
'เคล็ดลับสู้แดด คืนผิวดีหลังสงกรานต์'
เคล็ดลับสู้แดด คืนผิวดีหลังสงกรานต์ : ไลฟ์สไตล์
เป็นยังไงกับบ้างค่ะหนุ่มสาวทั้งหลาย ทั้งลุยแดด ลุยน้ำชุ่มฉ่ำในเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ก็แหม...1 ปี มีหนจะลั้นลากันให้เต็มที่คงไม่ผิดอะไร แต่เห็นผิวพรรณที่เปลี่ยนไปแล้วรึยังคะ ทั้งไหม้แดด หมองคล้ำ กระ ฝ้า กรูกันเข้ามาทักทายผิวเพียบ งานนี้จึงต้องฟื้นฟูทั้งภายนอกและภายในกันหน่อยล่ะ เพราะเจ้าแสงแดดมีอนุภาพทำร้ายร่างกายเราได้มากกว่าที่คิด วันนี้จึงรวมเคล็ดลับเฉพาะตัวจากผู้เชี่ยวชาญและหนุ่มสาวรักษ์ผิวที่ทำแล้วเห็นผล และทำได้จริงแบบไม่ต้องพึ่งคอร์สทรีตเม้นท์บ่อยๆ ให้ลองทำตามกัน
เริ่มทำความรู้จักปัญหาผิวเสียจากแสงแดดที่พบบ่อยจาก "หมอแพร" พญ.รตา อภิเกษมสันติ์ ผู้บริหารบริษัท คริสตี้ คอสเมติค จำกัด ที่บอกว่า คนที่เล่นน้ำสงกรานต์ทั้งวันมักมีปัญหาของการเจอแดดเยอะไป มีผิวคล้ำมาก สิวขึ้นจากการแพ้แป้ง และน้ำที่ไม่สะอาด บางคนมีผื่นแพ้ที่มือตามมาด้วย แม้จะทาครีมกันแดดป้องกัน แต่เวลาเล่นน้ำครีมกันแดดจะละลาย ประสิทธิภาพจะลดลงไปด้วย
"แดดช่วงนี้แรงมากถ้าไหม้มาแล้วควรรีบทาครีมมอยเจอร์ไรเซอร์ลงไปเยอะๆ ถ้าผิวไหม้ลอกให้ทาครีมที่ช่วยลดการอักเสบไปด้วยใน 3 - 5 วันแรกก็จะทุเลาลง ส่วนอาการผื่นคัน แนะว่าอย่าแกะเกา ควรล้างทำความสะอาดด้วยโฟมเพื่อผิวแพ้ง่าย หรือผลิตภัณฑ์ของเด็กอ่อน พร้อมคืนความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยการทามอยเจอร์ไรเซอร์ลดความอักเสบควบคู่กับทายาลดอาการคันที่ซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ที่สำคัญต้องลดปัจจัยการเกิดอาการเหล่านี้ด้วย ถ้าหยุดทุกอย่างไปก่อนไม่กลับไปโดนแป้งหรือฝุ่นซ้ำก็ไม่เป็นอะไร อาการจะดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ โดยคนที่เป็นภูมิแพ้อยู่แล้วจะมีโอกาสเป็นผื่นแพ้และผิวอักเสบง่ายสูงกว่าคนทั่วไป และถ้าเราโดดแดดนานๆ จะเกิดภาวะ "โฟโต้เอจจิ้ง" คือ แสงจะทำให้ผิวแก่เป็นรอยย่น ขาดน้ำ ดูเหี่ยวเป็นริ้วรอย เม็ดสีทำงานเยอะกระฟ้าจุดด่างดำจึงตามมาในที่สุด เราจำเป็นต้องทาครีมกันแดดทุกวันไม่ว่าจะออกหรือไม่ออกแดดเพราะรังสียูวีเอสามารถผ่านกระจกเข้ามาได้ หรือหลอดไฟก็ยังมีรังสียูวีอยู่ การกางร่มก็ถือเป็นอีกวิธีกันรังสียูวีที่ดีมากควรพกติดตัวไว้เป็นประจำ หรือขับรถก็ควรใส่แว่นกันแดด และติดฟิมล์กรองรังสียูวีด้วย" หมอแพรแนะนำ
