ข่าว

'แม้ว'สไกป์คุย'เยาวภา'ชินวัตรพร้อมเจรจา

'แม้ว'สไกป์คุย'เยาวภา'ชินวัตรพร้อมเจรจา

14 เม.ย. 2557

'แม้ว'สไกป์คุย'เยาวภา'ชินวัตรพร้อมเจรจา 'สุเทพ'ย้ำกองทุนวีรชนรายละ2ล้าน

               14เม.ย.2557มีรายงานว่า นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคเพื่อไทย นำคณะข้าราชการท้องถิ่น และมวลชนจ.เชียงใหม่ รดน้ำดำหัว พร้อมขอพร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องในเทศกาลปี๋ใหม่เมืองผ่านระบบสไกป์จากสำนักงานพรรคเพื่อไทย ต.ต้นเปา อ.ส้นกำแพง จ.เชียงใหม่ ไปยังกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวเป็นคำเมืองว่าปีใหม่เป็นประเพณีสำคัญที่ผู้คนดำหัวสูมาอภัย (ขอโทษ) เลิกคิดอาฆาต จองเวร ซึ่งรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมเจรจาทุกฝ่าย เพื่อให้ประเทศกลับสู่ภาวะปกติ แต่ต้องพูดคุยในระบบประชาธิปไตยเท่านั้น โดยครอบครัวชินวัตรไม่เคยเห็นแก่ตัว แต่ยึดหลักการ ยึดมั่นหลักประชาธิปไตย พร้อมเสียสละให้คนส่วนใหญ่ ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และจะหาทางออกให้ดีที่สุด ขอบคุณทุกคนที่มารดน้ำดำหัว ขอให้มีความสุขนักๆ (มากๆ)


"สุเทพ" ย้ำกองทุนวีรชนรายละ 2 ล.

               นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยบนเวทีสวนลุมพินี เมื่อเวลา 20.00 น. โดยระบุว่า วันสงกรานต์เป็นวันที่คนในครอบครัวอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา จึงขอชื่นชมมวลชนที่เสียสละมาร่วมชุมนุม และไม่ได้กลับไปอยู่กับครอบครัว รวมทั้งวีรชนที่เสียสละชีวิต ซึ่งตนตั้งเป้าหมายจะรวบรวมเงินเป็นกองทุนเพื่อลูกกำพร้าที่พ่อเสียชีวิตจากการชุมนุม โดยตั้งเป้าครอบครัวละ 2 ล้านบาท ซึ่งจะนำเงินก้อนนี้ไปฝากประจำกับธนาคารออมสิน โดยจะได้ดอกเบี้ยปีละ 8 หมื่นบาท ซึ่งคงจะเพียงพอส่วนหนึ่งในการประทังชีวิต

               นายสุเทพ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เริ่มต้นไปแล้วในส่วนของครอบครัว นายประคอง ชูจันทร์ ที่เสียชีวิตบนถนนบรรทัดทอง และตั้งเป้าจะทำให้ครบทุกครอบครัวที่เสียชีวิตต่อไป นอกจากนี้ ยังเตรียมรวบรวมเงินทุนไว้สำหรับครอบครัวผู้ที่ต้องมาพิการจากการชุมนุมด้วย ทั้งยังมีกองทุน คุณหญิง ปัทมา ศรีวิกรม์ ที่จะมาช่วยเหลือค่าเล่าเรียน และหนังสือ เป็นอีกส่วนต่างหาก นอกจากเงินกองทุนครอบครัวละ 2 ล้านบาทด้วย

 

ปธ.กกต.พร้อมรับฟังทุกพรรคจัดเลือกตั้ง


               นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวกรณีพรรคประชาธิปัตย์ตั้งเงื่อนไขการหารือระหว่างกกต.กับผู้แทน 70 พรรคการเมืองในวันที่ 22 เมษายน เพื่อหารือเรื่องเลือกตั้ง โดยต้องให้มีหัวหน้าพรรคเพื่อไทยมาร่วมและมีการถ่ายทอดสดถึงจะมาร่วมประชุม ว่า การหารือดังกล่าวน่าจะไม่มีการถ่ายทอดสด เพราะ กกต.จะไปสั่งให้ใครมาถ่ายทอดสดไม่ได้ และต้องมีการพูดคุยหารือกันในที่ประชุม กกต.ก่อน เพราะตนคนเดียวคงไม่มีความเห็นในเรื่องนี้
 
               "ส่วนตัวแล้วก็ไม่ทราบเจตนารมณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อเป็นพรรคการเมือง เราก็ต้องฟังทุกพรรค เราเชิญไปแล้วส่วนพรรคไหนจะให้ความสำคัญกับการประชุมแค่ไหน เราก็ไม่อาจทราบได้ ก็มาดูกันวันนั้น ก็ต้องถามความเห็นทุกฝ่ายเอามาให้ตกผลึกว่าการจัดเลือกตั้งเมื่อไหร่ แล้วมันต้องได้ผล อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องวันเลือกตั้งหรือไม่ เพราะนอกจากจะต้องรับฟังเหตุผลจากทุกพรรคก่อนแล้ว ยังต้องพิจารณาข้อเสนอของตัวแทนสภาความมั่นคงแห่งชาติที่เสนอไว้ว่าควรจะหารือรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน ทั้งสภาหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมด้วย กกต.ก็ยังต้องมาคุยกันว่าต้องรับฟังตามข้อเสนอหรือไม่"
 
               นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า กกต.อยากให้มีการเลือกตั้งเสร็จเร็วๆ เพราะรัฐบาลรักษาการนานเกินไปไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ขณะเดียวกันการจัดการเลือกตั้งทั้งที่ยังไม่สงบก็จะเสียงบประมาณกันเสียเปล่า ทั้งนี้ วันที่ 17 เมษายน กกต.จะประชุมตามปกติก็อาจจะมีการหารือในเรื่องนี้ รวมทั้งกรณีของการประกาศรับรองผล ส.ว.ที่ยังค้างอยู่ 19 จังหวัด ถ้าไม่มีมูลก็อาจจะเสนอเข้าที่ประชุมให้ประกาศรับรองได้ก่อน