ข่าว

สงกรานต์ที่จืดจาง

สงกรานต์ที่จืดจาง

15 เม.ย. 2557

สงกรานต์ที่จืดจาง : ขมน้ำตาล โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

            "สงกรานต์" เคยเป็นสิ่งที่มากไปกว่าการเล่นสาดน้ำใส่กันด้วยความสนุกสนาน แต่ด้วยความมักง่ายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานด้านวัฒนธรรมและประเพณีไทย หรือหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวที่มีหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันรักษาขนบธรรมเนียมและประเพณีเอาไว้ ต่างล้วนใส่ใจที่จะให้ความสำคัญกับการสาดน้ำใส่กันให้ตัวเปียกปอนสนุกสนานไปวันๆ เท่านั้นเอง

            ผมจึงไม่แปลกใจที่มีข่าวออกมาว่าประเทศสิงคโปร์จะจัดงานสงกรานต์ขึ้นมาบ้าง ในขณะที่หน่วยงานและกลุ่มคนที่คิดว่าตนเองเป็นคนรักชาติ รักวัฒนธรรม ต่างดาหน้ากันออกมาดิ้นเร่าๆ เรียกร้องให้สิงคโปร์ระงับการจัดงาน โดยไม่หันมามองตัวเองว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ใครที่ไหนในโลกนี้ ก็สามารถจัดงานสงกรานต์ได้ยิ่งใหญ่กว่าไทย หากว่ามีเงินจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์การเล่นน้ำให้ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างได้ เพราะไทยเราเองนี่ละที่ทำให้เทศกาลงานประเพณีที่ดีเปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรม กลายเป็นงานเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาร่วมงานที่เป็นรูปแบบของ มนุษย์สร้าง (Man Made)

            หลายปีที่ผ่านมาหน่วยงานทั้งหมดรวมถึงสื่อ ต่างให้ความสำคัญกับงานสงกรานต์ในแง่ของการสาดน้ำเท่านั้น สถานีโทรทัศน์เกือบทุกช่องต่างล้วนมีการถ่ายทอดสด การเล่นสาดน้ำจากถนนข้าวสาร, ถนนข้าวเหนียว, ถนนข้าวปุ้น รวมไปถึงข้าวอื่นๆ อีกมากมาย มีการถ่ายเจาะเข้าไปถึงการเอาแป้งมาไล้ลูบไล้เนื้อตัวข้ามเพศกัน มีภาพการแต่งตัวแบบประเจิดประเจ้อออกมาให้เด็กและเยาวชนได้ชมกันแพร่หลาย จนรู้สึกฝังหัวว่าเป็นเรื่องดีงามและถูกต้อง

            แต่ไม่มีใครพูดถึงประเพณีก่อนสงกรานต์ที่เรียกกันว่า “ตรุษไทย” ไม่มีใครพูดถึงการเคารพบูชาครูที่เรียกกันว่า “การส่งขันข้าว” รวมไปถึงหลงลืมกันไปว่าช่วงสงกรานต์สำหรับชาวไทย คือการกราบไหว้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว อีกทั้งการสรงน้ำพระและกิจกรรมการขนทรายเข้าวัดกลายเป็นสิ่งล้าสมัย ที่หน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเพิกเฉยปล่อยให้เลือนหายไป เพราะเล็งเห็นว่า “ล้าสมัย และ ไม่สนุก”

            ทำไมไม่คิดย้อนกลับไปรักษาประเพณีไทยเอาไว้ให้มั่นคง องค์การบริการปกครองส่วนท้องถิ่นมีแต่แข่งกันด้านจำนวนคนเข้าไปเที่ยวอย่างฉาบฉวย แต่กลับไม่คิดที่จะออกกฎระเบียบเพื่อรักษาประเพณีไทยกันเอาไว้ เพื่อให้เป็นวัฒนธรรมและประเพณีไทยแท้ๆ ทั้งในแง่ของงานและจิตวิญญาณจนไม่มีประเทศไหน หรือคนเชื้อชาติไหนจะมาลอกเลียนแบบได้

            สมมุติเช่นเทศบาลนครเชียงใหม่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ออกระเบียบว่าใครก็ตามที่จะเข้าไปเล่นสงกรานต์ในเขตกำแพงเมือง ช่วงเวลาเท่านั้นเท่านี้ตามวันเวลาที่กำหนด ต้องแต่งกายพื้นเมืองเท่านั้น และต้องรดน้ำกันด้วยการใช้ขันหรือสลุง ตามแบบประเพณีโบราณที่เคยเป็นมา โดยชุมชนในเขตกำแพงเมืองเชียงใหม่ชั้นในต้องร่วมมือด้วย วันเวลานอกเหนือไปจากที่กำหนดจะแต่งกายหรือเล่นกันอย่างสมัยใหม่ก็ไม่ว่ากระไร

            ทำกันได้เช่นนี้ในหลายๆ เขตของประเทศไทย หลายๆ วัฒนธรรมและประเพณีของไทยก็จะค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมาได้ไม่ยาก และหากทุกอย่างในเทศกาลเป็นไปตามรูปแบบของขนบธรรมเนียมดั้งเดิมแท้ๆ ก็ยากที่จะมีใครมาสร้างกิจกรรมทางวัฒนธรรมอื่นๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวไปจากประเทศแหล่งต้นกำเนิดได้