สำหรับใครที่มีอาการผิวแพ้ง่าย และไหม้แดดมาเรียบร้อยแล้ว สาวผิวดีอย่าง "หญิง" ปรัชญมน บุรณสิริ แนะนำเทคนิคส่วนตัวว่าต้องเพิ่มความชุ่มชื่นคืนสู่ผิวเยอะๆ ด้วยเจลว่านหางจระเข้ หรือน้ำมันที่ไม่มีสารเคมีเป็นส่วนผสม เพราะอาจจะทำให้ระคายเคืองมากขึ้นไปอีก
"ปกติเป็นคนผิวแพ้ง่ายค่ะ เด็กๆ ออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ทีไรก็เป็นผื่นแดง ลอกไหม้ กลับมาทุกที ใช้เวลานานมากว่าจะฟื้นผิวให้สุขภาพดีมาได้ หรือถ้าไปเล่นน้ำทะเลพอโดดแดดแรงนานเข้าหน่อยก็เริ่มมีอาการลักษณะนี้แล้ว หญิงเลยมีวิธีเซฟตัวเองจากแสงแดดเบื้องต้นคือทาครีมกันแดดทั่วตัวอย่างสม่ำเสมอ พอรู้สึกว่าผิวเราเริ่มร้อนไหม้ก็จะใช้อโลเวล่าเจลทาทันทีให้ผิวเย็นขึ้น กลับมาบ้านก็จะทาอาฟเตอร์ซันที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์และสารให้ความชุ่มชื้นเยอะๆ ต้องเลือกที่อ่อนโยนไม่มีสารเคมีให้แสบผิวที่กำลังแพ้เป็นผื่นอยู่ แล้วต้องมีวินัยทาครีมแบบนี้เช้า-เย็น และระหว่างวันเป็นประจำ ผิวก็จะหายแพ้กลับมาสวยเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว ส่วนเรื่องขาวขึ้นไหมหญิงไม่ค่อยให้ความสำคัญเพราะส่วนตัวชอบผิวสีแทนๆ หญิงดูเป็นสาวสปอร์ต แข็งแรง และถ้ามีผิวเรียบเนียนสุขภาพดีด้วยทำอย่างไรก็สวยดูดีค่ะ " สาวสวยให้คำแนะนำ
ส่วนเคล็ดไม่ลับเพื่อผิวสวยของนางงามผิวประกายจากสาว "เจมส์" กณิการ์ ภูศรี รองมิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2013 ก็เผยมาว่าการฟื้นฟูผิวที่ดีนั้นควรเริ่มมาจากภายในขณะเดียวกันก็ต้องป้องกันมลภาวะข้างนอกด้วย ไม่จำเป็นต้องเพิ่งพาสารเคมีหรือเสริมวิตามินในบริมาณมากๆ เพื่อให้ผิวสวย แค่ใช้วิธีธรรมชาติก็เพียงพอ
" ส่วนตัวไม่ค่อยได้ออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ค่ะ แต่ชอบเล่นน้ำทะเลมากกว่าซึ่งเล่นทีก็เต็มที่เลย เมื่อก่อนไม่ค่อยได้ดูเเลผิวมากเท่าไหร่ก็จะไม่ทาครีมกันแดด เล่นน้ำอยู่อย่างนั้นจนผิวไหม้แดดลอกออกมาเป็นแผ่นๆ ได้เลย หลังจากครั้งนั้นก็เซฟตัวเองมากขึ้นด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำ คือ ทาซ้ำบ่อยๆ ทุก 2-3 ชั่วโมงเลยค่ะ ทำให้ติดเป็นนิสัยแม้จะไม่ได้ไปไหนไกล ทำงาน อยู่บ้านก็ต้องทาทุกวัน หันมาใส่ใจผิวจากข้างในด้วยการทานน้ำเปล่าบ่อยๆ จิบทั้งวัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการกินน้ำสะอาดเห็นผลต่อผิวดีจริงๆ แต่ต้องอดทนใจเย็น ประมาณ 2-3 อาทิตย์ผิวที่แห้งก็ชุ่มฉ่ำดีขึ้น สดใสขึ้น ควบคู่กับการทานผักผลไม้เยอะๆ เพิ่มวิตามินและขับสารพิษในร่างกายออกก็ได้ผิวสวยกว่าเดิมกลับมาแล้วค่ะ" นางงามสาวเผยเทคนิค
