ข่าว

เฮไหนไปกันพร้อมหน้าครอบครัว

เฮไหนไปกันพร้อมหน้าครอบครัว

17 เม.ย. 2557

เฮไหนไปกันพร้อมหน้าครอบครัว : ไลฟ์สไตล์


   
          แม้จะผ่านวันครอบครัวไป แต่ใช่ว่าจะเป็นเพียงวันเดียวที่จะใส่ใจซึ่งกันและกัน เพราะคนใกล้สำคัญที่สุด หลายๆ บ้านจึงไม่ต้องรอให้ถึงวันนี้ เพราะพวกเขายกให้ทุกวันเป็นวันของครอบครัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะไปไหน ทำอะไร เฮกันไปพร้อมพรั่ง ขาดหายใครไปสักคนถึงขั้น "งานกร่อย" ทีเดียวล่ะ...
    
          ดูอย่างครอบครัว "พานิชสมัย" คุณแม่ "ใหม่" เกล็ดดาว บอกว่า ถือเป็นความโชคดีที่มีคุณพ่อและคุณแม่เป็นแบบอย่าง ท่านทั้ง 2 เป็นคนรักครอบครัว และยกให้ครอบครัวมาก่อนเสมอ ซึ่งตรงนี้สามารถนำมาใช้กับครอบครัวของตัวเอง อย่างเรื่องของความรักและความอบอุ่น ตัวเองและสามี (พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย) มีให้ลูกทั้ง 2 คน คือ "มัดหมี่" พิมดาว และ "มัดมุก" แพรดาว เต็มร้อยอยู่แล้ว เพราะเขาเป็นเสมือนแก้วตาดวงใจ ไม่ว่าจะไปไหนหรือทำอะไร จึงกลายเป็นความผูกพันที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว  
    
          "ครอบครัวของเราใกล้ชิดและสนิทสนมกันจริงๆ ไม่ใช่แค่เพียงคำพูด แต่เป็นการกระทำและการแสดงออกที่สอดคล้องกันด้วย เรามักจะทำกิจกรรมร่วมกันเสมอ ทั้งยังเดินทางพร้อมหน้าทั้งในและต่างประเทศเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้เรายังปฏิบัติธรรมร่วมกัน จะสอนลูกให้นำธรรมะมาใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเจอกับเหตุการณ์อะไรที่ไม่คาดคิด ต้องมีสติเสมอ ทั้งนี้แต่ละครอบครัวก็มีวิธีเลี้ยงและดูแลลูกที่ต่างกันออกไป จึงอยากฝากไปถึงครอบครัวอื่นๆ ไม่ว่าจะทำอะไรอยากให้นึกถึงครอบครัวก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าเราประสบผลสำเร็จในบ้าน เรื่องนอกบ้านไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือการทำธุรกิจก็จะประสบผลตามมาอย่างแน่นอน" ตัวแทนครอบครัวพานิชสมัยกล่าว
    
          ถัดมาที่ครอบครัวอารมณ์ดี ไม่ว่าไปไหนเป็นต้องได้เห็นกันพร้อมหน้าพร้อมตาเสมอ กับบ้าน "เศรษฐบุตร" ประกอบด้วย คุณพ่อ "ใหม่" สยาม - คุณแม่ "คริสตี้" คริสติน่า น้องไท และน้องทีน่า โดยครั้งนี้คุณแม่ยกมือขันอาสาเป็นตัวแทนครอบครัวเล่าถึงความรักและความผูกพันภายในครอบครัวว่า ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ครอบครัวต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าเพื่อนฝูงก็มีความสำคัญเช่นกัน แต่ท้ายที่สุดแล้วครอบครัวคือสิ่งที่จะอยู่คู่กับเราไปจนวันตาย
    
