดเจนไม่มา โดยก่อนหน้านี้ก็เคยปฏิเสธสมัยเป็น ศอ.รส.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้แจ้งไปทาง รมว.สาธารณสุขให้ดำเนินการตามขั้นตอนภายใต้ระเบียบกระทรวงด้วย เรื่องเหล่านี้ต้องพิจารณา เพราะเป็นถึงปลัดกระทรวง การดำเนินการโดยไม่ถูกระเบียบข้อบังคับของทางราชการ ทำตัวอยู่เหนือกฎระเบียบ คงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่อยากให้เป็นเยี่ยงอย่างข้าราชการทั่วไป เพราะข้าราชการต้องปฏิบัติภายใต้กฎระเบียบข้าราชการ ทั้งนี้ในส่วนของรัฐบาล คงไม่สามารถไปโยกย้ายข้าราชการระดับสูงดังกล่าวได้  เชื่อว่าสังคมเข้าใจว่าข้าราชการคนไหนเป็นอย่างไร บางคนเป็นข้าราชการที่ขึ้นมาเป็นใหญ่ด้วยการวิ่งเต้นจนลืมไปว่าตัวเองต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบ ถือเป็นอุทาหรณ์ให้ข้าราชการศึกษาควรนำเป็นเยี่ยงอย่างหรือไม่อย่างไร เพราะข้าราชการดีๆ ในบ้านเมืองก็มีอีกเยอะ
 
          เมื่อถามว่า ศอ.รส.ห่วงหรือไม่ที่นายสุเทพ เตรียมชักชวนภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจหารือเพื่อนัดเคลื่อนไหวใหญ่อีกครั้ง นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ไม่ห่วงเลย เชื่อว่าภาคธุรกิจ ภาคเอกชน เข้าใจสิ่งที่นายสุเทพประกาศ หากยังต้องการให้นายสุเทพมาเป็นผู้นำทางความคิดก็เป็นสิ่งที่น่าเสียใจ เพราะนายสุเทพประกาศไม่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังนั้นคนที่จะไปร่วมกับนายสุเทพ ต้องคิดให้ดี เพราะวันนี้นายสุเทพและคนในพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำความเสียหายต่อประเทศมามากแล้ว  
 
          “ขอฝากถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในการที่จะไปคุยกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง ฝ่ายบริหารกิจการเลือกตั้ง ที่จริงไม่จำเป็นต้องถ่ายทอดสดเลย แต่หากนายอภิสิทธิ์ อยากจะถ่ายทอดก็ไปนั่งคุยกับนายสมชัย สองต่อสอง ก็ตกลงกันว่าจะเลือกตั้งวันไหน เอาที่ประชาธิปัตย์สบายใจว่าลงเลือกตั้งแล้วจะมีคนเลือกหรือมีโอกาสจะชนะก็เอากันเต็มที่ไปเลย เพราะพรรคการเมือง 70 กว่าพรรคต้องการเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งอยู่แล้ว ปัญหาอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียว หากประสานขออำนวยความสะดวกเรื่องการถ่ายทอดสดผมก็พร้อมประสานให้ถ้ามีโอกาสทำได้ ทั้งนี้อยู่ที่สิทธิของสื่อแต่ละช่องด้วย” นายสุรพงษ์ กล่าว