การสังเกตผิวตัวเองก่อนลงมือปฏิวัติความแห้งดำคล้ำก็สำคัญตามที่สาว "มะปราง" ร.ต.หญิง กิตติวิชญา วัชโรทัย บอกว่า ผิวของตัวเองนั้นเป็นผิวขาดความชุ่มชื้น สังเกตจากบางครั้งผิวมันมากแต่พอล้างหน้าก็จะแห้งเป็นขุย ยิ่งโดนแดดมากๆ ผิวจะหมอง แห้งคล้ำชัดเจน
"ไม่ว่าจะอยู่ในที่ร้อนนานๆ หรือสภาวะไหนถ้ามีสัญญาญไม่ดีจากผิวเราแบบนี้จะรีบลุกขึ้นมาดูแลผิวทันที เริ่มจากการกินปรางมีความเชื่อว่า "ยู อาร์ วอท ยู อีท" ทานอะไรผลลัพธ์ก็จะเป็นแบบนั้นค่ะ ดื่มน้ำเยอะๆ กินวิตามินซีและอีเสริมในขนาดที่พอดีต่อร่างกาย พร้อมกับทาครีมบำรุงผิวและอายครีมเพิ่มความชุ่มชื้นอยู่เสมอ แล้วต้องดีท็อกซ์ของเสียในร่างกายเราบ้าง ปรางใช้วิธีลดทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์อย่างกาแฟที่เคยติดมากๆ ก็ทานให้น้อยลง ดื่มน้ำสะอาดแทน อีกเคล็ดลับที่ทำให้ผิวสดใสขึ้นคือใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูโรนิค ที่จะบำรุงผิวแห้งๆ ไปถึงชั้นในสุดเลยปรางว่าน่าจะเวิร์คกับคนที่อยู่ในภาวะผิวแห้งขาดน้ำในตอนนี้มาก" สาวปรางแนะนำ
ทิ้งท้ายอีกหนึ่งเรื่องร้อนๆ ที่ควรรู้ไว้หากต้องออกเที่ยวลุยแดดอีกครั้งคือแสงแดดจ้าไม่ได้ส่งผลต่อผิวพรรณอย่างเดียว แต่รวมถึงระบบภายในร่างกายก็ได้รับผลกระทบมาเช่นกันตามที่ น.พ.สุวินัย บุษราคัมวงษ์ แพทย์สาขาอายุรกรรมสมอง โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 เปิดเผยว่า ในวันที่อากาศร้อนจัด ร่างกายอาจปรับตัวไม่ทันก็อาจเกิดอาการหน้ามืด วิงเวียนเป็นลมได้ หรือเป็นตะคริว เกิดอาการเกร็งกระตุก และหมดสติ ทั้งนี้ในช่วงหน้าร้อนไม่ว่าจะเป็นเทศกาลสงกรานต์หรือในชีวิตประจำวันหนุ่มสาวควรป้องกันอันตรายจากแสงแดดอย่างรอบคอบ
“ โดยวิธีง่ายที่สุดคือการสวมหมวกและทาครีมกันแดด ดื่มน้ำสะอาด น้ำผลไม้เป็นประจำ ในทุกๆ วัน การใส่ก็หมวกเป็นวิธีป้องกันความร้อนที่กระทบต่อศรีษะและใบหน้าแบบได้ผลดีเช่นกัน หากต้องอยู่กลางแจ้งนานๆ ควรใส่หมวกที่ด้านบนของหมวกเป็นแบบสานหยาบ ๆ หรือเป็นผ้าตาข่ายเพื่อให้มีช่องระบายความร้อนได้ดี ด้วยภาวะแสงแดดที่ส่งผลไม่ดีต่อผิวพรรณและสุขภาพผิวหน้าสวยๆ ควรเลือกหมวกที่ป้องกันรังสียูวีได้ดี พร้อมกับสามารถกันแดดบริเวณใบหน้า แก้ม และใบหู ได้ด้วย เช่น หมวกที่มีปีกหมวกกว้าง 3 นิ้วขึ้นไป เพราะสามารถกันได้ทั้งแดดและแสงสะท้อนที่มาจากแดด และควรเลือกเป็นสีเข้มเพราะจะช่วยลดแสงสะท้อนที่เข้าบริเวณใบหน้า และถ้าสามารถเลี่ยงออกแดดจ้าในช่วง 10.00-15.00 น. ได้ก็จะดีที่สุด" น.พ.สุวินัยแนะนำปิดท้าย