          "คงเป็นเพราะตัวเองได้รับการปลูกฝังจากคุณพ่อคุณแม่มาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าไปไหนคุณพ่อคุณแม่จะพาเราไปด้วยเสมอ ทำอะไรก็ทำร่วมกัน เมื่อเราถูกเลี้ยงมาแบบนั้น พอมีครอบครัวของตัวเองก็เลยทำตามอย่างนั้นมาตลอด ไปไหนคริสตี้จะพาลูกๆ ไปด้วย โดยเฉพาะช่วงที่ลูกๆ ยังเล็ก มันเป็นเวลาที่มีความสุขมากจนอยากเก็บเกี่ยวไว้ให้นานที่สุด คริสตี้ไม่อยากให้ลูกๆ ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ มากเกินไป ไลฟ์สไตล์คนเมืองมีแต่เดินช็อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้า เลยไม่อยากให้ลูกโตมาแบบนั้น คริสตี้อยากให้เขาได้สัมผัสธรรมชาติ เที่ยวทะเล เที่ยวภูเขา เที่ยวสวนสัตว์อย่างนั้นมากกว่า มันเป็นการสร้างความผูกพันในครอบครัวอย่างหนึ่งด้วย และการที่เราปลูกฝังให้เขารักครอบครัว เมื่อต่อไปเขาโตขึ้นแยกครอบครัวออกไป เขาก็จะรักครอบครัวของเขาเหมือนกัน" คุณแม่คนเก่งเล่าอย่างออกรส
    
          เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่เน้นในเรื่องการให้ความรักและความอบอุ่นแก่ลูกๆ ทั้ง 3 คนเป็นอย่างมาก ซึ่งคุณแม่ "นก" ภาณุมาศ ภรรยาคนสวยของนักธุรกิจหนุ่ม "กิ๊ด" ธีระเกียรติ จิราธิวัฒน์ คุณแม่ของ "น้องเฟน" อติภา "น้องฟร้อง" อิทธิวัฒน์ และ "น้องเฟบ" สุพิชชา บอกว่า สมัยนี้หลายๆ ครอบครัวพ่อแม่ทำงานหนักจนไม่มีเวลาให้ลูก แต่สำหรับเธอไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น พยายามให้เวลากับลูกๆ อย่างเต็มที่ เพื่อจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน
    
          "ครอบครัวเราจะหาเวลาอยู่ด้วยกันเสมอ หากเวลาตรงกันอย่างช่วงปิดเทอมก็จะหาโอกาสไปเที่ยวด้วยกันทั้งต่างจังหวัดและต่างประเทศ ถ้าเป็นต่างจังหวัดจะชอบไปทะเล เวลาไปก็จะทำกิจกรรมร่วมกัน นกมองว่าการทำกิจกรรมร่วมกันเป็นสิ่งจำเป็นมาก โดยเฉพาะช่วงที่ลูกๆ ยังเล็ก มันถือเป็นโอกาสทองของเราเลยที่จะได้อยู่ใกล้ชิดเขา เมื่อลูกๆ เริ่มโตขึ้นเขาก็จะมีเพื่อน ติดเพื่อน เด็กๆ เขาเรียกหาเรา แต่พอโตขึ้นเรากลับต้องเป็นฝ่ายเรียกหาเขา เวลามันจะย้อนกลับมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ต้องใช้เวลาให้เต็มที่ อีกอย่างที่ตอนนี้เราเริ่มตั้งกฎขึ้นมาใช้ในบ้านคือ เวลาที่ทานอาหารร่วมกัน ขอให้งดใช้โทรศัพท์มือถือ จะเห็นว่าทุกวันนี้คนพูดคุยกันน้อยลงกลายเป็นสังคมก้มหน้า แต่ละคนมัวแต่ดูโทรศัพท์ของตัวเอง บ้านเราเลยออกกฎนี้ขึ้นมาและพยายามทำให้ได้ด้วย" คุณแม่คนสวยบอกถึงวิธีการเลี้ยงลูกในแบบฉบับของตัวเอง
    
          ขณะที่หัวหน้าครอบครัวศรีอรทัยกุล อย่าง "หนึ่ง" สุริยน ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าครอบครัวต้องมาเป็นอันดับ 1 เสมอ ไม่ว่าจะทำอะไรจะได้รับกำลังใจจากครอบครัว ทำให้มีจุดมุ่งหมายในชีวิตและการทำงาน ช่วยให้ครอบครัวเป็นปึกแผ่นมั่นคง ทั้งยังส่งผลในการประสานงานทุกอย่างให้ดีตามไปด้วย
    
          "สำหรับครอบครัวผมยกให้เป็นอันดับ 1 เสมอ ผมจะเลี้ยงลูกทั้ง 2 คน คือ "น้องพูม" ภานุกร กับ "น้องพรู๊ฟ" ธนกร เหมือนเป็นเพื่อน มีอะไรพูดคุยปรึกษากันทุกเรื่อง จนเกิดเป็นความผูกพัน ถึงตอนนี้เขาจะไปเรียนเมืองนอก แต่ก็ยังโทรศัพท์หากันทุกอาทิตย์ หรือหากเขามีเรื่องจะปรึกษาก็จะโทรมาทันที ซึ่งเราก็พร้อมให้คำแนะนำตลอดเวลา เรื่องกิจกรรมในครอบครัวผมให้ความสำคัญมากเช่นกัน ไม่ว่าไปไหนจะพาเขาไปด้วยตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เพื่อให้มีเวลาใกล้ชิดกันและอยู่ด้วยกันเต็มที่ ครอบครัวผมจะชอบไปทะเล ชอบว่ายน้ำ เด็กๆ เขาจะชอบสกี คือทุกครั้งที่ไปเที่ยวกันคุณเมก้า ภรรยาผมเขาจะเป็นคนจัดทริป เวลาไปจะสนุกมากจนรู้สึกว่าเวลาผ่านไปรวดเร็ว" คุณพ่อหนึ่งเล่าด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม
    
          ปิดท้ายที่ครอบครัว "สงวนสิน" โดยงานนี้คุณแม่ "หญิง" ศศมณฑ์ อาสาเป็นตัวแทนครอบครัวอบอุ่นถ่ายทอดประสบการณ์ให้ฟังว่า การดูแลครอบครัวของเราส่งต่อกันมาแบบรุ่นสู่รุ่น อย่างตอนที่ยังเด็กไปไหนคุณพ่อคุณแม่จะพาไปด้วย แต่ไม่ได้มีเฉพาะพ่อแม่พี่น้องเราเท่านั้น แต่จะเป็นปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา รวมถึงลูกพี่ลูกน้องในวัยใกล้เคียงกันด้วย ภาพที่มองเห็นตลอดคือมีญาติๆ รุมล้อม ทุกคนในครอบครัวใกล้ชิดกันเกิดเป็นความรักและอบอุ่นที่ไม่สามารถมองเห็นได้ แต่สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนกำแพงแก้วล้อมรอบ ทำให้รู้สึกปลอดภัยทุกครั้งเมื่ออยู่กับครอบครัว
    
          "พอโตขึ้น เราตระหนักได้ว่า การอบรมสั่งสอนอย่างเดียวคงไม่พอ การทำให้ลูกมีแบบอย่างน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เราคงไม่ต้องพร่ำบอกอะไรมาก แต่สิ่งที่เขาเห็นจากการกระทำของพ่อแม่มันจะซึมซับสู่สายเลือดเขาเอง อย่างเมื่อก่อนพ่อแม่พาเราไปเจอญาติๆ บ่อย และทุกครั้งจะมีกิจกรรมร่วมกัน ทุกวันนี้หญิงก็จะพาลูกๆ ทั้ง 3 คน "น้องลี" สิริน, "หนึ่ง" ยศสวิน และ "อูโน่" สิรสรณ์ ไปพบปะญาติพี่น้องเสมอ ไม่จำเป็นต้องวันครอบครัว ส่วนเวลาไปเที่ยวต่างประเทศเราก็จะไปด้วยกันตลอด ล่าสุดที่ไปญี่ปุ่น น้องลีลูกสาวคนโต ซึ่งตอนนี้เรียนอยู่ที่ออสเตรเลียก็บินตามไปสมทบด้วย เราก็ไปเที่ยวพร้อมหน้ากันเหมือนทุกๆ ครั้ง อีกอย่างที่ตอนนี้หญิงและสามี (สมนึก สงวนสิน) รู้สึกดีมากๆ คือ เรามีโอกาสได้ดำน้ำอีกครั้ง หลังจากเลิกไปตั้งแต่มีลูก ตอนนี้เด็กๆ ได้ใบอนุญาตแล้ว เลยมีโอกาสดำน้ำพร้อมกันครั้งแรกเมื่อไม่นานนี้เอง ซึ่งประทับใจที่ได้กลับไปทำในสิ่งที่ชอบอีกครั้ง ทั้งยังได้ทำกับคนที่เรารักและรักเราด้วย" คุณแม่ลูก 3 บอกเล่าความประทับใจ
    
          เมื่อความรักและความผูกพัน เริ่มต้นครอบครัว แล้วคุณล่ะ??? หันมาใส่ใจคนในครอบครัวหรือยัง???