
จับพระล่อลวงเด็ก13ผ่านเฟซบุ๊ก-ไลน์
จับพระล่อลวงเด็ก13ผ่านเฟซบุ๊ก-ไลน์ หนีออกจากบ้านแม่ทราบข้อมูลแจ้งความขอความช่วยเหลือ
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 14 เมษายน พ.ต.ท.ชูศักดิ์ อภัยภักดิ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ กก.1 ปคม. พร้อมกับ พ.ต.ท.ทิตวีร์ เอี่ยมสะอาด สว.กก.1 ปคม. แถลงผลการจับกุม นายทศพร สกุลอินทร์ อายุ 40 ปี ภูมิลำเนา กทม. อดีตพระลูกวัดแห่งหนึ่ง ย่านถนนรามอินทรา หลังจาก นายบุญมา (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี และนางสมศรี (นามสมมุติ) อายุ 47 ปี เดินทางเข้าแจ้งความให้ช่วยติดตาม ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) บุตรสาว อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.พิจิตร หลังหนีออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา โดยสงสัยว่าลูกสาวได้หนีไปอยู่กับพระรูปหนึ่งที่วัดในย่านรามอินทรา เนื่องจากบุตรสาวติดต่อกับพระดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กและไลน์อยู่เป็นประจำ
พ.ต.ท.ชูศักดิ์ กล่าวว่า ภายหลังได้รับเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด กก.1 บก.ปคม. รุดไปตรวจสอบยังวัดที่พ่อแม่ให้ข้อมูลไว้ก็พบว่ามีพยานแวดล้อมพบเห็น ด.ญ.เอ อยู่ภายในวัดกับพระทศพร ก่อนที่จะลาสิกขาแล้วหายตัวไปพร้อมกับด.ญ.เอ หลายวันแล้ว เจ้าหน้าที่จึงรีบออกสืบสวนจนทราบว่านายทศพรได้พา ด.ญ.เอ หลบหนีไปเช่าห้องอยู่กันที่ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี จึงประสานไปยังกำลังเจ้าหน้าที่ ตชด.ที่ 114 นำกำลังบุกเข้าจับกุมได้คาห้องเช่า
จากการสอบสวน นายทศพรยืนยันว่าไม่ได้หลอกลวงมากระทำอนาจาร โดยก่อนหน้าที่จะบวช ได้รู้จักกับ ด.ญ.เอ มาก่อนแล้ว ผ่านการเล่นไลน์และเฟซบุ๊กจนมีความสนิมสนมกัน เพราะให้คำปรึกษาทั้งด้านการเรียน และการใช้ชีวิตอยู่ในสถานะพี่น้องเนื่องจากอายุต่างกัน และเมื่อปลายปีที่แล้วได้บวชเป็นพระ แต่ก็ยังติดต่อกันอยู่ จนวันที่ 9 เมษายน ด.ญ.เอ เดินทางมาหาตนที่วัด โดยบอกว่ามีปัญหากับที่บ้านไม่อยากอยู่บ้านแล้ว จึงให้นอนอยู่ที่กุฏิ 1 คืน โดยยอมรับว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ทั้งที่เป็นพระเนื่องจากอดใจไม่ไหว เช้าต่อมาได้ลาสิกขาแล้วพากันหนีมานอนบ้านเพื่อนย่านนวมินทร์ก่อนหนีไปจันทบุรีเพื่อหลบหนีพ่อแม่ของเด็กและตั้งใจตั้งถิ่นฐานที่นั่นด้วยกัน ยืนยันเป็นความรักของทั้ง 2 คน
พ.ต.ท.ชูศักดิ์ กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ส่งตัว ด.ญ.เอ ไปตรวจร่างกาย และอยู่ในความดูแลของ รพ.ตำรวจ ก่อนส่งตัวให้พ่อแม่ ส่วนนายทศพร แจ้งข้อหา พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล ไปเพื่อการอนาจารและกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่สามีหรือภรรยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 20 ปีปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ



