
10ปีไฟใต้แนะ'รัฐ-ขบวนการ'ทบทวน-หาทางออก
'โชคชัย วงษ์ตานี'ไฟใต้ผ่าน10ปี แนะ'รัฐ-ขบวนการ'ทบทวน-หาทางออก : ศูนย์ข่าวอิศรารายงาน
"ไม่มีสงครามหรือความขัดแย้งใดที่เกิดจากความผิดพลาดของฝ่ายเดียว" เป็นการตั้งประเด็นที่น่าสนใจของ โชคชัย วงษ์ตานี อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (ม.อ.หาดใหญ่) ที่ให้สัมภาษณ์พิเศษในวาระ 10 ปีไฟใต้
บ่อยครั้งที่บทวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ ของสื่อมวลชน นักวิชาการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิแขนงต่างๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ไฟใต้ จะพุ่งเป้าตำหนิติเตียนไปที่ภาครัฐหรือรัฐบาล แต่ อาจารย์โชคชัย มองปัญหาความขัดแย้งแบบคู่ขนาน เพราะเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นจาก 2 ฝ่าย (เป็นอย่างน้อย)
และหากเราเรียกร้องให้ภาครัฐหรือรัฐบาลปรับตัว ปรับแนวทาง หรือปรับวิสัยทัศน์ การมองปัญหาชายแดนใต้ เพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้น ก็ต้องไม่ลืมให้ "ฝ่ายขบวนการ" ที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดน ทบทวนการกระทำที่ผ่านมา และร่วมพิจารณาหาทางออกด้วยเช่นกัน
O 10 ปีไฟใต้ หลายคนมองว่าเป็นความผิดพลาดของรัฐ ?
10 ปีที่ผ่านมาไม่สามารถกล่าวได้อย่างเหมารวม เพราะรายละเอียดในแต่ละปีมีความแตกต่าง ปัญหาไฟใต้มีความเป็นพลวัต มีความเปลี่ยนแปลงทั้งในทางบวกและลบ สิ่งสำคัญ หลายปรากฏการณ์เป็นมาและเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยังดำรงอยู่จนจะย่างเข้าปีที่สิบ
ข้อมูลจากรัฐบาล มักจะไม่ค่อยเห็นรายงาน สรุปรายปีที่เป็นข้อมูลความก้าวหน้าและความล้มเหลว ทั้งที่ควรจะมี ยกเว้นภาควิชาการและภาคประชาสังคมที่มุ่งเน้นการเก็บสถิติ ตัวเลขบางด้าน และนำเสนอผลงานวิจัยออกมานับร้อยเรื่อง
หากมีรายงานที่เป็นทางการจะทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า ในแต่ละปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ทั้งฝ่ายรัฐและขบวนการ ไม่เฉพาะแค่ผู้สูญเสีย แต่หมายถึงตัวเลขด้านเศรษฐกิจ โอกาสทางการศึกษา 10 ปีที่ผ่านมามันถอยลงหรือมันก้าวหน้าไปอย่างไร
O พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตลอด 10 ปีไฟใต้ ช่วยแก้ปัญหาหรือตอกย้ำความรู้สึกไม่ดีให้แก่คนในพื้นที่ ?
ในมุมของผู้ที่ใช้ชีวิตในพื้นที่ รู้สึกว่ากฎหมายนี้เอาเปรียบ ให้สิทธิแก่เจ้าหน้าที่ที่จะดำเนินคดีผู้ต้องสงสัย อีกทางหนึ่งดูเหมือนว่ารัฐจะได้มีเครื่องมือในการแก้ปัญหา แต่ชาวบ้านมองว่านี่คือเครื่องมือสร้างปัญหา กฎหมายตัวเดียวกัน แต่สร้างผลที่แตกต่างกัน ทำให้ความยุติธรรมเป็นสิ่งที่หาได้ยากขึ้นสำหรับชาวบ้าน และทำให้เจ้าหน้าที่รัฐมีสิทธิเกินขอบเขตกว่ากฎหมายปกติ
ฉะนั้นแม้เหตุการณ์จะดีขึ้น แต่การใช้กฎหมายฉบับนี้ใน 10 ปีที่ผ่านมา (เริ่มใช้ตั้งแต่เดือน ก.ค.2548) ก็ยังไม่เปลี่ยน กฎหมายคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเงื่อนไขซึ่งนำไปสู่ข้อผิดพลาดได้ ฉะนั้นถ้ากลับมาใช้กฎหมายปกติ จะทำให้ข้อผิดพลาดเหล่านั้นลดลงได้
O อนาคตไฟใต้กับแนวโน้มการพูดคุยเจรจาเป็นอย่างไร ?
มี 3 ประเด็นหลักๆ คือ 1.มีสองแง่มุมที่ย้อนแย้งระหว่างกัน คือ รัฐบาลในกรุงเทพฯ มองปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องไกลตัว แต่ในมุมกลับกัน ปัญหาไฟใต้เองก็มักจะถูกผูกไว้กับสถานการณ์ทางการเมือง เช่น ถ้าไม่มีการเลือกตั้ง หรือเลื่อนออกไป ไม่มีรัฐบาลนำ ใครจะเป็นผู้มีอำนาจหลักในการเดินหน้าพูดคุยสันติภาพ
2.หากยังไม่มีการเลือกตั้ง แล้วมีการปฏิรูปก่อน ประเด็นจังหวัดชายแดนภาคใต้จะถูกนำเข้าสู่ในการปฏิรูปด้วยหรือไม่ และ 3.หากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มิใช่พรรคเดิมที่เคยมีอำนาจมาก่อน จะส่งผลต่อทิศทางการแก้ไขปัญหาและกระบวนการพูดคุยสันติภาพด้วย
สถานการณ์นับจากนี้ จึงขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้กุมอำนาจรัฐที่กรุงเทพฯ และมองเห็นการพูดคุยที่ผ่านมาเป็นต้นทุนหรือสิ่งไร้ค่า หากมองเป็นต้นทุนก็สามารถเดินหน้าต่อไป
ด้วยเหตุนี้ อนาคตจึงขึ้นอยู่กับ 2 ส่วนว่า ปัญหาชายแดนภาคใต้ควรจะผูกติดกับความแปรผันของรัฐบาลกรุงเทพฯ หรือควรแยกงานการเจรจาให้อยู่กับ กอ.รมน. (กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร)
ปัจจุบันเรามีประเทศมาเลเซียเป็นตัวกลาง ซึ่งในอนาคตอาจจะไม่ใช่ประเทศมาเลเซียก็ทำได้ คิดว่าสิ่งนี้เป็นทางออก จึงคิดว่าอนาคตยังมีความหวัง ถ้าประเทศไทยมีเอกภาพในการกำหนดจังหวะก้าวเดินของการพูดคุยสันติภาพ
O ปัญหาของขบวนการฯ สู้มา 10 ปี เห็นผลอะไรบ้าง หรือควรถอยมาเจรจากัน?
ในทางวิชาการ มีข้อสงสัยว่า กลุ่มขบวนการใช้อะไรเป็นเครื่องมือในการเป็นแรงจูงใจ เพื่อก่อเหตุ คงไม่ใช่เพียงแค่ประวัติศาสตร์และเงื่อนไขของความเป็นชาติพันธุ์หลักของคนในพื้นที่ที่รู้สึกว่าตนเองถูกกดทับ ไร้อิสรภาพ เหตุผลที่สำคัญ ถ้าสำรวจจะพบว่า เขาเหล่านั้นใช้ศาสนามาตั้งแต่ต้นจนปัจจุบัน
ในมุมมองอิสลาม ในสถานการณ์สู้รบแบบเอาชีวิตเข้าแลก หลักการอิสลามยังกำหนดไว้ และศาสดามูฮัมหมัดก็ยังเป็นแบบอย่างทำให้เห็นถึงการประกาศสงครามอย่างเปิดเผย การกำหนดศัตรูให้ชัด ไม่เหมารวม การมีจุดสิ้นสุดของสงครามและการวางอาวุธ การให้สัตยาบันระหว่างคู่ขัดแย้ง คู่สงคราม รวมทั้งการแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนกระทำ เพื่อไม่สร้างให้เกิดความสับสน เพิ่มข่าวลือ โยนความผิด ทำร้ายสังคมซ้ำสองด้วยความคลุมเครือ เพราะการดิ้นรนต่อสู้ในอิสลามนั้นมีวิธีการขั้นตอน มีกระบวนการที่ชัดเจน มิได้มุ่งเพียงชัยชนะเท่านั้น หากแต่ต้องมีสัจจะ ความยุติธรรม และมีเกียรติด้วย
ฉะนั้นสิ่งที่ขบวนการจะต้องพิจารณา คือการทบทวนว่าอะไรที่ยังเป็นทางออกหรืออนาคต การลอบทำร้ายกัน การใช้อาวุธเอาชีวิตซึ่งกันและกัน เป็นคำตอบจริงหรือ ? หรือเราเชื่อว่าการได้สิทธิในการปกครองพื้นที่แล้วจะทำให้ชีวิตดีขึ้น อะไรคือสิ่งที่ขบวนการคิดอย่างนั้น 10 ปีต้องมีภาพบางอย่างว่า ทางข้างหน้าอะไรคือเส้นและกรอบของสันติสุขที่ขบวนการอยากได้อย่างแท้จริง
O อุทาหรณ์ 10 ปีไฟใต้ ทำให้เกิดความเลวร้าย เดือดร้อนอย่างไร ?
