ข่าว

เหตุเกิดในสังคมไทย

เหตุเกิดในสังคมไทย

16 เม.ย. 2557

เหตุเกิดในสังคมไทย : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล

           วันก่อนทางรายการ “การเดินทางของความคิด” ในคืนวันพุธ เวลา 21.00-22.00 น. คลื่นเอฟเอ็ม 96.5 มีผู้ฟังถามผมผ่านทางพิธีกร คือคุณสรรเสริญ ปัญญาธิวงศ์ ว่า เกิดอะไรขึ้นในสังคมไทยทุกวันนี้ ทำไมถึงเกิดเหตุลูกในไส้ฆ่าพ่อฆ่าแม่ของตัวเองด้วยสาเหตุเพียงเล็กน้อย หนำซ้ำบางครั้งก็เป็นการฆ่ายกครัวกันเลยทีเดียว ทั้งๆ ที่เมืองไทยก็เป็นเมืองพุทธ และคนไทยเคยยึดถือในเรื่องความกตัญญูต่อบิดามารดา

           ผมคงไม่กล่าวโทษหรือโยนความผิดไปให้ใครคนใดคนหนึ่ง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันทุกฝ่ายตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม สังคม และสื่อต่างๆ ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีในโลกปัจจุบัน ซึ่งทำให้เด็กและเยาวชนขาดความรู้สึกนึกคิด ขาดความอดทนอดกลั้น และนิยมแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง

           สภาพทางเศรษฐกิจและสังคมไทยในปัจจุบัน ทำให้สมาชิกในครอบครัวห่างเหินกัน ไม่ค่อยมีโอกาสใกล้ชิดสนิทสนมกันเช่นแต่ก่อน เรียกได้ว่าพ่อไปทาง แม่ไปทาง ลูกไปอีกทาง ต่างคนต่างก็มีภาระหน้าที่และความสนใจที่แตกต่างกัน - ไม่ใช่ความผิดของคนที่เป็นพ่อแม่หรอกครับ ที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงิน เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นแก่ครอบครัว จนไม่มีเวลาให้แก่ลูกเท่าที่ควร และก็ไม่ใช่ความผิดของคนที่เป็นลูกในการที่ต้องหันไปหาสิ่งอื่นหรือคนอื่นที่สามารถให้ความรักความอบอุ่นที่ขาดหายไปของพ่อแม่ ดังนั้น เด็กติดเกม ติดเน็ต ติดเฟซบุ๊ก ติดไลน์ ฯลฯ จึงเป็นเรื่องธรรมดา ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวทั่วไป

           ปัญหาสำคัญก็คือ พ่อแม่ไทยในเวลานี้เลี้ยงลูกไม่เป็น ยังอยากเห็นลูกเป็นเด็กตัวเล็กๆ เอาไว้ให้พ่อแม่อุ้มชูเวลากลับมาถึงบ้าน วิธีที่จะทำให้ลูกเป็นเด็กตลอดกาลก็คือการเอาอกเอาใจ ลูกอยากได้อะไรก็หามาประเคนให้ ซึ่งแตกต่างจากฝรั่งที่เขาเลี้ยงลูกให้โตตั้งแต่เล็ก คือหัดให้กินนอนเป็นเวลา มีหน้าที่ช่วยงานบางอย่างในบ้าน เมื่อโตขึ้นมาหน่อย ก็ให้รู้จักดูแลตัวเอง

           ไปโรงเรียนเอง หรือไปกับเพื่อน รู้จักแบ่งเวลาในการเรียน การเล่น และการพักผ่อนหย่อนใจ มีวินัยทางการเงิน บริหารเงินที่พ่อแม่จ่ายให้เป็นรายสัปดาห์เอง ถ้าอยากได้อะไรเป็นพิเศษ ก็ต้องทำงานหาเงินเอาเอง เมื่ออายุ 18 หรือ 20 ปี ก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง จะมาแบมือขอเงินพ่อแม่หรือหวังมรดกไม่ได้

           เหตุการณ์รุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นติดๆ กัน ในเมืองไทยระยะนี้ มีสาเหตุมาจากการที่พ่อแม่ไม่ให้สิ่งที่ลูกต้องการ ซึ่งอาจจะเป็นการซื้อรถยนต์ มือถือ ไอแพด ไอโฟน ฯลฯ ให้ หรือคิดว่าพ่อแม่รักลูกคนอื่นมากกว่าตน รวมทั้งการมุ่งหวังมรดกหรือเงินประกันชีวิต

           สังคมไทยนั้นเป็นสังคมแห่งการทำตามมากกว่าครุ่นคิด ดังนั้น คนที่ไม่ทำอะไรอย่างที่คนอื่นๆ เขาทำกัน จึงดูเป็นคนที่หลุดเทรนด์ หรือตกรุ่น ต่างจากสังคมในประเทศอื่นที่ถือว่าการทำอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่น เป็นความกล้าและแสดงความเป็นตัวของตัวเอง ดังนั้น จึงช่วยไม่ได้ที่ลูกจะร่ำร้องเอานั่นเอานี่ตามเพื่อน และเมื่อพ่อแม่หาให้ไม่ได้ก็กลายเป็นความผิดของพ่อแม่ที่ทำให้ตนต้องน้อยหน้าเพื่อนฝูง และขาดความอดกลั้นต่อความอยากมีอยากได้ หรือความอดทนในการรอคอย

           เรื่องความมุ่งหมายในมรดก ก็มาจากการที่ไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอนให้รู้จักการทำมาหากิน หรือรู้ซึ้งถึงค่าของเงินและคิดว่าพ่อแม่มีหน้าที่เลี้ยงดูลูกไปตลอดชีวิต ซึ่งเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งของความคิดและค่านิยมเช่นนี้มาจากละครโทรทัศน์ ที่ไม่สอนให้คนดูทำมาหากิน แต่เสี้ยมสอนให้จับผู้ชายรวยๆ หรือแย่งชิงมรดก

           ผมไม่ได้พูดถึงการเรียนการสอนศีลธรรม จริยธรรม และคุณธรรม ในโรงเรียนที่ขาดหายไปเพราะมีผู้พูดไว้มากแล้ว แต่ความอ่อนด้อยในเรื่องศีลธรรม จริยธรรม และคุณธรรม นั่นแหละครับ ที่ทำให้เมืองไทยเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าจะเรื่องครอบครัว สังคม หรือแม้กระทั่งการเมือง