สิ่งที่สำคัญของอุทาหรณ์ในสิบปีที่ผ่านมา หากเรานับเพียงแค่จำนวนเด็กกำพร้าและแม่ม่ายของทั้งสองฝ่าย การสูญเสียชีวิตเป็นอุทาหรณ์หลักอยู่แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือความไว้วางใจและรอยแยกที่เกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย การสูญเสียที่เป็นนามธรรมมันฝังอยู่ลึกกว่าความสูญเสียที่เป็นรูปธรรม
ผมคิดว่าความเลวร้ายและความเดือดร้อนมันจะฝังอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของคนที่เป็นเด็กกำพร้า แม่ม่าย และเหล่าผู้หญิงที่ขาดบิดา พี่ชาย หรือสามี เพราะเขาเป็นเสาหลักของครอบครัว ถ้ารัฐและชุมชนหรือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ดูแลเด็กและผู้หญิงกลุ่มนี้ หรือไม่ทำให้มีการศึกษา ศาสนา และขันติธรรมที่ดีพอ ก็ไม่มีโอกาสที่จะพัฒนาไปข้างหน้าได้
อันนี้จะเป็นการเพิ่มความเลวร้าย ความเดือดร้อนในระยะยาว เพราะว่าเด็กคืออนาคต ผู้หญิงคือผู้สร้างสภาวะแวดล้อมของพื้นที่ และเด็กกับผู้หญิงจะเป็นกลไกสำคัญที่จะบอกว่าที่ผ่านมาเขาถูกกระทำอย่างไร ขาดพ่อแม่แล้วเขาลำบากอย่างไร แล้วเขาจะเลือกเดินเส้นทางไหน ถ้าเขาเลือกจับปากกา ก็จะส่งผลให้แก่สังคมอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าเขาเลือกจับอาวุธ ก็จะส่งผลกลับต่อสังคมอีกแบบหนึ่ง
คิดว่าการลดทอนความเลวร้ายประการสำคัญ คือ ทำอย่างไรที่จะทำให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดการพัฒนาในแง่บวก ทั้งในเรื่องของการศึกษา ความไว้วางใจ ความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างศาสนา ยังเป็นประเด็นหลักๆ ในการที่จะทำให้ความเลวร้ายเดือดร้อนทุเลาลง แม้ว่ารถตำรวจ ทหารจะถูกระเบิดไปกี่คัน หรือบ้านจะถูกเผาไหม้ไปกี่หลัง สิ่งเหล่านั้น เป็นแค่ความเลวร้ายที่หมดไปและมีใหม่ได้ แต่ชีวิตกับความรู้สึก...อันนี้ต่างหากที่เป็นความเลวร้ายเดือดร้อน ส่งผลต่ออนาคตการอยู่ร่วมกัน มากกว่าการสูญเสียวัตถุ
...............................................
(หมายเหตุ : 'โชคชัย วงษ์ตานี'ไฟใต้ผ่าน10ปี แนะ'รัฐ-ขบวนการ'ทบทวน-หาทางออก : ศูนย์ข่าวอิศรารายงาน)



